ความรักของคุณสีอะไร
อย่ามองดูที่รูปร่างภายนอก หรือความสูงแห่งร่างกายของเขา ด้วยเราไม่ยอมรับเขา พระเจ้าทอดพระเนตรไม่เหมือนที่มนุษย์ดู มนุษย์ดูที่รูปร่างภายนอกแต่พระเจ้าทอดพระเนตรที่จิตใจ นี่คือคำตรัสจากคัมภีร์ไบเบิล ใน 1ซามูเอล 16:7
เมื่อฉันเดินทางไปตามที่ต่างๆ ในโลก ฉันรู้สึกทึ่งกับความแตกต่างของผู้คนในโลกเรา วัฒนธรรมแต่ละ
อย่างมีอะไรสารพัดที่แตกต่างไปจากวัฒนธรรมของฉันอย่างมากมาย บ่อยครั้งที่ฉันอาจไม่คอยอาหารในบางที่ ซึ่งไม่ได้แปลว่าอาหารนั้นไม่ดี แค่ฉันอาจไม่ชอบอาหารนั้นในบางประเทศ ผู้คนสุภาพอ่อนโยนมาก คนบางประเทศก็แข็งกร้าว บางคนอบอุ่นและเป็นมิตร ส่วนบางคนเย็นชาและไม่ค่อยเป็นมิตร
เมื่อไม่นานมานี้ฉันไปที่ประเทศหนึ่ง ซึ่งฉันสังเกตว่าทุกครั้งที่ฉันยิ้มให้ใคร เขาจะเห็นหน้าตาเฉยเมยและแสดงการสงสัย ฉันมารู้ทีหลังว่า ประชาชนที่นั่นเคยอยู่ใต้ปกครองของโซเวียตนานถึงห้าสิบปี และถูกข่มเหงรังแกอย่างหนักหนาสาหัส ภายใต้กฎหมายของสตาลิน ความรักผลักดันให้ฉันเริ่มอธิษฐานเผื่อพวกเขาและจะพยายามหาช่องทางที่จะทำลายกำแพงแห่งความเกลียดชังและหวาดระแวง ซึ่งถูกก่อขึ้นตลอดเวลาหลายทศวรรษแห่งความเจ็บปวดนั้น ฉันดีใจที่พระเจ้าไม่ได้พยายามหยิบยื่นความเป็นมิตรให้กับฉันเพียงแค่ครั้งเดียว แต่พระองค์ทรงเพียรพยายามหาช่องทางอยู่ตลอด จนสามารถเข้าถึงจิตใจของฉันได้ ไม่นานมานี้ ฉันได้อ่านบทความเรื่องหนึ่งของวารสาร ป้ายชี้ทาง เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกับหญิงชรา ซึ่งไม่เคยเดินออกจากบ้านหรือไม่เคยเปิดหน้าต่างให้แสงสว่างส่องเข้าไปในบ้านของเธอเลย สามีของหญิงชราเสียชีวิตไปแล้ว และตัวเธอเองก็ป่วยเป็นโรคหัวใจ ทำให้ชีวิตของเธอต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและขมขื่น ผู้หญิงคนนี้กับลูกเล็กๆ สองคนจึงพยายามหยิบยื่นความรักให้แก่ชราผู้โดดเดี่ยว แต่ทุกครั้งความพยายามของพวกเขาจะถูกปฏิเสธอยู่ตลอด พวกเขาอบขนมคุกกี้สัปดาห์ละครั้งอยู่เป็นเวลานาน แล้วก็เอาไปส่งให้หญิงชรา ที่ประตูบ้านครั้งแรก ที่พวกเขาเอาคุกกี้ไปส่งให้นั้น เธอออกมาเปิดประตูแบบแง้มๆ เมื่อรับขนมคุกกี้แล้วก็ขอบคุณพวกเขา แล้วก็ปิดประตูบ้าน ท่าทางที่ไม่เต็มใจต้อนรับของหญิงชราคนนั้นอาจไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงคริสเตียน คนนี้คาดหวังไว้ แต่ด้วยความกระตือรือร้นอยากรู้ว่า ความรักจะเกิดผลได้จริงหรือไม่ เธอจึงยังมุ่งมั่นที่จะทำอย่างนั้นต่อไป ในที่สุด ความรักก็บังเกิดผลจริงๆ หญิงชราผู้นั้นยอมรับจานขนมจากเธอแล้วเริ่มคุยบ้าง ไม่ใช่แค่พูดว่าขอบคุณเท่านั้น เมื่อเธอแวะไปเยี่ยมเยียนอยู่เรื่อยๆ หญิงชราก็เริ่มพูดคุยกับเธอมากขึ้น สุดท้าย วันหนึ่งลูกๆ ของผู้หญิงคริสเตียนคนนี้ก็เด็ดดอกไม้จากสวนไปมอบให้แก่หญิงชรา จนในที่สุดพวกเขาก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน หญิงชราผู้นั้นได้ชีวิตกลับคืนมา เธอยอมเปิดหู เปิดตา เปิดประตู และเปิดใจออก และกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้งหนึ่ง
จากเรื่องราวดังกล่าวทำให้เรามองเรื่องความรักว่าถ้าเราเป็นคนที่มีใจอดทนนาน ต่อให้เราเจอกับเรื่องใดๆ เราก็ยังสามารถรักเขาได้อย่างบริสุทธิ์ใจและไม่ต้องมีกำแพงใดๆ ที่ทำให้หมดรักเขาไปได้ ในความเป็นมนุษย์มักจะมองข้ามเรื่องนี้เสมอ หากไม่พอใจสิ่งใดก็ไม่รักและไม่สามารถรักได้อีก ดังนั้นเรื่องนี้เราต้องฝึก
ที่มา : หนังสือความรักยิ่งใหญ่ที่สุด