ผู้หญิงคนหนึ่ง...ที่ถอดแบบหัวใจของแม่...มาได้เกินร้อย


ภาพถ่ายรูปนี้ คือ.. ดอกเหลืองอินเดียที่บานสะพรั่ง...อยู่บนควน โรงพยาบาลสราญรมย์ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

..

แม่เคยพูดกับพี่ว่า....”หนุ่ยเอ๊ย!! ..แม่มีความสุขนะ!!ที่แม่ได้ทำขนมจีนมาเลี้ยงลูก”

คำพูด คำนี้ ยังคงก้องกังวานอยู่ในหูของพี่เสมอมา.... ทุกครั้งที่ภาพของแม่ปรากฏขึ้นมาในความทรงจำของพี่

..

พี่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ มาเกือบ 30 ปี มันนานทีเดียว นานจนอาจจะเรียกได้ว่า “ครึ่งชีวิตของพี่... พี่ทิ้งมันไว้ที่นี่”

และสถานที่แห่งนี้เอง... ที่ทำให้พี่รำลึกถึงใครหลาย ๆ คนที่อยู่ในห้วงความทรงจำของพี่เสมอมา...

และหนึ่งในนั้น คือ “แม่เลี่ยน”....แม่ของน้องนั้นเอง

..

ภาพรอยยิ้มของแม่ ที่ส่งยิ้มมาแต่ไกล ในวันไหนก็ตาม..ที่พี่เดินเข้าไปในตึกผู้ป่วยที่แม่ดูแลผู้ป่วยอยู่

รอยยิ้มที่กว้างและเปิดเผยของแม่...ทำให้พี่มีความรู้สึกคุ้นเคยกับแม่ ประหนึ่งว่า....เราเคยรู้จักกันมานานแสนนาน

พี่อาจเป็นคนเรียบร้อย อ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาอ่อนโยน ...จนทำให้แม่เอ็นดูพี่เป็นพิเศษก็เป็นได้ และทุกครั้งที่เราได้เจอกัน กับคำพูดเพียงไม่กี่คำที่เราได้คุยกันนั้น... มันก็ช่างปลอบประโลมหัวใจระหว่างกันเสมอมา

..

ทุกครั้งที่เราได้เจอกัน....แม่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่เอื้ออาทรต่อพี่เสมอ ...

..

และพี่จำได้อีกว่า... สมัยที่น้องไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยมหิดลนั้น แม่เคยพูดบ่นกับพี่ว่า...” หนุ่ยเอ๊ย!!แม่อดไม่ได้ที่จะทำของฝากไปให้น้องได้กินเสมอ ..มันอดไม่ได้ที่จะทำ ทั้ง ๆ ที่.. ที่โน้นมันก็มีออกลุย!! แต่แม่ก็ทำมันฝากไปให้น้องได้กินเสมอ" หนึ่งในนั้นที่แม่พูดถึงก็คือ ...”น้ำพริกสูตรของแม่”...

พี่คงไม่รู้หรอกนะว่า....สิ่งที่แม่ทำฝากไปให้น้องกินในวันที่น้องไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้นั้น.... มันเป็นเช่นไร?

พี่รู้แต่เพียงว่า... สิ่งที่แม่ทำลงไปนั้น ...แม่ได้บรรจงใส่ “ความรักของแม่” ที่แม่มีต่อตัวน้องไปอย่างเต็มร้อย และหมดหัวใจของแม่เสมอทุกครั้งไป..

..


ภาพถ่าย : มนต์เสน่ห์ของดอกเหลืองอินเดีย มีความงามให้เห็นเพียงไม่กี่วัน...ดอกก็ร่วงลงพื้น

..

ทำไมพี่ถึงกล้ากล่าวเช่นนั้น... สมัยนั้น ข้าราชการและบุคลากรของโรงพยาบาลสวนสราญรมย์นั้นมีไม่มากนัก เราจึงนั่งนึก นั่งนับกันได้ว่า ใครชื่ออะไร บ้านช่องห้องหับอยู่ตรงไหน และที่แน่ ๆ บุคลากรส่วนใหญ่ 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ก็ว่าได้....จะมีบ้านพักอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้...

บ้านของแม่ อยู่ไม่ไกลจากตึกที่พี่ทำงานมากนัก แม่ชอบขับมอเตอร์ไซด์ แวะมานั่งกับพวกพี่ ๆ นักสังคมฯเสมอ สิ่งหนึ่งที่แม่ชอบนำใส่ตระกร้าหน้ารถมาเสมอ ๆ นั่นก็คือ ...ขนมจีน แกงไตปลา บ้าง แกงไก่บ้าง ที่แม่ทำมากิน ทำมาเลี้ยงพวกพี่ ๆ เขา (รวมถึงตัวของพี่เองด้วย ที่ชอบมาคลุกคลีอยู่กับพี่ ๆ นักสงคมฯกลุ่มนี้ และได้กินฝีมือของแม่เสมอ มา )

..

น้องเชื่อมั้ย!!

ความงามของคนเรา ... รูปลักษณ์หน้าตาคือของภายนอก ความงามอาจปกปิดได้ แต่มันก็หาจีรังยั่งยืนไม่... สักวันหนึ่ง... สิ่งสวยงามเหล่านี้ มันก็จืดจางหายไป ตัวพี่เองกลับแปลกใจเสมอว่า...วันไหนที่พี่ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ ของชุมชนคนสราญรมย์แห่งนี้ มันกลับมีความสุขอย่างประหลาด มันมิใช่เพียงแค่แม่ของน้องเองเท่านั้น ที่พี่กล่าวอ้างถึง ความมีน้ำใจของผู้ใหญ่ในชุมชน แห่งนี้ .. พี่ก็รู้สึกได้

สิ่งที่เราหยิบยื่นให้กัน... หากเทียบกันกับวันเวลานี้แล้ว ....พี่คงเปรียบเทียบมันให้มันถูกต้องไม่ได้ หรอก?... เพราะอะไร?

..

โลกของเราเปลี่ยนไป สังคมของเรามันเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก เร็วเสียจน.. บางครั้งพี่ก็ตามมันแทบไม่ทัน..

สิ่งไหนที่พี่ตามมันไม่ทัน...พี่ก็กลับมามองที่ใจของพี่เอง...เสมอ

เราตามไม่ทัน ก้าวไม่ถึง นั่นอาจเป็นเพราะว่า...มุมมองในชีวิตของเรานั้น ..มันไม่ใช่อาจมิใช่นิสัยของเรา หรือจริตของเรา... ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นมากมายเสมอไปหรอก...ที่เราต้องก้าวตามมันให้ทัน

เมื่อไม่ใช่..สิ่งนี้ก็คือ “คำตอบ”

แต่สิ่งหนึ่งที่ใจของพี่รู้ดีอยู่เสมอ นั้นก็คิอ...คนบางคนนั้น ...เค้าอาจไม่เหมาะสมที่เราจะคบหาสมาคมด้วย คนบางคนเราอาจคบหากันได้เพียงผิวเผิน หรือคนบางคนแค่เพียงเห็นหน้าค่าตา.. ก็ทุ่มเทใจไปกว่าครึ่ง คนบางคนแค่เดินเฉียดกันเฉย ๆ ก็อยากหันกลับไปมอง แต่คนบางคนไม่.. แม้จะสวยหรือหล่อขนาดไหนก็ตาม สิ่งที่พี่เขียนทิ้งไว้นี้.. บางทีมันก็ไม่มีเหตุผลหรอกนะน้องของพี่ มันเป็นไปของมันเอง....ตามวาระจิตของเรา จะเห็นว่ามันผิดก็คงไม่ใช่ จะเห็นว่ามันถูกก็..ไม่เชิง ....

..

..

แต่วันนี้ พี่มีอยู่สิ่งหนึ่งนะ ....ที่คำกล่าวอ้างข้างต้นของพี่นั้น.. มันเห็นเป็นรูปธรรมได้ชัดเจน สิ่งนั้นก็คือ.. ความรักที่พี่มีต่อน้องนั่นเอง!!

พ่อของพี่ เคยพูด คำพูดประโยคหนึ่ง... ที่พี่จำได้เสมอ

..

คำพูดประโยคนั้นก็คือ....”ถึงเป็นชาติเป็นเชื้อ หากขาดความเอื้อเฟื้อก็เหมือนกับเนื้อในป่า

แม้นไม่ใช่ชาติใช่เชื้อ หากมีความเอื้อเฟื้อก็เหมือนเนื้ออาตมา”

....เป็นประโยคคำพูดที่พี่นึกถึงครั้งคราใดก็ตาม ....ภาพของสิ่งดี ๆ เหล่านั้น มัน ก็จะปรากฏมาให้พี่ชื่นใจเสมอ

..

“กาลเวลา...พิสูจน์ใจคน” นี่คือ... คำตอบที่คลาสสิกเสมอ.....สิ่งนี้มันทำให้พี่ได้เห็นภาพของแม่อยู่ที่มีอยู่ในตัวน้อง.. ถึงแม้...ณ เวลานี้ แม่จะไม่ได้อยู่กับน้องแล้วก็ตาม... สัมปรายภพ คือ...ผลของความงาม ความดี ที่แม่ของน้องนั้น ท่านได้สะสมมาทั้งชีวิต

..


..

และพี่ก็เชื่อของพี่เสมอว่า....."อาภรณ์ ที่ห่อหุ่มกายของน้องนั้น คือ..ความดี ความงามที่น้องซึมซับมาจากตัวของแม่ อย่างหมดหัวใจของน้องนั้นเอง และสิ่งนี้จะทบทวีขึ้นเป็นเงาตามตัว...เป็นสิ่งจริงแท้แน่นอนเสมอ" ....พี่กล้าพูดเพราะ...วันเวลาที่ผ่านพ้นมานั้น ...เป็นสิ่งพิสูจน์ความจริง ที่พี่เขียนมาทั้งหมด

จะดูใจคน...ให้ดูจากสิ่งที่เขาพูด

คนที่เค้าคิดเช่นไร? เขาก็จะพูดเช่นนั้น ....จะฝืนใจหรอกตัวเองไปได้ มันก็ไม่นานนักหรอก...สักวันหนึ่งความจริงย่อมจริงเสมอ…

..

30 ปี+ คือสิ่งยืนยันคำพูดของพี่...ที่พี่มีต่อน้อง

..

เรารักตัวของเรา...ต้องรักความดีงามของเราด้วย เพราะ...สิ่งนี้จะช่วยส่งเสริมให้เรามีความสุข ความเจริญ
..

ผู้ใดหมั่นพิจารณาจิต ผู้นั้นจะพบธรรมแท้ สุขแท้

..

เราทุกคนนั้นมีโอกาสเป็นคนดีเท่าๆกัน...อยู่ที่ความคิดและการกระทำของตนเท่านั้น

..

และนี่คือบางส่วนที่น้องเขียนทิ้งไว้ในFB

..

สิ่งใดหรืออะไรก็ตาม ที่หัวใจของเราสัมผัสได้ และให้คำตอบกับตัวเองว่า "ใช่."...นั้นแหละคือ...” คำตอบ”

..

โลกใบนี้ของเรานั้น มันมีสิ่งต่าง ๆ มากมายเหลือกเกิน ที่พี่ต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจมัน ...

และพี่ก็เชื่อของพี่อยู่อย่างหนึ่งว่า.....ชีวิตของพี่นั้น.. มันสั้นเกินกว่าที่พี่จะเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างได้ทั้งหมด

พี่จึงต้องเลือกเรียนรู้ และใส่ใจกับสิ่งที่เป็นปลอบประโลมหัวใจพี่.. เป็นมิตรกับพี่ และคอยหนุนเนื่องให้พี่มีกำลังใจ...ที่จะดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ต่อไป....

..


..

และเช่นกัน..อีก 10 ปี 20 ปี ข้างหน้า ...วันที่พี่ได้แก่เถ้าลงไป พี่จะยิ้มอย่างมีความสุข ที่ อาภรณ์แห่งความดีและความงามนี้ จะถูกถ่ายทอดไปสู่ลูก สู่หลานของน้องต่อไป...

..

เขียนบันทึกฉบับนี้จบ..ด้วยความรู้สึกสุข..อย่างประหลาด

..


พี่ขอเป็นกำลังใจให้น้องนะ “ก้อย มลธิชา”

..

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Digital KM



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วอบอุ่น

ขอบคุณมากๆครับ

อบอุ่นจริงด้วยค่ะ

เขียนเมื่อ 

จริงใจในรักแท้ สัมผัสได้ด้วยหัวใจนะคะ

ขอบคุณมากนะครับ

เป็นอีกบันทึกหนึ่งที่เขียนแล้วมีความสุขครับ.. อาจารย์ ขจิต อาจารย์จัน และคุณหมอ ธิ ครับ

เขียนเมื่อ 

ผู้ใดหมั่นพิจารณาจิต ผู้นั้นจะพบธรรมแท้ สุขแท้.....