ระลึกถึง...ความรัก (2-167)

บางครั้ง น้ำตาก็เกิดจากความสุข อบอุ่นใจนะ...☺ มิใช่เพราะความทุกข์เศร้าเหงาหรอก​

บางเรื่องราว...

ของบางสิ่ง...

คำบางคำ...

ภาพบางภาพ...

ทำให้เราระลึกถึง...

คนบางคน...✿◕‿◕)♪✿♪♡



ช่วงตรุษจีน ชาวไทยเชื้อสายจีน จะต้องไปไหว้พระไหว้เจ้า ทำบุญ ขอพรเทพเจ้าต่างๆ เท่าที่จำได้ ตั้งแต่เด็ก...ช่วงตรุษจีน หรือ ตลอดเดือน 1 ของจีน ผู้เขียนจะต้องตามแม่ หิ้วตะกร้าของไหว้เจ้ากับแม่หลายวัด และที่แน่ๆ ก็ต้องมาที่วัดเล่งเน่ยยี่ เพราะคนจีนเชื่อว่าที่วัดนี้คือ "หัวมังกร" ซึ่งจะทำให้คนที่ไปไหว้เกิดศิริมงคล ร่ำรวย ปลอดภัยตลอดปี

นอกจากนี้เนื่องจากชาวจีนโพ้นทะเลซึ่งหนีความอดอยากและระบอบการปกครองคอมมิวนิสต์สมัยเหมาเจ๋อตุงเข้ามาเมืองไทย จะให้ความอย่างยิ่งกับการทำมาหากิน ความอยู่ดีกินดี มั่งคั่ง ร่ำรวย การไหว้เจ้านอกจากเป็นที่พึ่งทางใจให้มีกำลังใจในการทำมาหากินแล้ว ลึกๆ ยังเป็นการตอบสนองต่อความรู้สึกมั่นคงในชาติพันธุ์ของตน เป็นการสืบทอดขนมธรรมเนียมประเพณี คำสั่งสอนของพ่อแม่ปู่ย่าตายาย และคำสอนของขงจื่อนั่นเอง

แน่ล่ะ...คนที่พลัดบ้านเกิดเมืองนอน...ย่อมต้องการความมั่นคงทางใจ

ในตอนนั้น...หลายครั้งผู้เขียนก็เบื่อ ไม่อยากไปกับแม่ เพราะคนเยอะ เบียดเสียด ร้อนก็ร้อน บางทีไม่ระวังก็โดนธูปจากอาม่า อากง อาซิ้ม อาเจ็ก จี้ เจ็บตัวด้วย แต่ไม่มีทางเลือก เพราะลูกสาวคนเล็ก ยังไง ๆ ก็ต้องไปช่วยแม่ไหว้ เพราะพี่ ๆ มีภาระ ทำงานแล้วบ้าง มีครอบครัวแล้วบ้าง

ครั้นเรียนจบ... ทำงานแล้ว ก็เริ่มมีข้ออ้างที่จะไม่ไปไหว้เจ้ากับแม่ หน้าที่ตกเป็นของหลาน ๆ รุ่นหลัง ๆ ...(ฮาๆๆ) แต่ในบางปีที่เป็นปีชง (ปะทะ) ก็ไม่มีทางเลี่ยง เพราะคนที่ปีชงจะต้องไปไหว้แก้ชงในปีนั้น ในยุคก่อนนั้น ปีชงจะนับเพียงห่างกัน 6 ปีนักษัตร ไม่ชงมากมายหลายปี ไหว้แก้ชงกันไม่หวาดไม่ไหวเช่นปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น คนเกิดปีชวดนับไปอีก 6 ปีนักษัตร คือปีมะเมีย เป็นต้น ดังนั้นใครที่เกิดปีชวดเมื่อถึงปีนักษัตรมะเมีย ถือว่าเป็นปีชง ต้องไปไหว้แก้ชง ทำบุญ สะเดาะเคราะห์ เดี๋ยวนี้บางโรงเจ ติดป้ายปีชงทั้ง 3 6 9 12 คือ ปีนักษัตรที่ห่างกัน 3 ปี 6 ปี 9 ปี 12 ปี ถือเป็นปีชงทั้งหมด ต้องไหว้ต้องแก้ ต้องทำบุญสะเดาะเคราะห์...อูย...เยอะนะ

...ก็ว่ากันไป การได้ทำบุญ บริจาคเงิน ทำทาน ถือว่าทำให้จิตใจสบาย เมื่อใจดี กายดี ชีวิตก็ย่อมดีไปด้วย...คิดเสียอย่างนี้ค่อยสบายใจ...☺

ช่วงหลังจากที่แม่จากไปแล้วเมื่อปี 2548 ก็ไม่มีใครเคี่ยวเข็ญให้ไปไหว้เจ้าที่วัดเล่งเน่ยยี่อีก พี่สาวหลายคนยังคงทำตามแม่ คือไปไหว้ช่วงตรุษจีน บางปีที่ผู้เขียนว่างและวันที่ต้องไปไหว้ตรงกับวันหยุดพอดี ก็จะไปตามคำชักชวน ช่วยหิ้วตะกร้าผลไม้และของไหว้ หลายปีที่ผ่านไป ไม่ตรงกับวันหยุด แต่ปีนี้ตรงกับวันเสาร์พอดี จึงได้ไปไหว้กับพี่สาว... ก็ยังหวั่นๆใจว่าจะหงุดหงิดไหม ร้อนก็ร้อน คนเยอะ ฯลฯ น่าแปลกที่เมื่อวัยเปลี่ยนผ่าน ผ่านร้อนผ่านหนาว (แก่แล้วว่างั้นเถอะ) ความรู้สึกเบื่อหน่ายกลับไม่มีอีก อาจเพราะไม่ได้ไหว้มาหลายปีแล้วก็เป็นได้...☺

พอกลับถึงบ้าน... โหลดภาพที่ถ่ายที่วัดมาเก็บไว้ ก็ให้รู้สึกบางอย่าง...เอ๊ะ มีก้อนแข็งๆ มาติดอยู่ที่คอ แสบตา แสบจมูก น้ำตาอุ่นๆ ไม่รู้มาจากไหน...เอ๊ะ เราเป็นอะไร

มาใคร่ครวญดู...ก็ต้องยิ้มออกมา

บางครั้ง น้ำตาก็เกิดจากความสุข อบอุ่นใจนะ...☺ มิใช่เพราะความทุกข์เศร้าเหงาหรอก


บางเรื่องราว... ของบางสิ่ง... คำบางคำ... ภาพบางภาพ... ทำให้เราระลึกถึง... คนบางคน ...


ความรักจากใครบางคนที่รัก หวังดี อาทรร้อนหนาว หล่อเลี้ยงน้ำใจเรา ...

ไม่เคยเปลี่ยนแปร แม้เวลาเปลี่ยนไป

รักแม่ที่สุดในสามโลก...

✿◕‿◕)♪✿♪♡

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อาหารเพื่อจิตวิญญาณ



ความเห็น (9)

เขียนเมื่อ 

สบายดีหรือคุณน้อง ไม่ได้เจอกันเสียนาน

ด้วยความระลึกถึง

เป็นบันทึกที่งดงาม ได้เห็นความรักจากสายลมแผ่วผ่านหัวใจ

..

อ่านแล้วได้เห็นความรัก...ที่เรามองไม่เห็น แต่ทว่าสัมผัสได้ด้วยหัวใจ ...ที่มีต่อแม่ของคุณหยั่งรากนะครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณความรักของแม่

ขอบคุณเจ้าของบันทึกจ้ะ


เขียนเมื่อ 

แม่ ... ความรักที่ไม่รู้จบ นะคะ

เขียนเมื่อ 

มีดอกดิน..มาฝากเจ้าค่ะ...

เขียนเมื่อ 

:)

สวัสดีค่ะขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านที่แวะมาอ่านและให้ข้อคิดไว้นะคะพี่คนบ้านไกลคุณแสงแห่งความดี…คุณมะเดื่อคุณหมอธิท่านวิชญธรรม

วัน เวลา ผันผ่านไป… ความทรงจำดีๆ ยังคงอยู่ตลอดไป ค่ะ :)

อีกนิดค่ะ

ภาพดอกดาวเรือง ดอกดิน และภาพครอบครัวพร้อมหน้าของคุณแสงแห่งความดี… น่ารักมากๆ ค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งนะคะ :)