ครูอุทิศ สมใจ (นามสกุลเดิมพุทธสุด) เกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2506 ที่บ้านผือตำบลพระลับ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่นเป็นบุตรคนโต ของนายขาล และนางเสมอ พุทธสุดเธอเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น ได้รับการอบรมสั่งสอนจากบิดามารดาให้เป็นคนดี มีน้ำใจ รู้จักช่วยเหลือแบ่งปันผู้อื่น และยึดมั่นในประโยชน์ของส่วนรวมมาตั้งแต่วัยเด็ก เริ่มเข้ารับการศึกษาในระดับประถมที่โรงเรียนบ้านผือสวัสดิ์ราษฎร์วิทยา อำเภอเมืองขอนแก่น เมื่อ พ.ศ. 2513 จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 ใน พ.ศ.2520 แล้วเข้าศึกษาต่อระดับมํธยมที่โรงเรียนกัลยาณวัตร จังหวัดขอนแก่น จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ใน พ.ศ. 2525 ภายหลังเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สำเร็จได้รับปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิต(ศษ.บ.) เอกปฐมวัยศึกษา ใน พ.ศ.2550 และศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น สำเร็จได้รับปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต(ศษ.ม.) สาขาบริหารการศึกษา ใน พ.ศ.2555
พ.ศ. 2525 หลังจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ครูอุทิศได้เริ่มทำงานพัฒนาชุมชนที่หมู่บ้านผือซึ่งเป็นบ้านเกิด ด้วยการเป็นผู้สื่อข่าวสารสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ต่อมาได้ร่วมก่อตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชนบ้านผือ และได้รับมอบหมายจากชาวบ้านให้เป็นครูสอนหนังสือเด็กและดูแลเด็กในศูนย์ฯด้วย
พ.ศ.2527เป็นพี่เลี้ยงเด็ก ครูพัฒนาเด็ก และหัวหน้าครูกิจกรรม ในงานพัฒนาแม่และเด็กและชุมชน ของมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ที่กรุงเทพฯ
พ.ศ. 2531 กลับมาบ้านเกิด ก่อตั้งโครงการพัฒนาเด็กไทยในชนบท ซึ่งเป็นเครือข่ายมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชุมชนบ้านผือ โดยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการโครงการและครูสอนเด็กปฐมวัย
พ.ศ. 2534-2543 ก่อตั้งมูลนิธิอุทิศเพื่อเด็กไทย เพื่อสานต่อและขยายงานด้านการศึกษาแก่ผู้ยากไร้และการพัฒนาชุมชนอย่างกว้างขวางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเธอเป็นกรรมการและเลขานุการมูลนิธิฯ รวมทั้งเป็นครูผู้สอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งได้ขยายงานจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและให้การช่วยเหลือเด็กเพิ่มขึ้นทั้งชุมชนเมืองและชนบท รวม 18 ชุมชน เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชุมชน
เทพารักษ์5 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชุมชนทุ่งทอง ซึ่งเป็นชุมชนแออัดริมทางรถไฟอำเภอเมืองขอนแก่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชุมชนหนองจาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นต้น
พ.ศ. 2535 เป็นกรรมการชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พ.ศ. 2536 เป็นประธานคณะทำงานด้านเด็กภาคอีสาน และกรรมการศูนย์ประสานงานป้องกันแรงงานเด็ก จังหวัดขอนแก่น
พ.ศ. 2537 เป็นกรรมการเครือข่ายเด็กเร่ร่อน และกรรมการที่ปรึกษาสมัชชาเด็ก จังหวัดขอนแก่น
พ.ศ.2539 เปิดโครงการและดำเนินการโครงการครูข้างถนน เพื่อจัดการศึกษาแก่เด็กเร่ร่อนในจังหวัดขอนแก่น
พ.ศ. 2543 เป็นต้นมาจนถึงแก่กรรม ได้ดำเนินการดูแลและจัดการศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาสอีกหลายเรื่อง เช่น ก่อตั้งมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก เพื่อขยายโอกาสและเข้าถึงกลุ่มเด็กด้อยโอกาสและกลุ่มเด็กที่ประสบปัญหาต่างๆ เช่น เร่ร่อน เด็กที่ถูกกระทำทารุณกรรมทางร่างกายและจิตใจ เด็กกำพร้าไร้ที่พักพิง เด็กด้อยโอกาสในกลุ่มเสี่ยง ยากไร้ โดยนางอุทิศเป็นผู้บริหารในฐานะกรรมการและเลขานุการมูลนิธิฯ รวมทั้งก่อตั้งศูนย์การเรียนบ้านลูกรัก เพื่อสันติภาพเด็ก(โรงเรียนชีวิต) ให้เป็นบ้านแห่งความรักความอบอุ่นของเด็กๆ ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบศูนย์การเรียน(การศึกษาทางเลือก) โดยทำหน้าที่เป็นผู้บริหารศูนย์ฯ และก่อตั้งโครงการบ้านเด็กหญิง เพื่อส่งเสริมการศึกษาและช่วยเหลือปกป้องคุ้มครองเด็กหญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง นอกจากนี้ยังได้ดำเนินโครงการครูเท้าเปล่าเพื่อลงไปสอนหนังสือเด็กเร่ร่อน และผู้ยากไร้ในชุมชนเมืองขอนแก่นและในชนบท เป็นกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดขอนแก่น กรรมการคุ้มครองพัฒนาอาชีพประจำจังหวัด เป็นต้น
ครูอุทิศเป็นผู้ที่ชอบเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา โดยจะเรียนรู้จากชีวิตคนที่ประสบความสำเร็จ เรียนรู้จากสภาพปัญหาและบุคคลที่เป็นผู้รู้ในด้านต่างๆ เรียนรู้จากองค์กรหน่วยงาน รวมทั้งเรียนรู้จากการอ่านหนังสือ สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยพัฒนาความรู้ พัฒนาวิธีการทำงานด้วยการศึกษาปัญหา ศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจกับปัญหาอย่างถ่องแท้ และลงมือปฏิบัติซึ่งมีหลายวิธี เช่น การลงพื้นที่ไปแก้ปัญหาโดยตรง หรือการจัดประชุมแลกเปลี่ยนในกลุ่มหรือในเครือข่ายการทำงานต่างๆ และเปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายต่างๆได้มีส่วนร่วมและสะท้อนความคิดเห็น หรือทำงานประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เป็นต้น ด้วยความรู้ความสามารถและความทุ่มเทอุทิศตนเพื่อเด็กด้อยโอกาส จนปรากฏผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง จึงเป็นที่ยอมรับของสังคม และได้รับการการประสานให้การช่วยเหลือสนับสนุนการทำงานจากทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ครูอุทิศเป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตศิษย์ พลิกชีวิตเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส ให้ประสบ
ผลสำเร็จทั้งด้านการเรียน ด้านวิชาชีวิต สามารถประกอบอาชีพ มีงานทำ พึ่งตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน มีกรณีตัวอย่างของลูกศิษย์หลายคนที่นางอุทิศได้ดูแลช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงชีวิตพวกเขาให้ดี
ขึ้น อาทิ
นายวสันต์ คุณแสง จากชีวิตเด็กที่ยากจน อดมื้อกินมื้อ ที่พระสงฆ์นำมาฝากไว้ ครูอุทิศได้เลี้ยงดูเขาเหมือนบุตรคนหนึ่ง โดยให้ความรัก ความเมตตา สอนวิชาชีวิต ให้รู้จักคุณค่าความเป็นมนุษย์ สอนให้รักตนเอง รักผู้อื่น ฝึกการเป็นผู้นำ การรับใช้สังคม และการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง นายวสันต์กลายเป็นเด็กที่มีความภาคภูมิใจในตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้มีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ เมื่อเรียนจบระดับปริญญาตรีก็มาเป็นครูที่ศูนย์การเรียนบ้านลูกรัก เพื่อสันติภาพเด็ก และประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจหลายอย่าง ซึ่งนายวสันต์ได้เขียนไว้ในหนังสือประวัติครูอุทิศฯ ความตอนหนึ่งว่า
“...แม่ครูอุทิศเป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงแก่ชีวิตผมที่ยิ่งใหญ่ เป็นครูผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยหัวใจของความเป็นแม่ เป็นครูผู้ไม่เคยทอดทิ้งศิษย์ และยังเป็นครูผู้เป็นแม่พระของผู้ทุกข์ยาก ที่ช่วยผลักดันมนุษย์ตัวน้อยๆให้มีการเจริญเติบโตทั้งด้านร่างกาย จิตใจ มีหัวใจแห่งความรัก ความศรัทธา มีความเมตตา มีการศึกษาและสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีคุณค่า มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์...”
นางพยอม อินกกผึ้ง จากชีวิตเด็กที่ครอบครัวยากจนมากๆ ครูอุทิศได้ดูแลมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านผือ นางพยอมมีนิสัยชอบช่วยเหลือผู้อื่น ได้รับทุนการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาจนเรียนจบระดับปริญญาตรี แล้วออกมาเป็นครูที่ศูนย์การเรียนบ้านลูกรัก เพื่อสันติภาพเด็ก มีครอบครัวที่อบอุ่น ต่อมาได้รับราชการเป็นครูที่โรงเรียนเทศบาลนครขอนแก่นและศึกษาต่อจนจบระดับปริญญาโท ซึ่งนางพยอมได้เขียนบันทึกไว้ความตอนหนึ่งว่า
“...ท่านเป็นทั้งพ่อและแม่ ทั้งพี่ และเป็นเพื่อนของเราได้ ท่านทำให้เราเป็นคนที่กล้าตัดสินใจ รู้จักคิด รู้จักการอยู่ในสังคม และการปรับตัว โดยการสอนและให้แง่คิดต่างๆ สอนให้เราเป็นผู้นำที่กล้าหาญและยึดหลักความถูกต้องอย่างแท้จริง ท่านมีความเสียสละ อดทนต่อการทำงาน มีอุดมการณ์ที่หนักแน่นเพื่อตอบแทนแผ่นดินเกิด ท่านจะพูดเสมอว่า คนเราเกิดมาต้องทำความดี มีความกตัญญูเพื่อตอบแทนแผ่นดินเกิดของตนเอง ข้าพเจ้ามีความภาคภูมิใจมากที่สามารถยืนหยัดมีชีวิตที่ดีงามมาถึงทุกวันนี้...”
นางสาวศิริวรรณ เสนาวงษ์ เป็นเด็กที่ถูกฝึกให้เป็นผู้นำและผู้ให้ที่ดี รู้จักแบ่งข้าว แบ่งอาหารของตนให้แก่เพื่อนๆ นางสาวศิริวรรณมักพูดเสมอว่า โตขึ้นอยากเป็นครูเหมือนครูอุทิศ โดยจะเป็นครูใจดี ช่วยเหลือเด็กๆเหมือนครูอุทิศ นางสาวศิริวรรณเรียนจบระดับปริญญาโท 2 สาขา ออกมาเป็นครูที่โรงเรียนบ้านวังโพง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งนางสาวศิริวรรณ ได้เขียนบันทึกไว้ความตอนหนึ่งว่า
“...คุณครูอุทิศเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานของดิฉันเสมอ พอได้ออกมาเป็นครูในชนบท ทำให้ดิฉันมีความอดทนต่อความยากลำบาก ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง การพัฒนาเด็กที่ด้อยโอกาส การใช้ชีวิตอยู่ในชนบท การปรับตัวให้เข้ากับผู้ปกครองและคนในชุมชน ดิฉันเกิดความสำนึกเสมอถึงการให้โอกาส การทุ่มเท เสียสละเวลาส่วนตัว การให้ความรัก ความเมตตาแก่เด็ก และอยากให้เด็กๆที่อยู่ในชนบทได้รับโอกาสที่ดี มีความทัดเทียมกับเด็กในเมือง ...”
ฯลฯ
นับได้ว่าครูอุทิศเป็นผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาอย่างยิ่ง เป็นครูผู้เสียสละ ครูนักพัฒนา นักปฏิบัติ ครูผู้สอนวิชาชีวิต ดังมีผู้เขียนกล่าวถึงการทำงานและผลงานของนางอุทิศไว้หลายคน อาทิ
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ เลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
“...ครูอุทิศทำงานได้ทุกสถานที่ทุกเวลา โดยทำงานทั้งเชิงรุก เชิงลึก และเชิงรับ มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ด้วยวิธีการใช้ใจสร้างความรัก ความศรัทธา เดินเข้าหาเด็กและชุมชนเพื่อให้ทันต่อการแก้ไขปัญหาเด็กและปัญหาชุมชน...กว่า 30 ปีในการช่วยเหลือชีวิตเด็กที่ทุกข์ยาก การจัดการศึกษาที่ดีดีอยู่ในใจเธอเสมอ เธอทำงานด้วยหัวใจทั้งทำงานนอกระบบที่ไม่มีผู้บังคับบัญชา ไม่มีงบประมาณ มองไม่เห็นอนาคต แต่เธอมองเห็นสิ่งที่จะทำเพื่อเด็ก มองเห็นอนาคตของเด็ก ลงมือทำอย่างมุ่งมั่นและทุ่มเท ทำให้เกิดแรงสนับสนุนจากทุกสารทิศ แม้การทำงานต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคนานัปการ แต่เธอก็ได้พิสูจน์มาแล้วตลอดชีวิตของเธอ จากระดับหมู่บ้านมาเป็นที่พึ่งของเด็กในระดับจังหวัดและในระดับประเทศ แม้จะเป็นองค์กรที่ไม่ใหญ่แต่หากจิตใจของเธอนั้นกว้างใหญ่และงดงาม...ความเป็นมืออาชีพของการเป็นนักพัฒนาและหัวใจแห่งความเป็นครูของเธอยังเจิดจรัสมิเคยอับแสง...”
นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ เลขาธิการมูลนิธิดวงประทีป
“...คุณความดีของครูอุทิศ เป็นที่ยอมรับของคนที่ได้เห็นและติดตามผลงานของเธอ ครูอุทิศได้รับรางวัลหลายรางวัล นับว่าเธอเป็นครูผู้อุทิศตนช่วยเหลือเด็กยากไร้ในชนบทอย่างแท้จริง...”
แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ผู้ก่อตั้งเสถียรธรรมสถาน
“...นางอุทิศ สมใจ มุ่งเน้นจัดการศึกษาทั้งภายนอกและภายในให้แก่เด็ก ให้เด็กมีองค์ความรู้ที่จะอยู่ในสังคมปัจจุบันให้ได้อย่างมั่นคง ทั้งสามารถกลับมาช่วยเยียวยาสังคมในฐานะจิตอาสาได้อีกด้วย...”
ศาสตราจารย์ นายแพทย์วันชัย วัฒนศัพท์ ผู้เคยเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
“...ครูอุทิศเป็นต้นแบบของการสร้างสังคมสมานฉันท์ คิดบวก คิดดี มองอนาคต ก้าวเดินไป เอาอดีตมาเป็นบทเรียน ช่วยพัฒนาศูนย์ช่วยเหลือเด็กที่ถูกครอบครัวใช้ความรุนแรง และยังสร้างบ้านลูกรักให้เด็ก
ได้อยู่อย่างอบอุ่น ตลอดจนได้จัดการศึกษาในชื่อศูนย์การเรียนบ้านลูกรัก เพื่อสันติภาพเด็ก เพื่อสอนให้เด็กมีสันติสุขและมีความสงบสุขอย่างเท่าเทียมกัน...”
นางสาวทองพูล บัวศรี เพื่อนครูในโครงการครูข้างถนน
“…บ้านลูกรักได้มีกระบวนการในการใช้ความเป็นครอบครัวเข้ามาทดแทนการทำงาน พร้อมเปลี่ยนบ้านเป็นโรงเรียน เรียนรู้ตลอดเวลากับการดำเนินชีวิตเป็นเนื้อเดียวกัน เช่น การสวดมนต์ควบคู่กับการนั่งสมาธิในตอนเช้าและตอนค่ำทุกวัน เพื่อควบคุมให้เกิดสติ ในการดำเนินชีวิตและการเรียนไปพร้อมกัน เป็นหลักสูตรการสอนที่เน้นการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม เนื้อหาการเรียนงานเกษตรก็ปรับเข้ากับวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต เด็กๆจะช่วยกันปลูก ดูแล แล้วเก็บผลผลิตมาเลี้ยงน้องๆในมูลนิธิ เป็นการลดค่าใช้จ่ายในเรื่องอาหาร เป็นการปูแนวทางงานเกษตรเพื่อชีวิต ตั้งแต่การปลูกผักกินเอง การเลี้ยงปลา การทำฟาร์มไก่ไข่ เป็นต้น ...ครูอุทิศเป็นต้นแบบการดำเนินชีวิตที่ประหยัด มั่นคงในอาชีพครู เป็นครูสอนในศูนย์เด็กเล็กกว่าสามสิบแห่ง และเป็นแบบอย่างที่ลงทำงานเป็นครูข้างถนน ที่ฉุดเด็กเหล่านี้มาเป็นเด็กปกติอีกครั้ง เป็นครูในบ้าน พร้อมทั้งเป็นผู้บริหารในสถานศึกษาบ้านลูกรัก ทั้งการมีหลักสูตรชีวิตของเด็กแต่ละคน ตลอดจนเป็นนักบริหารการศึกษาแบบการศึกษาทางเลือก ตลอดชีวิตท่านเป็นครูที่ใช้หัวใจในการทำงาน...”
ผลงานของครูอุทิศได้เผยแพร่ในสื่อต่างๆ เช่น
- บทความเรื่อง “หยาดฝนบนที่ราบสูง” ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2533
- บทความเรื่อง “We care suffer the little children” ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post วันที่ 31 เมษายน พ.ศ.2548
- บทความเรื่อง “ความสุขที่แท้จริง” ตีพิมพ์ในนิตยสาร Asian Scholarship Foundation Under the Royal of H.R.H. Primcess Maha Sirindhon ฉบับเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
- รายการแบ่งปันรอยยิ้ม ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สี ใน พ.ศ. 2548
- รายการโฉมหน้าเอเชีย รายการทีวีจากประเทศสิงคโปร์ พ.ศ.2549
- รายการทูไนท์โชว์ เรื่อง “ครูเพื่อศิษย์” ทางสถานีโทรทัศน์สีช่อง 3 วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555
- รายการแตกประเด็น เรื่อง “บ้านลูกรักและการทำงานของครูอุทิศ (พุทธสุด) สมใจ” ทางสถานีโทรทัศน์สีช่อง 3 วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556
- บทวิจัยเรื่อง “บ้านเปลี่ยนชีวิตหนู ครูสร้างโอกาสฉัน” ตีพิมพ์เป็นหนังสือรวมเรื่องราวชีวิตในบ้านของเด็กเร่ร่อน จัดพิมพ์และเผยแพร่โดยมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ(มสช.) พ.ศ. 2555
- วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต เรื่อง “การบริหารจัดการศึกษาทางเลือกในสถานศึกษาจังหวัดขอนแก่น : พหุกรณีศึกษา” คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2555
รางวัลและเกียรติคุณที่ได้รับ ได้แก่
- พ.ศ. 2534 รางวัลอโชก้า สาขานักพัฒนาด้านเด็กและสังคม จากมูลนิธิอโชก้า
- พ.ศ. 2550 รางวัลประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ สาขาพัฒนาชุมขนเมือง
- พ.ศ. 2552 รางวัลทุนการศึกษาหลักสูตรมหาบัณฑิต จาก Ford Foundation International Fellowships มูลนิธิทุนการศึกษาเอเชีย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี
- พ.ศ. 2555 รางวัล “ดาราอวอร์ด” รางวัลสำหรับคนปลุกหัวใจสังคมด้วยหัวใจโพธิสัตว์
จากเสถียรธรรมสถาน
- พ.ศ. 2556 ได้รับการประกาศให้อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชนเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐มาตรา ๑๕๒
- พ.ศ. 2558 เกียรติบัตร ในฐานะบุคลากรของหน่วยงานที่มีผลงานด้านการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ในจังหวัดขอนแก่น จากผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และรางวัล “ครูขวัญศิษย์"จากมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี (ได้รับพระราชานุญาตให้เข้าเฝ้า และร่วมฉายพระรูปกับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2558) ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติสูงยิ่งในชีวิตของผู้ประกอบวิชาชีพครู
ครูอุทิศ สมรสกับ นายสุริยา สมใจ เมื่อพ.ศ.2540 มีบุตร 2 คน คือ นางสาวธาตรีกานต์ และ
นายศานติสุข สมใจ
ครูอุทิศ ได้ทุ่มเททำงานเพื่อเด็กด้อยโอกาสและชุมชนโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยมาโดยตลอด จนพ.ศ. 2553 ตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งที่ทรวงอก ครูอุทิศเลือกการดูแลสุขภาพและรักษาแบบแพทย์ทางเลือก ควบคู่กับการปฏิบัติธรรมไปพร้อมๆกับครอบครัวและเด็กๆในมูลนิธิฯ โดยยังคงทำงานดูแลเด็กๆมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้นางอุทิศยังฝากให้ครอบครัวช่วยสานต่อการก่อตั้งโรงเรียนผู้รับใช้สังคม และสถานปฏิบัติธรรมที่ตนเองได้ดำริไว้ขณะเจ็บป่วย ต่อมาอาการของโรครุกลามมากขึ้น และถึงแก่กรรมใน
วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2558 สิริอายุได้ 52 ปี 5 เดือน 26 วัน
นายธเนศ ขำเกิด ผู้เรียบเรียง

ตามมาแสดงความยินดีด้วยครับ
จากบุญถึงครับ
ขอเเสดงควายินดีกับคุณครูสมใจและครอบครัวในโอกาสที่ทางราชการมอบรางวัลเเห่งเกียรติยศ ... รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักร