เช้าวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๘ ผมไปแช่น้ำร้อนตั้งแต่เช้ามืด ครอบครองบ่อแช่แบบสาธารณะคนเดียวตามเคย นอนแช่พร้อมกับเจริญสติอยู่ราวๆ ๑๕ นาที กลับมาที่ห้องพักเหงื่อแตกอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง
อาหารเช้าแบบเรียวกังชั้นหนึ่ง มื้อนี้มีปลาย่าง และเต้าหู้สดต้มในหม้อร้อนบนโต๊ะ และอื่นๆ
ออกเดินทางไป Cocco Farmจังหวัด Kumamoto ใช้เวลาเดินทางสองชั่วโมงครึ่ง ระหว่างทางภูมิทัศน์เป็นภูเขา ถนนคดเคี้ยวไปมา สวยงามมาก ทำให้ผมนึกถึงตอนไปเที่ยว Glen ของสก็อตแลนด์ ที่เล่าไว้ ที่นี่บนรถขณะเดินทาง คุณจ๊อด วรนันท์ วรมนตรี (เครือเบทาโกร) เล่าเรื่อง Cocco Farm เป็นบริษัทเล็กๆ ฟาร์มไข่ ขายแก่ชุมชนแบบคละ ไม่แยกขนาดไข่ ทำผลิตภัณฑ์จากไข่ ใช้ขี้ไก่ปลูกผัก สร้างผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทำท่องเที่ยว อบรมเยาวชน กล้วย และผลิตภัณฑ์ เอื้อชุมชนและผู้ประกอบการรายไม่ใหญ่ คุยกันเรื่องไข่สด ๒๔ ชั่วโมง ไข่ฟองแรกของไก่สาว วิธีดูว่าไข่สดหรือไม่ ดูที่เมื่อตอกไข่ออกจากเปลือก ไข่แดงจะตั้งนูน ไม่แบน ไข่สดจะอร่อยกว่าไข่เก็บหลายวันมาก
ถึง Cocco Farm ซึ่งไม่ใช่ที่เลี้ยงไก่ แต่เป็นตลาดและสถานที่อบรมและดูงาน เราไปฟังคุณ Yokoyama บรรยายสรุปเรื่องราวของบริษัท ที่ตั้งขึ้นโดยเกษตรกรตัวจริงที่ไม่มีการศึกษามาก แต่ผ่านการไปทำงานที่เมืองหลวง แล้วเมื่ออายุ ๒๐ ปี ก็กลับมาทำการเกษตรที่บ้าน เลี้ยงไก่ขายไข่
ตอนแรกเลี้ยงแบบฟาร์มเล็กๆ ต่อมา ปี ๒๕๑๒ สร้างฟาร์ม ๔๐๐ ตัว ทำให้ต้นทุนต่ำ เวลานี้เลี้ยงไก่ 82,000 ตัว ได้ไข่ 64,000 ฟองต่อวัน ทั้งขายไข่ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจากไข่อีกมากมาย ผลิตภัณฑ์บางอย่างมูลค่าเพิ่ม ๒๐ เท่า ปี ๒๕๔๓ ทำสวนกล้วยปลอดสารพิษ
จังหวัดคุมาโมโต อยู่ท่ามกลางเขตภูเขา ห่างไกลจากเมืองอื่นๆ การมีบริษัท Cocco Farm ที่เป็นกิจการไม่ใหญ่ แต่มีอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมาย รวมทั้งมีวิธีการส่งเสริมการตลาดที่เก่งมาก เช่นการมีสมาชิก มีบัตรสมาชิกที่เก็บข้อมูลการบริโภค ทำให้บริษัทบริการได้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น ตอนนี้มีสมาชิก ๓ หมื่นคน แต่ละปีมีคนมาซื้อของ ๑.๑ ล้านคน แต่รายได้จากสมาชิกคิดเป็น ๕๖% ของรายได้ทั้งหมด เขาทำวิจัยพฤติกรรมของลูกค้า และพบว่าลูกค้าเป็นคนอายุ ๕๐ ปีขึ้นไปถึงร้อยละ ๘๐ เป็นความเสี่ยงของธุรกิจในอนาคต จึงต้องหาทางโปรโมทดึงดูดลูกค้าอายุน้อย ซึ่งก็เริ่มได้ผล
ข้อมูลที่เขาเล่า ปลุกให้ผมตื่นตาตื่นใจว่า เขาทำธุรกิจโดยใช้ข้อมูล เอามาใช้ปรับปรุงกิจการต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา มีการซักถามว่า เขาขายไข่คุณภาพสูง มีวิธีเลี้ยงไก่พิเศษอย่างไร เขาบอกว่าอาหารใส่กระเทียมและถ่าน ซึ่ง อ. เปิ้ลบอกว่าเป็นวิธีการที่รู้กันอยู่แล้ว
เสร็จจากฟังการบรรยายสรุปและซักถาม เราลงไปชมร้านขายสินค้า เห็นผลิตภัณฑ์มากมาย และวิธีขายไข่หลากหลายแบบ ทำให้ผมเข้าใจวิธีโปรโมทสินค้า แบบเข้าถึงใจลูกค้า เขามีบริการ home delivery ด้วย
สุดท้ายเป็นอาหารเที่ยง เราได้ชิมอาหารของ Cocco Farm ที่แน่นอนว่า มีไข่เป็นองค์ประกอบหลัก ผมคิดว่ารสชาติใช้ได้
เรานั่งรถกลับเมือง Oita ใช้เวลา ๓ ชั่วโมง ไปชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Oita Prefactural Art Museumเป็นอาคารใหม่ที่เพิ่งเปิดเมื่อเดือนเมษายนนี่เอง สถาปัตยกรรมสมัยใหม่งดงามมาก เราซื้อตั๋วเข้าไปชมนิทรรศการ Dawn of Gods โดยโปสเตอร์โฆษณาใช้ภาพวาดของ Gustav Klimt ชื่อ Naked Truthเขาห้ามถ่ายรูป แต่มีรายการภาพที่จัดแสดงให้ นำมาค้นทีหลังได้
ภาพหนึ่งที่ผมติดใจชื่อ Flora วาดโดย John William Waterhouse
เช็คอินโรงแรม Blossom JR อยู่ตรงสถานีรถไฟ แล้วเดินไปกินอาหารญี่ปุ่น มีของแปลกคือเนื้อไก่ดิบ ซึ่งปรุงรสอร่อยทีเดียว อาหารอย่างอื่นก็อร่อย เรา AAR ไปกินไป วง AAR กลายเป็นวงเล่าเรื่อง แต่ก็ได้เรียนรู้ความในใจของแต่ละคนซึ่งยังไม่คุ้นเคยกัน ได้ดีมาก
วิจารณ์ พานิช
๙ ธ.ค. ๕๘
โรงแรม Blossom JR, เมือง Oita, ญี่ปุ่น



















