หลักการเรียนรู้ สู่การเปลี่ยนแปลง “สมองพิการในเด็กและวัยรุ่น” สู่การฟื้นคืนสุขภาวะทางสังคมไทย (CEREBRAL PALSY)


CEREBRAL PALSY (Child To Adolescent)


กิจกรรมบำบัดในเด็กและวัยรุ่นที่สมองพิการ


โรคสมองพิการหรือ Cerebral Palsy (CP) เป็นโรคที่เกิดจากการจากรอยโรคในสมอง (non-progressive brain injury or malformation) โดยจะเกิดกับเด็กในวัยก่อน 8 ปี เด็กที่เป็นโรคนี้ส่วนมากจะมีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหว (body movement)

ความผิดปกติแรกที่เกิดขึ้นในเด็ก CP (primary impairment)

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง เคลื่อนไหวช้า
  • เกร็ง งุ่มง่าม ชัก
  • ทรงตัวได้ไม่ดี
  • บางคนเดินไม่ได้

ความผิดปกติรองลงมา (secondary impairment)

  • ระบบหายใจผิดปกติ
  • ภาวะกลืนลำบาก
  • 30-50 % มีปัญหาด้านความรู้ความเข้าใจ (cognitive impairment)

ในเด็ก CP ยังพบว่ามีโรคร่วม (Comorbidities) ได้แก่ ภาวะปัญญาอ่อน (Intellectual Disabilities / Mental Retardation), ความบกพร่องทางการเรียน (Learning Disability)


สาเหตุของโรคเกิดได้ในขณะ 3 สภาวะการตั้งครรภ์ดังนี้

ก่อนคลอด

  • เกิดได้จากการติดเชื้อในครรภ์มารดา
  • ความผิดปกติของเส้นเลือดในสมองตั้งแต่ในครรภ์

ระหว่างคลอด

  • ขาดออกซิเจนขณะคลอด

หลังคลอด

  • ภาวะเยื้อหุ้มสมองอักเสบ
  • สมองได้รับบาดเจ็บ กระทบกระเทือนจากการทารุณกรรมในเด็ก (abuse)

สาเหตุอื่นๆเช่น การขาดสารอาหาร การคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกคลอดน้อย

      • อ้างอิงแบบแวนคูเวอร์

บล็อกGotoknow สริตา พฤฒิสาร. การพัฒนาคุณภาพชีวิต (Quality of Life) ของผู้ป่วยสมองพิการ (Cerebral palsy) [อินเทอร์เน็ต]. 2556 [เข้าถึงเมื่อ6 มี.ค. 2559]. เข้าถึงได้จาก: https://www.gotoknow.org/posts/520400

นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ.โรคสมองพิการ (cerebral palsy).นิตยสารการศึกษาอัพเกรด [อินเทอร์เน็ต]. 2552. [เข้าถึงเมื่อ6 มี.ค. 2559]. เข้าถึงได้จาก: http://www.meedee.net/magazine/med/opd-guide


ผลกระทบต่อกิจกรรมการดำเนินชีวิตในทางกิจกรรมบำบัด

(Occupation, Occupation performance)

โรคสมองพิการจะกระทบทุกๆกิจกรรมการดำเนินชีวิตของเด็ก แต่จะขอยกตัวอย่างดังนี้ เช่น กิจวัตรประจำวัน ADL ในเด็ก cp การตอบสนองกับพัฒนาการ ที่ยังหลงเหลืออยู่ (reflex) เช่น ATNR reflex ทำให้เด็กไม่สามารถทำกิจกรรมที่ต้องใช้สองมือร่วมกันได้ เช่น การทานอาหาร


การประเมินทางกิจกรรมบำบัด ตาม PEOP Model


การประเมิน well being เราจะมองตั้งแต่ปัจจัยภายในตัวบุคคล (person) ในเด็กcp มีปัญหาในการแปลผลจากสิ่งเร้า (perception) ทำให้มีปัญหาในการรับรู้ตนเอง ส่งผลถึงระดับ ความรู้ความเข้าใจ (Cognitive) โดยสามารถใช้แบบประเมิน Routine task inventory by Allen ประเมินได้ ส่งผลให้เด็กมีการรับรู้ตนเองที่ต่ำ : Self esteem (ความมั่นใจ), Self value (คุณค่าในตนเอง), Self efficacy (ความสามารถในตนเอง) ส่งผลให้เด็กยังไม่สามารถมีความสุขในชีวิต (well being) ยังสามารถใช้ แบบประเมิน Well-being (Well-being self assessment) ในการประเมินได้อีกทางหนึ่ง


ปัจจัยที่จะส่งเสริม Motivation และ Ability


ด้าน person

  • ความสามารถในการทำกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นจากการบำบัดฟื้นฟู
  • ความมั่นใจในตนเอง Self esteem รวมถึงความมุ่งหวังในชีวิต

ด้าน Environment

  • มีการปรับสภาพแวดล้อมให้สามารถทำกิจกรรมได้
  • ผู้ดูแลมีทัศนคติที่ดีในการที่จะส่งเสริมให้ได้รับการบำบัดฟื้นฟู



Ability นอกจะมีด้าน Person และ Environment ดังกล่าว ยังรวมไปถึง

ด้าน Occupation

  • ต้องมีการปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับความสามารถและสิ่งแวดล้อมในการทำกิจกรรม


แนวทางในการบำบัดรักษา และสื่อทางกิจกรรมบำบัด


การบำบัดฟื้นฟูในทางกิจกรรมบำบัด

ตัวอย่างกิจกรรมการฝึก

ฝึกให้เด็กเล่นของเล่นโดยมืออยู่ในแนวกลางลำตัวเด็กอยู่ในท่านอนตะแคงแขนทั้งสองจะอยู่ที่ด้านหน้าของเด็กข้อสะโพกและข้อเข่าควรจะงอศีรษะก้มลงอาจจะใช้หมอนรองเพื่อให้รู้สึกสบายบางครั้งอาจจะต้องช่วยจับมือเด็กให้อยู่ตรงกลางเพื่อเล่นของเล่นหรือจับของใส่ปากดังรูป



ฝึกการหมุนตัวสู่ท่านั่งจากท่านอนตะแคงกึ่งคว่ำ เป็นการกระตุ้นให้มีการ rolling ของลำตัวและเป็นการฝึกการควบคุมศีรษะและลำตัวให้ไปสู่ท่าพลิกตะแคง ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริงในการฝึกท่านี้กับผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้มุ่งเน้นให้ผู้ป่วยสามารถลุกนั่งด้วยตนเองในระยะเวลา 2 เดือนเพราะนั่นเป็นเป้าหมายที่สูงเกินกว่าความสามารถที่ผู้ป่วยมีในขณะนี้ แต่มุ่งเน้นให้เกิดพัฒนาการสู่การหมุนตัวและควบคุมลำตัวและศีรษะให้สูงขึ้นจากการหมุนตัวเพียงแต่ในท่านอนเท่านั้น ดังนั้นการวัดความสามารถของการฝึกในท่านี้จึงอยู่ที่ความสามารถในการควบคุมศีรษะจากท่านอนหงายสู่ท่าพลิกตะแคงได้หรือไม่ โดยการฝึกจะปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้คือ

-วางเด็กนอนตะแคงกึ่งคว่ำ มือข้างหนึ่งผู้ฝึกวางบนสะโพกที่ฝั่งตรงข้าม อีกมือวางบนไหล่ข้างข้างเดียวกันกับที่ผู้ฝึกนั่ง

-ค่อยๆโยกสะโพกมาด้านหลัง แล้วกดสะโพกลง มืออีกข้างผู้ฝึกจะช่วยดึงที่หัวไหล่ผลักไปด้านหน้า และยกขึ้นช่วยโดยกระตุ้นให้ผู้ป่วยลุกขึ้นเองด้วย ดังรูป



อ้างอิง http://home.kku.ac.th/ptorawan/case/2.htm


การฝึกกิจวัตรประจำวัน เช่น การถอด-ใส่เสื้อผ้า การอาบน้ำ การเข้าห้องน้ำ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตนเองให้ได้มากที่สุด ถ้าผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เอง หรือสอนผู้ปกครองในการช่วยเหลือกิจวัตรประจำวันแกเด็กอย่างถูกต้อง

อ้างอิง https://www.gotoknow.org/posts/520400


โดยจัดกิจกรรม ส่งเสริมด้าน PQ คือ การเล่นพัฒนาความสามารถของเด็กได้หลายด้าน ทั้งพัฒนาการด้านร่างกาย ความเฉลียวฉลาด ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์และสังคม PQ จึงเน้น ให้พ่อแม่เล่นกับลูก ถึงกับมีคำพูดที่ว่าพ่อแม่เป็นอุปกรณ์การเล่นที่ดีที่สุดของลูก

อ้างอิง http://www.dek-d.com/board/view/1157949/

ดังนั้นกิจกรรมของเราจะเน้นทำร่วมกันกับพ่อแม่ผู้ปกครองด้วยเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเด็กให้ได้มากที่สุด

การจัดกิจกรรมตามระดับ Cognitive นั้นต้องอิงตาม Social skill level of group dynamics

ดิฉันได้ยกตัวอย่างดังนี้

  • ระดับ Cognitive 1 จัดกิจกรรมแบบ Parallel group

จัดกิจกรรมให้เด็กนั่งทำกิจกรรมอยู๋ใกล้กันล้อมเป็นวงกลม เช่น กิจกรรมร้องเพลง ตบมือเข้าจังหวะ โดยมีผู้บำบัดเป็นผู้นำกลุ่ม ส่งเสริมทักษะสังคม



  • ระดับ Cognitive 2 จัดกิจกรรมแบบ Project group

จัดกิจกรรมให้เด็กนั่งทำกิจกรรมร่วมกันเป็นการเข้าร่วมกลุ่มทำงานร่วมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันบ้าง ไม่มีการแข่งขันกัน และมีปฏิสัมพันธ์กันบ้าง โดยเริ่มจากให้ทำกิจกรรมร่วมกันเป็นคู่ เช่นร่วมกันวาดภาพระบายสี ส่งเสริม Hand function, Social participation

อ้างอิง https://www.gotoknow.org/posts/503187,https://www.gotoknow.org/posts/520400

คำสำคัญ (Tags):
หมายเลขบันทึก: 603347เขียนเมื่อ 12 มีนาคม 2016 22:52 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 มีนาคม 2016 00:05 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี