ประสบการณ์ของธนาคารกลางทั้งในประเทศเเละต่างประเทศที่ให้ความช่วยเหลือในช่วงวิกฤติ

จากประสบการณ์ของธนาคารกลางที่ช่วยเหลือธุรกิจเพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ โดยธนาคารกลางได้ให้ความช่วยเหลือหลากหลายรูปแบบ โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นการช่วยเหลือทางการเงินอย่างเดียวโดยตรง ตัวอย่างเช่น

กรณีของธนาคารเเห่งประเทศไทย

ธนาคารเเห่งประเทศไทยได้เผชิญกับวิกฤติอุทกภัยในภาคธุรกิจ เป็นเรื่องของการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ภาคธุรกิจ (soft loan) ของธนาคารเเห่งประเทศไทย ผ่านธนาคารพาณิชย์ ที่เป็นกรณี เนื่องจากมาตรการ ดังกล่าวสามารถจับต้องได้อย่างชัดเจนและอยู่คู่กับ สังคมไทยยาวนานถึง 55 ปี และเพิ่งยุติบทบาทได้ พียงครึ่งปี (พฤษภาคม 2554) นี้ ประกอบกับตั้งแต่ ปี 2548 มาตรการนี้มีบทบาทในการให้ช่วยเหลือ ภาคธุรกิจที่ประสบปัญหาต่างๆ เช่น ไข้หวัดนก สึนามิ ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดน ภาคใต้ รวมถึงธุรกิจ SMEs ที่ประสบกับปัญหา ค่าเงินบาทแข็ง

กรณีของธนาคารกลางต่างประเทศ

กรณีเหตุการณ์ 911 (ปี 2544) ธนาคาร กลางสหรัฐอเมริกา (Fed) ได้ซื้อหลักทรัพย์รัฐบาล (US Treasury Securities) ในตลาดรองจํานวน มากเพื่ออัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดการเงิน รวมถึง ให้ธนาคารพาณิชย์กู้เงินโดยตรง และในระยะต่อมา ได้เตรียมสภาพคล่องให้พร้อมสําหรับธนาคาร พาณิชย์ที่จําเป็นต้องใช้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ให้กับผู้ ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ กรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหวและเกิดสึนามิ

กรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหวและเกิดสึนามิ ในญี่ปุ่น (ปี 2554) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ ดําเนินการเสริมสภาพคล่องหลักๆ คือระยะแรกเร่ง อัดฉีดสภาพคล่องผ่านตลาดการเงินให้เพียงพอ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและใช้ แนวนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในระยะต่อมา และในช่วงฟื้นฟู ได้ขยายประเภทของหลักประกันที่ สถาบันการเงินสามารถนํามาวางกับ BOJ ผ่าน ธุรกรรมตลาดการเงินเพื่อสร้างความมั่นใจต่อสภาพ คล่องของสถาบันการเงินที่เพียงพอต่อการปล่อย สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ

แหล่งอ้างอิง https://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/ArticleA...

http://financialcrisisbt.blogspot.com/

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การเงิน



ความเห็น (0)