ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เริ่มมีการเล่นเกม นั่นเพราะความฉลาดของมนุษย์ แตกต่างจากโลกจริงๆ ปัญญาประดิษฐ์เป็นระบบปิด ที่มีกฎเกณฑ์เฉพาะอย่างที่สามารถนำมาคำนวณได้

ถึงแม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เกมหมากรุกของ อาเธอร์ ลี ซามูเอล(Arthur Lee Samuel) ที่เป็นโปรแกรมที่สามารถเรียนรู้ได้เองโปรแกรมแรกของโลก และถือเป็นจุดกำเนิดยุคแรกๆของปัญญาประดิษฐ์(AI) ประสบผลสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อในปี 1959 ก็เป็นเช่นเดียวกับเกมหมากรุก AlphaGo เริ่มเรียนรู้ที่จะเล่นกับตนเองอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาจุดมุ่งหมายจึงเริ่มขยับเข้าไปใกล้อีกนิด นักวิจารณ์กล่าวว่า หมากรุก (chess) เป็นสิ่งที่อยู่เหนือการคำนวณของคอมพิวเตอร์ เพราะหมากรุกเป็นสิ่งที่อาศัยสติปัญญาของมนุษย์และความคิดสร้างสรรค์ แต่ผู้สมัครเล่นต้องพ่ายแพ้แก่คำของตนเองในยุค 1970 จุดมุ่งหมายจึงเริ่มขยับเข้าไปอีกขั้น

นักวิจารณ์อ้างถึงระดับความสนใจ เมื่อคอมพิวเตอร์สามารถเอาชนะผู้เล่นมีอาชีพได้หลายคน แต่ไม่สามารถสุดยอดอาจารย์ได้ (master) เมื่อซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ Deep Blue แห่ง IBM เอาชนะนักหมากรุกมืออาชีพที่ชื่อ แกรี คีโมวิช คาสปารอฟ (Garry Kasparov) ในปี 1997 โลกจึงตกตะลึง แต่ Deep Blue ก็ไม่ใช่มนุษย์ ซึ่งไม่สามารถใช้สติปัญญาแบบปัญญาประดิษฐ์ได้ Deep Blue เอาชนะโดยใช้วิธีการทำงานบางอย่างโดยไม่สนใจถึงวิธีการ (brute force) ซึ่งได้โดยการค้นหาการเคลื่อนที่เป็นล้านๆครั้งในเสี้ยววินาที มนุษย์มีความทรงจำที่จำกัด ต้องการการรับรู้แบบแผนที่ฉลาดล้ำ และยุทธวิธีที่สร้างสรรค์ในการเอาชนะ

ในที่สุดพวกเขาจึงมีลงเอยที่โกะ เพราะระดับการค้นหาของโกะซับซ้อนกว่าหมากรุกมากมายนัก โกะจึงเป็นถ้วยอันศักดิ์สิทธิ์สำหรับปัญญาประดิษฐ์ และผลลัพธ์เป็นอย่างที่กล่าวมาแล้ว

สิ่งนี้หมายความว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะฉลาดกว่าเรา และจะฆ่ามนุษย์ตายจนหมดโลกอย่างนั้นสิ? แน่นอนว่าสิ่งนั้นจะไม่เป็นอย่างนั้น AlphaGo ไม่เคยสนใจว่ามันจะชนะหรือว่าแพ้ นอกจากนี้ มันเคยไม่สนใจแม้สักเล็กน้อยว่าที่เดินไปคืออะไร และไม่สามารถนำชามาให้เราได้สักถ้วย ถ้าเช่นนั้น ปัญญาประดิษฐ์อาจมาแย่งงานเราก็ได้อย่างนั้นหรือ? เป็นไปได้ คุณควรจะกังวลเรื่องนั้นได้เลย

แปลและเรียบเรียงจาก

Artifical intelligence: Google’s AlphaGo beats Go master Lee Se- dol http://www.bbc.com/news/technology-35785875