เลียบเลาะตู้หนังสือนายแผ่นดิน (15) : ลมฤดูใบไม้ร่วง


บังเอิญตอนปลายปี 2558 มีโอกาสได้ฟังเพลง “พระจันทร์ของฉัน ( หลีไป๋ )” ของศิลปินที่ชื่อ “บอย อิมเมจิน” พลอยให้คิดถึงหนังสือรวมบทกวีเล่มหนึ่งที่ผมซื้อมาเก็บไว้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2543





หนังสือเล่มที่ว่า คือ “ลมฤดูใบไม้ร่วง” เป็นรวมบทกวีของกวีโบราณชาวจีนในชื่อ “หลี่ไป๋” ซึ่งแปลโดยอาจารย์ "สมภาร พรมทา" จัดพิมพ์ครั้งแรกโดย สนพ.จตุจักร : กรกฎาคม 2528 ในราคา 20 บาทและที่ดีใจมากเป็นพิเศษก็คือ เล่มที่ผมมีอยู่นี่เป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรก –



ก่อนปี 2543 ถ้าจำไม่ผิด ผมแทบจะไม่เคยได้อ่านบทกวีของหลีไป๋เลยก็ว่าได้ หากแต่คุ้นชินกับชื่อเสียงเรียงนามของท่านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกวีที่มีชีวิตไม่ต่างจากสุนทรภู่ของเมืองไทย รอนแรม หลงรักเสน่ห์แห่งสุรา เป็นเสมือนกวีสามัญที่ลุ่มลึก น่าสนใจ



ผมชอบบทกวีของหลี่ไป๋มาก ไม่ใช่ชอบเพราะว่าอ่านแล้วรู้เรื่อง หรือเข้าใจง่ายหรอกนะครับ ทว่าอ่านแล้วรู้สึกผ่อนคลาย เบาหวิว เหมือนได้ปล่อยวางบางอย่างออกจากหัวคิด ยิ่งได้อ่านก่อนนอน ยิ่งคล้อยหลับราวกับเด็กอิ่มนม




นอกจากนั้นยังชอบบทกวีที่เชื่อมโยงอยู่กับธรรมชาติรายรอบตัวที่พรรณนายึดโยงกับอารมณ์ความรู้สึกที่กวีได้พบเห็น และสัมผัส ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นการผสมผสานกันระหว่างวิถีแห่งธรรมชาตินิยมและมนุษย์นิยมอย่างน่ามหัศจรรย์ใจ แถมยังมีปรัชญาแห่งศาสนาเชื่อมร้อยอยู่อย่างสงบเงียบ –



นี่คือส่วนหนึ่งของบทกวีที่ผมอ่าน แล้วคัดลอกมาแบ่งปัน ผมเชื่อว่าปัจจุบันหนังสือเหล่านี้หาอ่านยากยิ่งแล้วกระมัง



....

ตลอดทั้งคืน
ฉันนั่งจมอยู่กับสุรา
เพลินดื่มจนไม่รู้สึก
ว่ามีกลีบดอกไม้แห้ง
ร่วงลงมาจากต้น
เกาะเต็มเสื้อคลุมไปหมด

รุ่งสางแล้ว
ฉันโซเซลุกขึ้น
จะไปล้างหน้าที่ลำธาร
ช่วงเวลานี้
ช่างเงียบสงัดเหลือเกิน
ทั้งนกกาและผู้คน
ต่างหลับใหลเป็นสุข
อยู่ในห้วงนิทรา





สนธยากาลกำลังคืบคลาน
เข้าโอบคลุมสรรพสิ่ง
เหนือคุ้งน้ำมืดสลัว
ปรากฏดวงจันทร์นวล
ลอยเด่นสุกสกาว
ยิ่งเดือนนั้น
คว้างดวงขึ้นสูงเพียงใด
ดูเหมือนว่า
ความงามแห่งจันทร์กระจ่างนั้น
จะถูกรัตติกาลขับให้โดดเด่น
อยู่กลางฟ้ามกเท่านั้น.





กับสุราเหยือกหนึ่ง
ฉันนั่งอยู่ใต้ต้นไม้
ที่กำลังออกดอกบานสะพรั่ง
ฉันดื่มอยู่เพียงลำพัง
ไร้เพื่อนร่วมสนทนา
แต่ฉันก็ไม่โชคร้ายจนเกินไป
เพราะบนท้องฟ้านั้น
ยังมีจันทร์กระจ่าง
สาดแสงละมุมสกาว
ลงมาทักทายฉันอยู่
ฉันยกถ้วยเหล้า
พลางแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
ชักชวนจันทรามาร่วมดื่ม.





เที่ยงวันแล้ว
หุบเขาเงียบสงัด
ไร้สรรพเสียง
มีแต่ความเงียบงัน
แห่งต้นไผ่ป่า
ที่กำลังเสียดยอด
ขึ้นโบกโบยกลางเมฆขาว






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

หนังสือหายากยิ่งนัก ;)...

เขียนเมื่อ 

คุณมะเดื่ออยากจะมีเวลาอ่านหนังสือ

อันเป็นที่รักบ้าง....

ก็คงต้องคอยให้เกษียณก่อนอ่ะนะ

เฮ้อ!......


เขียนเมื่อ 

ภาษาสวยมาก ดื่มด่ำกับธรรมชาติ และถ้อยคำที่ลุ่มลึก เพียงแค่ไม่กี่หน้าในบันทึก ก็หลงรักซะแล้ว น่าอ่านมาก ๆ นะครับ ขอบคุณที่ได้นำมาให้อ่านด้วยนะครับอาจารย์