​ทำงานเพื่อสังคมยากขึ้นในยุคนี้

เป็นการรำพึงรำพันเพื่อบ้านเมือง ไม่ได้รักหรือชังฝ่ายใด

ทำงานเพื่อสังคมยากขึ้นในยุคนี้

จากการกระทำของ คสช., สตง., และกรมสรรพากร ทำให้มีคนวิเคราะห์ว่ารัฐบาลนี้ไม่เป็นมิตรกับ ภาคประชาสังคม หรือระแวงภาคประชาสังคม ซึ่งผมไม่ทราบว่าเป็นความจริงหรือไม่ แต่ที่ผมทำงานกับ มูลนิธิกว่า ๑๐ แห่ง มีพฤติกรรมของภาครัฐหลายอย่างชี้ว่ามีส่วนจริง คือหน่วยงานข้างต้นระแวงว่ามูลนิธิ ต่างๆ ทำผิดกฎหมาย

มูลนิธิอื่นผมไม่ทราบ แต่มูลนิธิที่ผมเป็นประธานหรือเป็นกรรมการเรามุ่งทำงานเพื่อประโยชน์ ของสังคม ไม่มีเลยที่จะมุ่งแสวงประโยชน์ส่วนตัว หรือใช้ฟอกเงิน เพราะเงินเราก็ไม่ค่อยมีอยู่แล้ว

ในยุค คสช. เช่นนี้ ผมเข้าใจ (แบบคนไม่ประสีประสาทางการเมือง) ว่า คสช. ต้องการแนวร่วมกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวร่วมจากคนที่เป็นกลางทางการเมือง ไม่แสวงอำนาจการเมือง แต่มุ่งทำงานเพื่อสร้างสรรค์ ความเข้มแข็งของสังคมระดับลึก

แต่กลไกหลายอย่างที่อาศัยอำนาจ คสช. ดูจะทำงานไปในทางตรงกันข้าม คือมุ่งสร้างศัตรู ให้แก่ คสช. ในกลุ่มคนดังกล่าว จึงเกิดความสงสัยว่า คสช. กำลังถูกแทงข้างหลังหรือเปล่า

เพราะการกระทำของคน หรือหน่วยงานเหล่านั้น เป็นการสร้างความเกลียดชังให้แก่อำนาจรัฐ ที่เวลานี้กุมโดย คสช. เป็นการสร้างภาพว่า คสช. เกลียด หรือระแวงภาคประชาสังคม แบบไม่แยกแยะ

เป็นการรำพึงรำพันเพื่อบ้านเมือง ไม่ได้รักหรือชังฝ่ายใด

วิจารณ์ พานิช

๕ มิ.ย. ๕๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการเมืองไทย



ความเห็น (2)

น่าเหนื่อยแทนนะคะอ

เขียนเมื่อ 

เรียน อาจารย์

หลักแห่ง ความดีงาม ย่อมเหนือสิ่งอื่นใด แม้เป็นเพียงส่วนน้อย ก็ดำรงอยู่ได้... ที่วัดบางพลีฯ มีรูปภาพเล่าถึงยุคต่างๆ ยุคปัจจุบัน น่าจะเดินทางมาถึง ความชั่วมากกว่าความดี ก่อนจะสิ้นยุค

ขอแสดงความนับถือ