ขอบพระคุณหัวใจครูจากทีมคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่ตั้งใจ ใส่ใจ ให้ใจ และเข้าใจในการเรียนรู้ฐานสมองและจิตใจสู่การออกแบบกระบวนการเรียนรู้สู่ความสุขแก่ทักษะชีวิตของนศ.แห่งศตวรรษที่ 21

ก่อนอื่นๆ ต้องขอบพระคุณทีมคศน.นำโดยพี่ก่อเขตและกัลยาณมิตรทุกท่านโดยเฉพาะน้องหมอเจี๊ยบที่ชักชวนให้ผมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในโครงการผู้นำ 360 องศา ณ คณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ จนตกผลึกบันทึกบทเรียนที่นี่

ต่อยอดด้วยความประทับใจในวิสัยทัศน์ของม.กรุงเทพกับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์จากสหวิชาชีพหลายคณะ และความมุ่งมั่นพัฒนาทักษะการสอนให้สนุกก่อนเปิดเทอม นับเป็นช่วงเวลาเตรียมความพร้อมแก่คณาจารย์ที่ดีเยี่ยม ทุกท่านมีความสนใจและให้ใจเกินร้อยพลังชีวิตชีวาอย่างยิ่งใหญ่

ผมขออนุญาตถอดบทเรียนสำคัญด้วยทักษะคิดเชิงระบบและสร้างสรรค์ได้ 2 ประเด็นดังนี้:-

ประเด็นหนึ่ง: Brain Based Learning คืออะไร

หลังจากการเรียนรู้ฝึกกิจกรรมบำบัด (พัฒนา) ทักษะหัวใจนักปราชญ์กว่า 2 ชม. คณาจารย์ทุกท่านได้สะท้อนความหมายของการเรียนรู้ด้วยฐานสมอง (Hardware) กับฐานจิตใจ (Software) ที่เกิดการเรียนรู้ตาม 3 กลุ่มจริต ได้แก่ จริตทักษะการเรียนรู้ผ่านสมองรับรู้การได้ยิน การมองเห็น และการสัมผัสใจขยับกาย (อุปนิสัย ความถนัดสมอง 40%-มือ 10%-ขา 10%-ตา 40% ความสนใจแต่ยังไม่มีโอกาสทำ และความชอบใส่ใจทำกิจกรรมสมองสองซีก - 20% เกิดจาก 100% ถือเป็นกำไรชีวิตด้านความคิดสร้างสรรค์ เช่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี ทำอาหาร ทำสวน ฯลฯ) ดังต่อไปนี้

  • รู้จักการทำงานสมดุลของสมองสองซีกผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลายท่านไม่มีโอกาสได้ทำนอกกรอบคิดและหยุดทำสิ่งที่จำเจเป็นประจำในกรอบด้วยความคิดมากเหตุมากผลจนขาดชีวิตชีวา
  • การท้าทายสมองด้านถนัดทุกส่วนของผู้เรียนด้วยเวลาอันสั้น เช่น การพัฒนาทักษะฟัง/อ่าน/พูด (สุ) คิด (จิ - สำคัญที่สุดกว่าฟัง) ถาม (สงสัยตั้งคำถามที่ดี) เขียน (กระชับและนำไปปรับใช้ได้ทันที) รวมแล้วได้หัวใจนักปราชญ์ (สุ + จิ + ปุ + ลิ) อย่างลุ่มลึกมากกว่าใช้ความจำ พร้อมจัดกลุ่มหลังตรวจแปลผลตัวการ์ตูน DomiKnow

  • การริเริ่มกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก เน้นความต้องการที่ตรงกันระหว่างกระบวนกรกับผู้เรียนให้เรียนรู้ร่วมกันนำสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อเปลี่ยนแปลงดูแลตนเองให้เกิดคุณค่ามีทักษะเมตตากรุณาช่วยเหลือผู้อื่นในสังคม (Active Learning to Transformative Learning)
  • บทบาทผู้สอนเหลือ 20% ผู้เรียน 80% (ตื่นรู้ อยู่ตัว หัวใจงาม เน้นการฟังด้วยหูข้างถนัด สังเกตตอนหลับตาและจับประเด็นเอียงหูหาเสียงกระซิบเพื่อนด้วยอารมณ์บวก มีสติให้เคลื่อนไหวไม่จมอดีตถ้าอารมณ์ลบด้วยหูข้างไม่ถนัด)
  • จัดการวางแผนข้อมูลที่มากมายกระจัดกระจายให้เห็นภาพรวมและเกิดลำดับคิดที่เป็นระบบ (Big Data Management) ผ่านการบันทึกสองส่วน ได้แก่ การใช้ Mind Map หลังการอ่านหนังสือหนึ่งเล่ม (อ่านจากด้านหลังมาด้านหน้า หรืออ่านตรงกลาง แล้วใช้เมจิกสีน้ำเงินตีกรอบที่เป็นประเด็นสำคัญ แล้วใช้เมจิกสีแดงวงตรงคำสำคัญและเนื้อหาใกล้เคียงที่น่าสนใจ) จากนั้นระลึกข้อมูลที่ควรฝึกอ่านวันละ 1 เล่ม (เริ่มจากเปิดดูข้อมูลทีละหนึ่งบทสำคัญไปเรื่อยๆ 21 วันถึง 6 เดือน) สู่การใช้ Excel แปดช่อง (ใช้สีเขียวตีกรอบคิด) และเขียนโจทย์มุมซ้ายบนสุด แล้วใช้เวลา 2 นาทีให้เขียนคำตอบด้วยปากกาสีนำ้เงินในอีก 7 ช่อง แล้วเปิด Mind Map เพื่อนำข้อมูลเติมเต็มด้วยปากกาสีแดง ก็จะได้แผนการสอนสู่กระบวนการเรียนรู้หนึ่งแผ่นกระดาษตามรูป ต่อยอดสู่ 16 ช่อง (4 นาที) และ 32 ช่อง (คำถาม 3 มิติ How, What, When) เวลาอิสระแต่จับเพียงสามประเด็นที่ชัดเจน

ประเด็นสอง: การเรียนรู้บนฐานการจัดโครงการหรือ PBL ต่อยอดและบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของ BBL ผ่านลำดับขั้นตอนดังนี้

  • ละลายพฤติกรรมผ่านกิจกรรม BBL
  • มีตัวเลือกกระตุ้นการใช้สมองและจิตใจให้ตื่นรู้ อยู่ตัว หัวใจงาม ผ่านกิจกรรม BBL เพื่อสร้างแรงจูงใจระดับ Self-Actualization หรือการรับความรู้สึกในสิ่งแวดล้อมได้หลากหลาย (Multi-sensory) และเลือกสื่อการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา เช่น เรียนรู้จากคลิปเสียง (ธรรมชาติ สวดมนต์ ดนตรีสนุก) เรียนรู้จากคลิปภาพวิดีทัศน์ เรียนรู้จากการเดินฝึกตามฐานต่างๆและสะท้อนจิตใจให้ชัดเจน เป็นต้น
  • ระดมสมองและแสดงบทสมมติ เช่น ซ้อมบทสนทนาในการเก็บข้อมูล ซ้อมการสัมภาษณ์เชิงลึก ซ้อมการประเมินความต้องการแก้ปัญหาในชุมชน การทำแผนที่ความคิดให้เห็นสถานการณ์ชีวิตและความสุขในชุมชนต่างๆ การใช้กระบวนการเพื่อนสอนเพื่อนสลับตั้งตอบคำถามจนถึงการถามที่คมชัดปรับจากคำถามที่ซับซ้อน (Reciprocal Teaching) ฯลฯ คลิกเรียนรู้ที่นี่
  • นำแผนการต่างๆ ลงเรียนรู้ในสิ่งแวดล้อมจริงโดยผู้เรียนและกระบวนกร (แนะนำให้ฝึกผู้ช่วยกระบวนกรด้วยการคัดเลือกและจิบน้ำชา/อาหารเบาๆ ด้วยการลงทุนจากผู้เรียนที่เก่งดีมีสุขมาวางแผนเตรียมความพร้อมก่อนได้ ในขณะเดียวกันกระบวนกรทำหน้าที่พี่เลี้ยงให้ผู้เรียนที่ต้องการกระตุ้นภาวะผู้นำและทักษะหัวใจนักปราชญ์อย่างเป็นพิเศษ) แก่นแห่งการวางแผนคือ 5M (Mind, Man, Money, Material/Media, & Method/Management)
  • ถอดบทเรียนขณะหรือหลังเรียนรู้จริงในวันแรกด้วยหลัก 3D คือ

1) Discussion (One Page) ด้วยโจทย์ท้าทายว่า เราจะประเมินผลการเรียนรู้เชิงพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร และตอบคำถามนี้ผ่านกิจกรรมการสังเกตและรับฟังอย่างปราณีต ผ่านวิธีการสู่ทักษะสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ 1) Behavioral Observation Skills (อ่าน การฝึกหัวใจนักปราชญ์ระดับแรกที่ผ่านมา) 2) SMART Skills (Self, Motivation, Ability, & Role Transformation) และ 3) Three-way Questionings Skills (ถือเป็น สุ จิ ปุ ลิ ระดับสอง) ประกอบด้วย KISS Keep It Short Simple His/Her Heart; Mind (Mental, Intention, NOW, Decision); Feedback & Reflection

    • Quick response = Sandwiches Feedback ผ่านกิจกรรมการใช้หนึ่งนาทีนำเสนองานกลุ่มหลังจากระดมสมองในกลุ่มต่อหนึ่งโจทย์ใน 5 นาที ทำสองรอบเพื่อเห็นกระบวนการคิดที่นำไปสู่รูปธรรมมากขึ้นแบบ Feedback to Reflection ดูภาพผู้เรียนรู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่น่าประทับใจ
    • Self/Peer/Mentor-assessment = Mirror Reflection for Behavioral Modification in Continuous Quality Improvement ตลอดจนการพัฒนา TREES: Therapeutic Relationship (Rapport), Empathy, Environment, & Skills

2) Doing (Learning by Doing): Needs Assessment & Problem Identification

3) Determination to Satisfaction ด้วยการใช้ Transformative (Rubric) Assessment (Skills Matrix) เพื่อให้เกิดการใช้สมองสองซีก คือ ซีกซ้ายเน้นวิเคราะห์ข้อมูลกับซีกขวาเน้นสร้างสรรค์ข้อมูล ผ่านการใช้ตา-มือ-ขา ในร่างกายข้างตรงข้าม