กำไร...จากการไปงานศพ ที่บ้านหนองจันทร์หอม บางสะพานน้อย

​ทุกครั้งที่เดินทาง สิ่งที่ได้พบเห็น ไม่ว่าจะเคยเห็นมาแล้ว หรือ แปลกใหม่ ก็คือ " กำไรชีวิต " ทั้งสิ้นจ้ะ


สาย ๆ ของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ( ๒๒ พ.ค. ๕๙)

คุณมะเดื่อได้รับโทรศัพท์จาก " หนูเล็ก "เพื่อนเก่าจาก

บ้านหนองจันทร์หอม บางสะพานน้อย แจ้งข่าวว่า

คุณแม่ของเขาเสียชีวิต และตั้งศพบำเพ็ญกุศล

อยู่ที่วัดหนองจันทร์หอม อ.บางสะพานน้อย

ดังนั้น ก่อนเที่ยง คุณมะเดื่อและครอบครัว จึง

เดินทางไปบ้านหนองจันทร์หอม เพราะระยะทาง

จากกุยบุรีถึงบางสะพานน้อย ห่างกันร้อยกว่ากิโลเมตร

และถนนเพชรเกษมก็ทำการปรับปรุงซ่อมแซมเป็นช่วง ๆ

ตลอดระยะทางด้วย


https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/155/505/large_IMG_7021.JPG

ไปถึงวัดก็บ่ายสองกว่าแล้ว จุดธูปเคารพศพแล้ว หนูเล็กก็จัดการเชื้อเชิญ

ให้กินข้าว ฤดุนี้เริ่มมีสะตอแล้ว จึงมีผัดเผ็ดสะตอมาให้ชิมด้วย


https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/155/531/large_IMG_7025.JPG

การสวดพระอภิธรรมจะมีในช่วงค่ำ ดังนั้นกลางวันจึงมี

เพียงญาติพี่น้องของเจ้าภาพที่มาช่วยกันเตรียมอาหาร

และจัดสถานที่เตรียมรับแขกที่จะมาฟังพระในตอนค่ำ

คุณมะเดื่อจึงมีเวลาเดินดูรอบ ๆ วัด และเห็นเจ้าหมูป่า

ตัวอ้วน ที่ " พี่ยุ่ง " (สามีของหนูเล็ก) บอกว่า

ชาวบ้านเอามาไว้ที่วัดนี้ตั้งตัวมันยังเล็ก ๆ จนเวลานี้

ตัวมันโตและอ้วนมาก


https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/155/534/large_IMG_7032.JPG

ด้านหลังวัด ยังเป็นพื้นที่ของวัด เป็นสวนปาล์ม และมีสระน้ำ

พี่ยุ่งบอกว่า ฝนไม่ตกมานานแล้ว แต่เพราะมีต้นไม้ จึงยังมองว่า

ไม่แห้งแล้งนัก มีกล้วยปลูกแซมในสวนปาล์มกำลังออกเครือ



กุฏิพระหลังเล็ก ๆ อยู่ริมสระ ใต้ร่มเงาของปาล์มและต้นไม้อื่น ๆ

บรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย



แม้ว่า ฝนจะทิ้งช่วงไปนาน แต่ยังเห็นสภาพความชุ่มชื้นในช่วงเวลา

ที่ผ่านมา เห็นได้จากต้นเฟิร์นต่าง ๆ ที่เกาะติดกับต้นของเฟิร์น

และลูกปาล์มเล็ก ๆ ที่งอกงามอยู่ตามโคนต้น


https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/155/547/large_IMG_7049.JPG

เดินออกมาจากสวนปาล์ม ผ่านต้นสะตอ เจอ " โมง" (ช่อดอก) ของสะตอ

ร่วงหล่นอยู่ใต้โคนต้น นี่คือ " ช่อดอกของสะตอ" แต่ไม่มีโอกาส

ได้ติดผลแล้วละ คงเพราะความแห้งแล้งเป็นเหตุด้วย


https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/155/549/large_IMG_7047.JPG

เดินมาถึงต้นสำโรง หรือ ภาษาถิ่นบ้านคุณมะเดื่อเรียกว่า "สำโหรง"

เห็นผลและเมล็ดแก่หล่นอยู่เกลื่อนโคนต้น


https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/155/550/large_IMG_7092.JPG

พี่ยุ่ง ที่กลายเป็น " มัคคุเทศก์จำเป็น" ในเวลานี้บอกว่า

เนื้อด้านในของเมล็ดสำโหรง หรือสำโรงนี้ กินได้ แล้วก็

สาธิตการแกะเมล้ดให้ดู คุณมะเดื่อหรือจะรอช้า ปฏิบัติตาม

ทันที รสชาติของเนื้อข้างใน หวานมัน คล้ายถั่ว อร่อยดี

พี่ยุงบอกว่า อย่ากินมาก เพราะถ้าหากเกิดอาการแพ้

อาจทำให้เวียนศีรษะและอาเจียนได้....คุณมะเดื่อจึงขอชิม

แค่ ๒ เมล็ด พอ เพราะไม่เคยกินมาก่อน จึงไม่แน่ใจว่า

จะเกิดอาการแพ้หรือเปล่าอ่ะนะ

https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/155/550/large_IMG_7092.JPG


มาถึงวัด ฟ้าครึ้มฝนทีเดียว พี่ยุ่งจะเข้าไปบ้าน

เพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แต่หารถไปไม่ได้

คุณมะเดื่อจึงอาสาไปส่ง เพราะจะถือโอกาส

แวะบ้านในสวนของหนูเล็กด้วย

และพอเลี้ยวรถจอดที่หน้าบ้านเท่านั้นฝนก็เทลงมาทันที



ฝนตกหนักพอควร พวกเราต้องหลบฝนอยู่ใต้ถุนบ้าน

รอจนฝนซา เจ้าตัวน้อยอยากจะออกไปเล่นน้ำฝน

เต็มที รีบออกนำหน้า ไปยังต้นมะนาวโห่ ที่มีลูก

สีแดงล่อตาล่อใจทันที



ส่วนพี่ยุ่งไม่รอช้า คว้ามีดคู่มือมุ่งหน้าไปยัง กอระกำ ที่ขึ้นเรียงราย

อยู่ริมลำธาร ที่ปัจจุบันน้ำแห้งขอด โดยมีคุณมะเดื่อกับเจ้าตัวน้อย

ตามติด


พี่ยุ่งหายเข้าไปในกอระกำครู่หนึ่ง ก็ออกมาพร้อมกับหิ้วระกำช่อยาว

ออกมา เจ้าตัวน้อยมองดูอย่างสนใจ



รอบ ๆ บริเวณนั้น มีต้นพลูน้ำขึ้นงอกงามมากมายทั้งบนพื้นดิน

และบนต้นไม้สูง ที่น่าสังเกต สวนผลไม้ที่อยู่หน้าบ้าน

ของพี่ยุ่ง ที่มีทั้ง ลองกอง เงาะ มังคุด ทุเรียน ส่วนยอดของต้น

มีใบที่แห้งแดงกรอบเหมือนถูกไฟไหม้ พี่ยุ่งบอกว่าเป็นผลจาก

ความร้อนและแล้งจัด ต้นผลไม้พวกนี้จะตายในที่สุด

โดยเฉพาะทุเรียน



พี่ยุ่งเจอ " ฝักกะเหรียง" หรือ " เหรียง" แห้ง ๆ หล่นอยู่โคนต้น

จึงเก็บมาให้คุณมะเดื่อเอาไปเพาะดู หน้าตาของเหรียงนี่ก็

คล้าย ๆ สะตอ น่าจะเป็นญาติใกล้ชิดกันทีเดียว



(ขอบคุณภาพเมล็ดเหรียงงอกจาก google)


มิตรรักแฟนเพลงบางคนอาจจะไม่คุ้นกับชื่อเหรียง

แต่คงเคยเห็นเมล็ดเหรียงงอกที่วางขายตามตลาด

อย่างภาพด้านบนนี้นะจ๊ะ ราคาขาย ก็เป็นหลักร้อย

ต่อกิโลกรัมทีเดียว



พี่ยุ่งหันไปหันมา แล้วเดินไปถอนต้นหญ้าที่ขึ้นอยู่บริเวณนั้น

มาสามสี่กอ ส่งให้คุณมะเดื่อ แล้วบอกว่านี่คือ " หญ้ารีแพร์ "

ที่ฮือฮามาระยะหนึ่ง .... โห....! เพิ่งเคยเห็นต้นเป็น ๆ ก็ครั้งนี้

นี่เอง คุณมะเดื่อไม่ยอมพลาดที่จะเอาติดรถมาปลูกที่บ้านด้วย

อย่างแน่นอน...!



มาถึงบ้าน พี่ยุ่งจัดการตัดระกำแยกออกจากทะลาย

แล้วจัดแจงใส่ถุงให้คุณมะเดื่อเอากลับบ้าน

พวกเราออกจากบ้านพี่ยุ่ง ในเวลาประมาณ ๕ โมงเย็น

แวะส่งพี่ยุ่งที่วัด แล้วเอาเงินใส่ซองทำบุญช่วยงาน

ให้กับหนูเล็ก เพราะไม่ได้อยู่ร่วมฟังสวดในคืนนี้

เนื่องจากถ้าอยู่ฟังสวด จะกลับถึงบ้านดึกมาก

ฝนก็ตก ถนนก็ไม่สะดวก จึงขอตัวกลับก่อน



ไม่รอกินมื้อเย็นตามที่เจ้าภาพเชิญชวน หนูเล็กจึงตักกับข้าว

ใส่ถุงเป็นเสบียงใส่รถมาด้วย เรียบร้อยแล้วจึงเดินทาง

กลับบ้าน ถึงบ้านก็ ๒ ทุ่มกว่า ๆ จ้ะ



ทุกครั้งที่เดินทาง สิ่งที่ได้พบเห็น ไม่ว่าจะเคยเห็นมาแล้ว

หรือ แปลกใหม่ ก็คือ " กำไรชีวิต " ทั้งสิ้นจ้ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกคนเดินทาง



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

คิดถึงน้องยุ่งจังเลย

อยากกินระกำและลูกเหรียงนะครับ 555

เขียนเมื่อ 

หวัดดีน้องเพลิน ระกำที่เอามาด้วย

ยังไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากแบ่งไปให้แม่่

กับ ครุน้อย (ศพด.) ที่เหลือยังอยู่ในถุง

มันเปรี้ยวจนสยองเลยจ้ะ

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ระกำออกผล

ยังไม่ได้รับหนังสืออีก ๓ เล่มเลยจ้ะ

ส่งไปให้หรือยังจ๊ะ

เขียนเมื่อ 

ตั้งใจว่าจะเข้ามาศึกษาธรรมะ... ได้ศึกษาธรรมชาติ... และนักปราชญ์ผู้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลาจริงๆ ครับ ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

หวัดดีจ้ะ ท่าน อาจารย์ต๋อย คุณมะเดื่อต้องขออภัย

ที่ทำให้ผิดหวังในการศึกษาธรรมะจากบันทึกนี้นะจ๊ะ ๕๕๕

คุณมะเดื่อไม่ค่อยถนัดเรื่องธรรมะนักหรอกจ้ะ

แต่ถ้าธรรมชาติ ก็พอได้ ขอบคุณที่มาทักทายนะจ๊ะ

ชอบครับ สวัสดีครับ ไม่เข้ามาตั้งนาน คิดถึงครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ะคุณศานติสุกร์ ดีใจที่คุณกลับมาทักทายกันอีก

ขอบคุณที่ยังระลึกถึงกันนะจ๊ะ ยังคิดถึงเช่นกันจ้ะ