วันที่ 1 ก้าวแรกแห่งรั้วบัวบาน (16 พฤษภาคม 2559)

ก่อนอื่นก็ต้องขอย้อนกลับไปวันแรกที่มา ณ ที่แห่งนี้ (โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่) เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 ด้วยความที่ไม่รู้กำหนดการว่าทางโรงเรียนนัดมาปฐมนิเทศกี่โมง ถ้าเป็นคุณคงมาเช้าใช่ไหม....ฉันก็เช่นกัน เอ๊ะ!!พี่คนนี้หน้าตาคุ้นๆ เป็นรุ่นพี่โรงเรียนสมัยมัธยม ดีใจมาก อย่างน้อยก็เจอกัลยาณมิตรที่ดีอีกหนึ่งคน เมื่อได้ใบคำสั่งแต่งตั้งครูพี่เลี้ยงจึงไม่รอช้ารีบค้นหาชื่อครูใน google ครูเราสวยจัง จบสาขาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ซะด้วย

ครั้งแรกกับการประชุมร่วมผู้บริหาร คณะครู และนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ณ ห้องสมุด ผู้บริหารและรองฝ่ายบริหารก็ได้ชี้เจงรายละเอียดต่าง ๆ ผู้หญิงคนนั้นที่เดินเข้ามานั่นใช่ครูพี่เลี้ยงของเราหรือเปล่า ตอนแรกไม่ค่อยแน่ใจจนต้องเปิดดูรูปในโทรศัพท์ ใช่จริงๆด้วย (ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องดีใจขนาดนั้น 555) สิ้นสุดการประชุม ต่างคนต่างแยกย้ายไปพบครูพี่เลี้ยง ครูพี่เลี้ยงพาฉันไปคุยรายละเอียดที่ห้องพยาบาล พร้อมกับให้หนังสือมาหนึ่งเล่ม ที่หนักใจคือเป็นหลักสูตรใหม่ หนังสือใหม่ ความเครียดเริ่มมาเยือน แต่นั่นก็คือบททดสอบว่าเราจะผ่านมันไปได้หรือไม่...

เจอครูไก่ (อาจารย์กาญจน์ภัทร ปัญญาโกญ) รู้สึกดีใจมากค่ะ เจอกัลยาณมิตรที่ดีเพิ่มอีกหนึ่งคน และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อฉันถามเด็กน้อยว่าอยู่ ป. อะไรคะ เด็กไม่ตอบ แต่กลับพูดเสียงแผ่วเบาว่าเพื่อนหนูคางแตก ฉันก็ถามว่าอะไรนะคะ เด็กตอบเพื่อนหนูคางแตก ฉันจึงไม่รู้จะทำไง รีบวิ่งไปบอกครูไก่ ซึ่งครูไก่ก็เพิ่งมาโรงเรียนเป็นวันแรก ไม่รอช้ารีบวิ่งตามเด็กไปห้องพยาบาล ครูไก่ก็ติดต่อครูให้มาดูเด็ก ร่วมด้วยช่วยกัน เมื่อสถานการณ์คลี่คลายฉันกับเพื่อนก็ไปนั่งรอเพื่อนอีกสองคนที่ศาลา เมื่อเห็นรถโรงพยาบาลเชียงใหม่รามเข้ามาในโรงเรียน ตกใจสิคะ

...................................................................................................................................................................................................................

16 พฤษภาคม 2559 เปิดเทอมวันแรก เมื่อไปถึงโรงเรียนก็ยกมือไหว้ตั้งแต่ยาม ยืนงงว่าลงเวลามาปฎิบัติงานที่ไหน ไปถึงไม่มีกระดาษลงเวลาของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ฉันจึงไปขอกระดาษ A4 ที่ห้องถ่ายเอกสาร จากนั้นเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องวิทย์ 2 ก่อนที่จะไปเข้าแถวเคารพธงชาติ เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าแถวโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่และนักเรียนเยอะขนาดนี้ ตื่นเต้นดีนะ

หลังจากที่เข้าแถวเสร็จมีเสียงตามสายประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาฝึกประสบการณ์ทุกคนประชุมพร้อมกันที่ห้องปฎิรูปการศึกษา แม่อ๋อย (ครูจุฑารัตน์ เดชวงศ์ญา) ชี้แจงรายละเอียด ฉันชอบคำพูดของแม่อ๋อยที่บอกว่า เราเป็นชาวดอกบัวเหมือนกัน อย่ามือไม้แข็ง อ่อนน้อม ต้องมีสัมมาคารวะ พูดจาไพเราะ แต่งกายเรียบร้อย ซึ่งเด็กจะรู้จักเรามากกว่าที่เราจะรู้จักเด็ก

แยกย้ายกันเข้าห้องเรียน มาถึงครูพี่เลี้ยงให้ช่วยยกโต๊ะ โต๊ะฉันเอง 555 โต๊ะสี่เหลี่ยม ผ้าปูสีเขียว ธรรมชาติมาก นั่งอยู่ใกล้ตรงหน้าครูเลย

และนี่คือห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ฉันพูดขึ้นมาทันทีว่านึกถึงสมัยมัธยม สภาพคล้ายๆแบบนี้เลย แต่ไม่มีแอร์นะ 555

ร่วมด้วยช่วยกัน ช่วยครูพี่เลี้ยงลงทะเบียนอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ อุปกรณ์หลายชิ้นก็แทบไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จัก

พักกลางวันครูพี่เลี้ยงชวนไปกินข้าว ครูใจดี หยิบช้อนให้ และให้ฉันไปตักข้าวก่อน แต่ที่ไหนได้ครูตักเสร็จก่อนซะงั้น นี่เป็นครั้งแรกยังไม่ชินกับการกินข้าวร่วมห้องกับคณะครูที่เยอะขนาดนี้ ตื่นเต้นสิคะ ทำตัวไม่ถูก ฉันทำอะไรชักช้า ซึ่งต่างจากครูพี่เลี้ยงที่ทำอะไรรวดเร็วทันใจ เพื่อน มช. ก็มาขอร่วมโต๊ะกินข้าวด้วย นี่กินเสร็จคนสุดท้ายอีกแล้ว 555 ครูบอกว่าตอนบ่ายครูมีสอน จะไปเดินเที่ยวรอบโรงเรียนหรืออยู่ในห้องก็ได้ ด้วยความที่ไม่รู้จะไปไหนก็อยู่แต่ในห้อง ระหว่างที่ครูสอนก็ทำการสังเกตการสอน เรียนรู้เทคนิคที่ครูใช้ควบคุมชั้นเรียน เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่จะได้มาสอนเด็กในเมือง

ระหว่างที่นั่งพิมพ์ตารางสอน ครูก็เอาขนมคุกกี้ให้กิน ฉันก็บอกว่าไม่เป็นไรค่ะ ลดความอ้วน 555 ครูให้ช่วยตรวจการบ้านเด็ก บอกว่าไม่เสร็จไม่เป็นไร สี่โมงก็กลับหอได้แล้ว ด้วยความที่สปิริตแรงกล้า ตรวจการบ้านจนเสร็จ เหลือบไปข้างโต๊ะ ครูเอาคุกกี้วางไว้ให้ ><

ถ้าถามว่ารู้สึกประทับใจอะไรในตัวครูพี่เลี้ยง ตอบได้ทันทีว่าประทับใจมาก ครูไม่เหมือนครู ครูเหมือนพี่คนหนึ่งที่คอยให้คำปรึกษา คอยช่วยเหลือเราทุกเรื่อง ครูแทนตัวเองว่าพี่ ทำให้รู้สึกเป็นกันเองมากขึ้น ปกติฉันเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่เจอกับครูพี่เลี้ยงคนนี้แล้วพูดเยอะขึ้นมานิดหน่อย ผ่านพ้นวันแรก ขอบคุณตัวเอง ขอบคุณครูพี่เลี้ยงที่ดูแลเป็นอย่างดีค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวศิริพร นำเปี้ย (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

ดูเหมือนจะได้ "กัลยาณมิตร" ต่างสถาบัน ต่างวัย และต่างสถานะเลยนะ คุณครูหมู ;)...

"ครูไม่เหมือนครู" ประโยคนี้สำคัญนะลูก แสดงว่าครูในความคิดนั้นเป็นอย่างไรเหรอ

เขียนเมื่อ 

Ongkuleemarn

ค่ะ จะพยายามรักษากัลยาณมิตรที่ดีให้คงอยู่แบบนี้ตลอดไปนะคะ :)

เขียนเมื่อ 

จันทวรรณ

จริงๆแล้วก็เคารพครูเป็นครูนั่นแหละค่ะ เพียงแต่ครูพี่เลี้ยงกับหนูอายุไม่ห่างกันมาก เป็นเสมือนรุ่นพี่รุ่นน้อง ครูพยายามทำตัวเป็นกันเอง เวลามีปัญหาทำให้หนูกล้าที่จะปรึกษาได้ทุกเรื่องค่ะ

เขียนเมื่อ 

ดีใจด้วยเจอคนรู้จักเยอะเลย

ลองสังเกตสิ่งดีๆว่าครูเขาทำอะไร

ไม่ทำอะไรนะครับ

รออ่านอีกครับ

เขียนเมื่อ 

ขจิต ฝอยทอง

ขอบคุณค่ะ ขอบคุณที่คอยติดตามและให้กำลังใจตลอดมานะคะ :)