.สวนหลังบ้านแห่งนี้ ขาดการดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจัง..มีพื้นที่ว่างมากมาย แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์..น้ำก็มีดินก็ดี..แต่การบริหารจัดการ ไม่เคยมีอย่างต่อเนื่อง จึงไม่เกิดมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด..มองไปทางไหน..ก็ดูโทรม แห้งแล้งไปหมด

ปิดภาคเรียน..จะเป็นอย่างนี้แทบทุกครั้ง จะเป็นเพราะความเหงา หรือร้อนอบอ้าวเกินไป..จนอยู่ไม่ติดบ้าน..ต้องเข้าไปในสวนหลังบ้านในพื้นที่ ๑ ไร่เศษ..พอเข้าไปในสวน ก็ทำอะไรไม่ถูก เพราะกิ่งไม้ระเกะระกะไปหมด..ตัดสินใจจัดระเบียบก่อน..ไม่ทันไรก็เหนื่อย ต้องนั่งพักบนลานดินปุ๋ยหมัก นั่งมองไปรอบๆสวนลำไย ที่มีมะขามเทศต้นใหญ่ขึ้นปะปนอยู่หลายต้น..

ความจริงที่มองเห็นก็คือ..สวนหลังบ้านแห่งนี้ ขาดการดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจัง..มีพื้นที่ว่างมากมาย แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์..น้ำก็มีดินก็ดี..แต่การบริหารจัดการ ไม่เคยมีอย่างต่อเนื่อง จึงไม่เกิดมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด..มองไปทางไหน..ก็ดูโทรม แห้งแล้งไปหมด

ไม่ได้การแล้ว..ต้องไปหาปราชญ์ชาวบ้านมาช่วยแนะนำ..ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ผมขับรถเข้าไปในเฟสใหม่ ของรีสอร์ทที่ผมอยู่ เพื่อหาแรงบันดาลใจในการปลูกต้นไม้ และแสวงหาผู้รู้ ซึ่งในละแวกบ้านที่ผมอยู่ เริ่มมีผู้คนเข้ามาอยู่และทำการเกษตร..ปลอดสารพิษ..,มากขึ้นเรื่อยๆ

ผมจอดรถที่บ้านหลังหนึ่ง..ที่มีบริเวณบ้านปกคลุมด้วยไม้ยืนต้นและพืชผักสวนครัวเต็มไปหมด ผมยกมือไหว้..แนะนำตัว..และบอกเจ้าของบ้านว่า..ผมขออนุญาตศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการเกษตรจากท่าน..

เจ้าของบ้าน..ชื่อพี่ประมวล อายุราว ๖๐ ปี เออรี่..จากทหารอากาศ ..นิยมชมชอบการปลูกป่า และมีความสนใจในเกษตร..ธรรมชาติ..เรียนรู้และปฏิบัติจริง ประสบความสำเร็จ ได้รับเชิญเป็น่วิทยากรในสุถานศึกษาหลายแห่ง..,

ในบ้านของพี่ประมวล..นอกจากต้นไม้ที่มากมายโดดเด่นแล้ว เครื่องมือเกษตรและปุ๋ยหมัก ก็มีอย่างเพียงพอ ผมสอบถามเกี่ยวกับเกษตรธรรมชาติ คืออะไร.พี่ประมวลอธิบายให้เข้าใจว่า การปลูกไม้ยืนต้น ไม้ผล ในบริเวณเดียวกับพืชผักที่รับประทานได้ ให้อยู่ด้วยกันแบบเกื้อกูล และบูรณาการการใช้น้ำและใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าที่สุด

ผมชวนพี่ปะมวลมาที่บ้าน..และเข้าไปในสวนลำไย พี่ปะมวลแนะนำให้ปลูกกระชาย โคนต้นลำไย และปลูกไม้ผลอื่นๆ ระหว่างต้นลำไย รวมทั้งปลูกพริกไทย ซึ่งผมให้ความสนใจอยู่พอดี

ตอนบ่าย ผมพาพี่ประมวลไปเที่ยวชมที่โรงเรียน เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการทำนาแนวใหม่ แบบที่ข้าวไม่ต้องแช่น้ำ..พี่ประมวลแนะนำการทำนาทุกขั้นตอนอย่างละเอียด..แต่ผมจำได้เพียงว่า ..ให้นำฟางข้าวปูให้เต็มนา จากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม..ปล่อยทิ้งไว้ ก่อนที่จะหว่านปุ๋ยหมักลงไป หรือทำอะไรต่อไปนั้น... ซึ่งผมจะต้องสอบถามพี่ประมวลอีกครั้ง..

ค่ำแล้ว..ผมยังอยู่ในสวน..รู้สึกดีใจ ที่ได้ใกล้ชิดสวนหลังบ้านอย่างอบอุ่น เหมือนต้นลำไยและมะขามเทศจะรู้ว่า..ผมห่วงใย..ในความเป็นอยู่ของพวกเขา..ว่าแล้ว..ผมก็ปลูกต้นพริกไทย ๑ ต้น กาแฟ..๒ ต้น ให้เป็นเพื่อนใหม่ของไม้ผล เป็นการประเดิมเริ่มต้น..แห่งวันที่เกิดแรงบันดาลใจ..มากมาย

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๓ เมษายน ๒๕๕๙