​ชีวิตที่พอเพียง 2580. ตระเวนชนบทญี่ปุ่น ๑๐. AAR


การเดินทางไปเยือนชนบทญี่ปุ่น ๗ วันครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างความชัดเจนในความร่วมมือระหว่างบริษัทเบทาโกร กับสถาบันอาศรมศิลป์ ในการออกแบบศูนย์การเรียนรู้ ตำบลช่องสาริกา อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เพื่อเป้าหมายการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

ผมตั้งคำถามให้แก่ตนเอง ๒ ข้อดังนี้

  • ได้เห็นปัจจัยสำคัญอะไรบ้าง (จากการดูงานที่ญี่ปุ่น) ต่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
  • ควรนำความรู้ความเข้าใจปัจจัยตามข้อ ๑ มาใช้ในการออกแบบศูนย์การเรียนรู้ที่ตำบลช่องสาริกาอย่างไรบ้าง


ข้อเรียนรู้ในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนของญี่ปุ่น

  • ทางการ (จังหวัดโออิตะ) ประกาศโครงการ OVOP ในเชิงหลักการ เปิดโอกาสให้แต่ละชุมชนดำเนินการกันเอง ใช้ความพยายามลองผิดลองถูกกันเอง โดยภาครัฐสนับสนุน แต่ไม่กำหนดรูปแบบให้ดำเนินการอย่างตายตัว เป้าหมายหลักคือ ฟื้นความเข้มแข็งของชุมชน ไม่ให้คนออกไปจากชุมชนเนื่องจากกระแส urbanization ที่มาจาก industrialization
  • หลักการคือ แต่ละชุมชน (หมู่บ้าน) ค้นหา “ของดี” ที่ซ่อนอยู่ในชุมชน เอามาสร้างคุณค่าและมูลค่า โดยการดำเนินการร่วมกันของคนในชุมชน “ของดี” เหล่านี้ “ดิ้นได้” คือในช่วงแรกคนในชุมชนอาจเห็นคุณค่าในลักษณะหนึ่ง และนำมาสร้างคุณค่าและมูลค่าได้ผลดี และเมื่อดำเนินการและเรียนรู้ร่วมกันไปเรื่อยๆ ก็จะค้นพบ “คุณค่าและมูลค่า” อื่นๆ เพิ่มขึ้นได้มากมายหลากหลายด้าน โดยมีเคล็ดลับคือ ต้องเรียนรู้ต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง จากการปฏิบัติร่วมกันของคนในชุมชน และเรียนรู้จากภายนอก นำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ด้วย
  • การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ต้องมองที่ผลลัพธ์หลายด้านประกอบกันอย่างสมดุล คือด้านเศรษฐกิจของชุมชน และของบุคคล ด้านคุณภาพชีวิต ระดับบุคคลมีงานทำ มีรายได้ รู้สึกว่าเป็นคนสำคัญ ระดับชุมชนเกิดความรักสามัคคี ด้านชื่อเสียง เน้นชื่อเสียงของชุมชน ไม่ใช่แค่บุคคลเดี่ยวๆ ทั้งชื่อเสียงในระดับจังหวัด ระดับประเทศ และระดับโลก ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เน้นที่เยาวชน ให้ได้มีส่วนในการ
  • การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ต้องใช้ยุทธศาสตร์ “เชื่อมโยง” (connect) คนภายในชุมชนกันเอง และเชื่อมโยงกับคนภายนอกชุมชน เพื่อทำให้ชุมชนเป็นที่รู้จัก และเพื่อสร้างความภาคภูมิใจต่อชุมชนของตน
  • มีการพัฒนาคุณภาพ และคุณค่าของ “สินค้า” หรือ “ผลิตภัณฑ์” อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่ชัดเจนมากคือที่หมู่บ้านอุมะจิ เกิดสินค้าจากส้มยูสุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการทำวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยในช่วงหลัง
  • การตลาดมีความสำคัญพอๆ กับการผลิต/ตัวสินค้า หรืออาจสำคัญกว่า
  • สหกรณ์การเกษตรของญี่ปุ่นใกล้ชิดชาวบ้านมาก สหกรณ์มีลักษณะสหกรณ์ของชุมชนมากกว่าสหกรณ์ของราชการ จึงทำหน้าที่ริเริ่มสร้างสรรค์จากฐานรากได้ดี ตามด้วยการพัฒนาต่อเนื่อง


ควรนำประเด็นใดบ้างมาออกแบบศูนย์การเรียนรู้ที่ตำบลช่องสาริกา

  • ไม่ควรเน้น “ศูนย์” เชิงกายภาพมากนัก ควรเน้น “เครือข่าย” การเรียนรู้ (เพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนด) มากกว่า เป็นเครือข่ายของ “กลุ่ม” ที่ชาวบ้านร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เป็นหลัก และเน้นกิจกรรมให้มาก เบทาโกรเน้นทำหน้าที่ “ คุณอำนวย” ไม่ใช่เน้นเป็นผู้ให้ทุน อาศรมศิลป์เน้นทำหน้าที่พัฒนา “คุณอำนวย” และร่วมส่งเสริมการเรียนรู้ของกลุ่มชาวบ้าน ให้ฟันฝ่าอุปสรรค บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ให้ได้
  • เป้าหมายอาจเริ่มที่ หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความจำเพาะและเด่นเป็นพิเศษ และเป็นเครื่องมือดึงชาวบ้านจำนวนมากมาร่วมได้
  • การรวมกลุ่มของชาวบ้าน ควรเป็นการรวมกลุ่มแบบที่สมาชิกกลุ่มมีหน้าที่ที่จะต้องร่วมรับผิดชอบ ไม่ใช่สมาชิกแบบลอยๆ คือต้องสมัคร และได้รับความเห็นชอบจากกลุ่มให้เข้าเป็นสมาชิก และได้รับมอบหมายหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบ และต้องปฏิบัติตามกติกาของกลุ่ม
  • แต่ละกลุ่มมีการนัดพบปะระหว่างสมาชิกและภาคีอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อการเรียนรู้ร่วมกัน และเพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของกลุ่ม
  • มีการทำความเข้าใจ และพิสูจน์คุณค่าที่จำเพาะของสินค้า/ผลิตภัณฑ์ (อาจต้องวิจัย) จนสมาชิกกลุ่มเข้าใจชัดเจนทุกคน และสื่อสารออกไปในวงกว้าง เช่นใช้ social media หาทางให้ผู้บริโภคบอกต่อ และสื่อมวลชนช่วยประโคม
  • น่าจะส่งเสริมเครือข่ายการเรียนรู้ในตำบลอื่น อีกสัก ๒ - ๓ ตำบล เน้นตำบลที่ชาวบ้านมีความพร้อมในการรวมตัวกัน หรือ อปท. มีความเข้มแข็ง ในการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เพื่อเป็นเครือข่ายการเรียนรู้กับตำบลช่องสาริกา
  • เบทาโกรและอาศรมศิลป์ ให้คำแนะนำ สนับสนุนหรือส่งเสริมการทำวิจัยเพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์/สินค้า ตามที่กลุ่มร้องขอ
  • จัดการประชุมประจำปี “วิสาหกิจชุมชน เพื่อชุมชน เพื่อผู้บริโภคในท้องถิ่น บริโภคผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น” มีเป้าหมายเพื่อเป็นเวที/พื้นที่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในเครือข่าย และเชิญผู้ประสบความสำเร็จนอกเครือข่ายมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสื่อสารออกไปยังสังคมวงกว้างด้วย
  • สื่อสารประเด็นเชิงนโยบาย เชิงกฎกติการาชการ/กฎหมาย ออกไปยังสังคมวงกว้าง และตรงไปยังหน่วยกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้อง


เป้าหมายในเบื้องต้นอาจเป็นเรื่องการเพิ่มรายได้ ตามด้วยการเรียนรู้เพื่อดำเนินการต่อเนื่องสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

กระบวนการเลือก เป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของชาวบ้าน อาจต้องใช้เวลาและความอดทน และ “คุณอำนวย” จะช่วยได้มาก

มีกติกาว่าสมาชิกที่ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ สมาชิกกลุ่มอาจลงมติให้สิ้นสุดความเป็นสมาชิกได้


วิจารณ์ พานิช

๒ ม.ค. ๕๙


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 
  • 2 ประเด็นที่อาจารย์สรุปจากการทำ AAR ได้ประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง
    ขออนุญาตนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับ "การจัดการวิสาหกิจชุมชน"