๒๗. แม่..ในดวงใจ..ของลูก

.นี่คือ..วิธีการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูก สอนให้ลูกเชื่อมั่นในตนเอง ศรัทธาตนเอง มีความคิดเป็นของตนเอง หรืออาจเรียกว่า ออกนอกกรอบบ้างก็ได้ แบบนี้ลูกจะเข้มแข็ง..เป็นตัวของตัวเอง เป็นการฝึกความรับผิดชอบให้กับเขาไปในตัวด้วย ที่สุดแล้ว ลูก..ก็จะรู้สึกดี ที่ไม่ต้องกดดัน

ผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่ง วันนี้รู้สึกประทับใจในวิธีเลี้ยงลูกของเธอ..ลูกคนโต ชื่อ โดม เรียนมหาวิทยาลัยของรัฐฯ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ขึ้นชั้นปีที่ ๓..คนเล็ก ชื่อ มุก..กำลังสอบเข้ามหาวิทยาลัย..รอสัมภาษณ์ในวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๙....

ผมชอบเรียกเธอว่า.. แม่มุก เธอทำงาน เป็นผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานบุคคล ในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง เงินเดือนแม่มุกสูงมาก แต่เธอก็กินใช้อย่างประหยัด..ตอนนี้..กำลังปลูกบ้านเป็นของตนเอง สร้างความเป็นปึกแผ่นให้ครอบครัว..

แม่มุก เป็นทั้งพ่อและแม่ของลูก ๒ คน ตั้งแต่ลูกเรียนอนุบาล..จนเข้ามหาวิทยาลัย ก็นับว่าสู้ชีวิตพอสมควร งานอดิเรกที่เธอทำ คือ เปิดร้านเล็กๆ ให้เช่าชุดดำ แม้จะสร้างรายได้ไม่มากนักแต่ก็สร้างความสุขใจให้เธอมิใช่น้อย และทุกครั้งที่เธอลงมือแก้ไขหรือซ่อม..ชุดดำ..ลูกมุกจะมาช่วยเป็นลูกมือเรียนรู้งานและแบ่งเบาภาระงานให้แม่บ้าง

แม่มุก..ไปทำงานแต่เช้า กลับมืดค่ำทุกวัน..วันเสาร์วันอาทิตย์ ถึงจะได้อยู่บ้าน ได้ใกล้ชิดลูก พาลูกไปดูหนังบ้าง ไปทานข้าวนอกบ้าน ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา...

ผมเคยถามแม่มุก..ตอนนั้น..มุก ลูกคนเล็กเรียน ม.๖ ว่า แม่มุก..คาดหวังกับชีวิตและลูกอย่างไร.....

แม่มุกบอกว่า..”สู้ทนทำงานหนักกับงานเอกชน ก็เพื่อลูก อยากให้ลูกเรียนจบ ไม่คาดหวังอะไรเลย นอกจาก อยากเห็นเขามีงานทำ เป็นคนดี พึ่งตนเองได้ รับใช้สังคม ไม่เห็นแก่ตัว ก็พอแล้ว”

ผมเคยได้ยินแม่มุกให้กำลังใจลูกชายคนโต ตอนนั้นลูกชาย บ่นว่าทำข้อสอบไม่ค่อยได้..

“ลูกไม่ต้องเสียใจ..ลูกทำดีที่สุดแล้ว แม่เห็นลูกตั้งใจเรียน แม่ก็ดีใจแล้วล่ะ” แม่มุกบอกลูก

“แม่มุก พูดดีจัง” ผมกล่าวชม “ แล้วจะให้พูดอย่างไรล่ะ ก็เราไม่ได้เป็นคนออกข้อสอบนี่ ยากก็ยากไป ลูกเขาทำดีที่สุดแล้ว ก็ให้มันผ่านไป ยังเหลือวิชาอื่นอีก มองไปข้างหน้าดีกว่า” แม่มุกบอกผม จนผมเข้าใจถึงความจริงใจในคำพูดของเธอ บางครั้งเธอเล่าว่า สาขาที่ลูกชายเรียนนั้น มันเรียนยากมากๆ จนรู้สึกสงสารลูก จนต้องบอกลูกว่า ได้เกรดอะไรก็ได้นะลูก แม่ขอแต่ให้ลูกเรียนจบภายใน ๔ ปีก็พอ....

เพราะแม่มุกคิดแบบนี้..พูดกับลูกแบบนี้และทำงานหนัก มีความรับผิดชอบให้ลูกเห็น..จนมีวันหนึ่ง แม่มุกเล่าเรื่องในองค์กรให้ลูกฟังว่า ..บุคคลในองค์กรท่านหนึ่งไม่ผ่านการประเมินประสิทธิภาพในการทำงาน..ต้องถูกให้ออก..ลูกชายจึงพูดขึ้นว่า..”อย่างแม่ เขาไม่ให้ออกง่ายๆหรอกครับ แม่เป็นบุคลากรที่มีคุณค่าขององค์กร เชื่อผมเถอะ” ผมฟังแล้วรู้สึกได้เลยว่า นอกจากลูกจะรักแม่มากแล้ว เขายังเชื่อมั่นและภูมิใจในแม่ของเขาเป็นอย่างยิ่ง

แม่มุกเคยถามผม “ชยันต์ว่า..ลูกของเรา..ขาดความอบอุ่นไหม” ผมรีบตอบทันที เหมือนคนมีข้อมูลมากมาย..และตอบแบบไม่ต้องเอาใจกัน

“ดูจากแม่มุกให้เวลากับลูก การตามใจลูกอย่างมีเหตุผล และเปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็น ตลอดจนไม่ขัดใจลูก ถ้าเป็นสิ่งที่ ถูกต้องและดีงาม ให้โอกาสลูกแสวงหาประสบการณ์ความรู้และพูดดีกับลูกอยู่เสมอ ๆชยันต์ก็คิดว่าลูกไม่น่าขาดความอบอุ่นนะ แล้วยิ่งเขามีปัญหาและต้องการสิ่งใด เขาจะบอกแม่อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาเช่นนี้แล้ว เขาสองคนมีความสุขที่ได้อยู่กับแม่มุก แน่นอนครับ”

พูดถึงตรงนี้ ทำให้ ผมนึกถึง วันที่ มุก ลูกคนเล็กจบ ม.๖ และต้องเดินทางไปสอบสัมภาษณ์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แบบรับตรง วันสอบสัมภาษณ์ ผมเดินทางไปด้วย และช่วยแนะนำเอกสาร ตลอดจนแนะนำบุคลิก ท่วงท่า การเดิน การนั่งให้สัมภาษณ์ เพื่อให้มุกชนะใจกรรมการ..

ผมแนะนำไปไม่เท่าไร แม่มุกก็พูดว่า “ชยันต์ ไม่ต้องหรอก ปล่อยมุกเขาเถอะ” ผมฟังแล้วก็รู้สึกเหวอๆ ทำอะไรไม่ถูก ก็เลยนั่งเฉยๆ แม่มุกก็เลยพูดขึ้นว่า....

“มุก ทำให้เป็นธรรมชาตินะลูก จะทำอะไร จะพูดอะไร ทำให้ดีที่สุด ทำให้เป็นตัวของหนูเอง ตามที่หนูถนัดและคิดว่ามันดีในแบบของหนู ผลจะออกมาเป็นอย่างไร แม่รับได้..”

ผมฟังแล้ว..ยังรู้สึกประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้..นี่คือ..วิธีการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูก สอนให้ลูกเชื่อมั่นในตนเอง ศรัทธาตนเอง มีความคิดเป็นของตนเอง หรืออาจเรียกว่า ออกนอกกรอบบ้างก็ได้ แบบนี้ลูกจะเข้มแข็ง..เป็นตัวของตัวเอง เป็นการฝึกความรับผิดชอบให้กับเขาไปในตัวด้วย ที่สุดแล้ว ลูก..ก็จะรู้สึกดี ที่ไม่ต้องกดดัน

ตั้งแต่วันนั้น..ผมเริ่มมองเห็นอนาคตของลูกทั้งสองของแม่มุก..แล้วยิ่ง มุก ลูกคนเล็ก ยังเหลือมหาวิทยาลัยที่อยู่ในใจ ต้องการอยากจะเรียนมากๆ ผมจึงคิดว่า..ต้องได้เข้าเรียนในสถาบันที่ใช่และที่ชอบ..อย่างสมใจแน่นอน...เมื่อมุก..มีแม่แบบนี้

และแล้ว วันนี้..มุก.ก็.เตรียมตัวจะไปสอบสัมภาษณ์ ณ คณะวิทยาการจัดการ สาขาการจัดการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยศิลปากร..มุกจะได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นที่มุกชอบ ได้เรียนในคณะที่ใฝ่ฝันมานาน

มุกกำลังจะทำฝันให้เป็นจริง...เพราะ..มุก..มีแม่ที่ดี..อยู่ในดวงใจนี่เอง

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๖ มิถุนายน ๒๕๕๙


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ไดอารี่สีแดง



ความเห็น (0)