สมัยประมาณปีคศ. ๑๙๙๐ ศูนย์วิจัยใหญ่แห่งหนึ่งของนาสากำลังก่อสร้างตึกใหม่อันสำคัญยิ่ง เขาเชิญให้ผมเป็นหนึ่งในแขกผู้มีเกียรติประมาณ ๕๐ คน เพื่อ "เซ็นคาน" โดยใช้หมึกที่ได้วิจัยไว้แล้วว่าจะอยู่ได้เป็นแสนปี ไม่มีจาง ...คานนี้คือคานคอดิน ในการสร้างตึก ..เขาว่าเผื่อว่าอีก๕๐๐๐ปีมีคนมาขุดพบคงยังรู้ว่ามีใครทำงานอยู่ที่นี่บ้าง ...จากนั้นเขียนเอกสารสักฝ่ามือ แล้วเอาไปบรรจุใน capsule อมตะทำด้วยโลหะพิเศษ ไม่มีผุ เผื่อว่ามีคนมาขุดเจอก็จะเป็นก๊อกสองของคานคอดิน ..ธ่อเอ๋ย มันก็ไอเดียเดียวกะพ่อขุนรามฯเรานี่แหละ ""ชีวิตอมตะ
์Nasa เชิญผมไปเซ็นคานคอดินเพื่อชีวิตอมตะ
2 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
วฑ.พ · 7 เม.ย. 2559
ต้นโมกข์ · 7 เม.ย. 2559
ดร. จันทวรรณ ปิยะวัฒน์ · 7 เม.ย. 2559
คนถางทาง · 7 เม.ย. 2559
คนถางทาง · 7 เม.ย. 2559
เซ็นคาน เขาเรียกว่า sign the beam นะ ...พวกคนไทยที่อ้างว่าทำงานนาสาที่พวกคุณรู้จักนับถือกันทุกวันนี้รับรองไม่เคยเซ็นกันสักคน
คนไทยที่เป็นข่าวกันใหญ่โตมากถึงความเก่งกาจในการทำงาน NASA สุดท้ายปรากฎว่าทำงานเป็น freelance อยู่บริษัทที่รับช่วงงานจาก NASA แถมงานที่เขาว่าวิเศษมากนั้นก็แค่เขียนโปรแกรม simulation ในส่วนที่แทบจะไม่เกี่ยวข้องอีกต่างหากครับ เขากลับเมืองไทยก่อนที่ "งานใหญ่" ที่เขาโม้ว่าไม่มีใครทำได้เขาทำคนเดียวนั้นเริ่มทำตั้งนานครับ
คนไทยที่อ้าง NASA เพื่อรับงานต่างๆ นี่ผมสังเกตว่าประวัติแต่ละคนน่าสงสัยทั้งนั้นครับ ไม่มีใครเขียนประวัติกันได้ชัดๆ อย่างอาจารย์สักคน แต่คนที่เชื่อคนเหล่านั้นก็เชื่อกันแบบไม่คิดตามเลยครับ แปลกเหมือนกันครับ
นี่แหละคนไทยเรา ของปลอมชอบ ของแท้ไม่รู้จัก โสน้าหน้า ๕๕๕
คนไทยชอบเชื่อโดยไม่คิดครับ เรื่อง "นักวิทยาศาสตร์นาซ่า" นี่จริงๆ คนน่าจะสงสัยกันมาตั้งแต่แรกๆ แล้ว ผมเองพอได้รู้ครั้งแรกผมก็ไม่เชื่อครับ โครงการใหญ่ขนาดระบบจอดยานอวกาศนั้นจะคิดคนเดียวโดยคนพึ่งจบปริญญาเอกไม่น่าจะเป็นไปได้ครับ
แล้วคนไทยกลุ่มเดียวกันนี่ล่ะเอาการทำงานกับนาซ่ามาผสมกับไสยศาสตร์กลายเป็นอภินิหารซับซ้อนไปหมด พูดแล้วเขาก็เก่งนะครับ ช่างลากโยงไปได้
จริงๆ สมัยเรียนผมก็เคยช่วยงานอาจารย์ที่รับทุนจาก NASA เหมือนกัน ถ้าสอดคล้องกับมาตราฐานแบบไทยๆ ผมนี่ก็ถือว่า "เคยทำงานกับ NASA" เหมือนกัน แต่ต่างกันกับอาจารย์คนละเรื่องเลยครับ