ฉันทามติ คืออะไร

ถวิล
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ฉันทามติ คืออะไร

ถวิล อรัญเวศ

รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4

บทนำ

ในการเก็บข้อมูลเพื่อการวิจัย มักจะได้เห็นวิธีการทำ เช่น สนทนากลุ่ม (Focus Group)บ้าง การประชุมเจรจาโต๊ะกลมบ้าง แต่เวลาที่จะได้ข้อยุติ จะต้องใช้วิธีการเสียงส่วนใหญ่ คำนวณเป็นค่าสถิติออกมาก็มี เสียงเอกฉันท์ หรือฉันทามติ ก็มีฉันทามติ มาจากคำว่า ฉันทะ พอใจ เป็นหนึ่งเดียว มติ ความเข้าใจ ความคิด ข้อตกลงความเห็นของที่ประชุม ดังนั้น ฉันทามติ คือความเห็น หรือข้อตกลงเป็นหนึ่งเดียวฉันทามติ (Consensus) หมายถึง ความรู้สึกร่วมกัน (feel together) โดยพจนานุกรมฉบับ Merriam-Webster’s ให้ความหมายฉันทามติไว้ว่าเป็นข้อตกลงร่วมกันที่มีลักษณะเป็นการยอมรับแบบเอกฉันท์ (unanimity) หัวใจของฉันทามติมีสาระสำคัญอยู่ที่การประนีประนอมระหว่างกัน และจัดกระบวนการให้คนในสังคมหรือชุมชนมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น เป้าหมายของฉันทามติมีเพื่อเป็นเครื่องรับประกันว่าสมาชิกทุกคนในชุมชนจะสามารถแสดงความคิดเห็นและหาข้อตกลงร่วมกันได้ฉันทามติ มักเชื่อมโยงกับการตัดสินใจ (consensus decision making) ซึ่งหมายถึงกระบวนการตัดสินใจโดยกลุ่มคนที่เน้นความยินยอมและเห็นชอบร่วมกันจากผู้มีส่วนร่วมทุกคน ดังนั้น ฉันทามติในกระบวนการตัดสินใจจึงหมายถึงทางออกแห่งปัญหาซึ่งเป็นที่ยอมรับร่วมกัน ได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย ถึงแม้อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดในใจของคนทุกคน

ฉันทามติ ว่าเป็นคำที่ไม่ปรากฏในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 คำที่ใกล้เคียงกัน คือ คำว่า “ฉันทาคติ” แปลว่า ความลำเอียงเพราะรักใคร่ชอบใจ กับคำว่า “ฉันทานุมัติ” แปลว่า ความเห็นชอบตามโดยความพอใจ ให้กระทำการด้วยความเต็มใจ มักใช้ว่ามีฉันทานุมัติหรือลงฉันทานุมัติ หมายความว่าลงความเห็นด้วยความยินยอมพร้อมใจ เช่น ญาติ ๆ มีฉันทานุมัติให้เขาเป็นผู้จัดการมรดกของคุณปู่ “ฉันทานุมัติ” กับ “ฉันทามติ” จึงใช้ในความหมายเดียวกันกระบวนการมีส่วนร่วมจึงมีความสัมพันธ์อย่างมากต่อการตัดสินใจ เรื่องหรือโครงการใดที่ไม่มีผลกระทบต่อประชาชนมาก รัฐหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจแล้วมาบอกกับประชาชนก็จะไม่มีปัญหา แต่เรื่องหรือโครงการที่มีผลกระทบต่อประชาชนต่อสุขภาพอนามัย ต่อสิ่งแวดล้อมจำเป็นต้องดำเนินการปรึกษาหารือก่อนตัดสินใจ โดยให้เวลา ให้โอกาสประชาชนได้เข้าใจในประเด็น ในปัญหา และมาร่วมคิด แต่ยิ่งเรื่องหรือโครงการใดก็ตามมีผลกระทบมาก ๆ ประชาชนจะต้องการมากกว่าการแสดงความคิดเห็น ประชาชนต้องการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วยซ้ำไป กระบวนร่วมตัดสินใจดังกล่าวเป็นกระบวนการที่มาพูดจากัน หาทางออกที่ดีที่สุดโดยกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน การตัดสินใจจะไม่ใช้เสียงข้างมากโดยการลงมติยกมือ หรือหย่อนบัตร แต่จะใช้การพิจารณาแต่ละประเด็นและดูถึงความต้องการ ความห่วงกังวลของทุก ๆ ฝ่าย (Interests) แล้วเลือกสิ่งที่คิดว่าเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมต่อประเทศชาติ กระบวนการที่ใช่ก็ไม่ใช่มาโต้วาที (Debate) กันว่าของฉันถูก ของเธอผิด หรือมาบอกว่าวิธีการหรือสิ่งที่ฉันเสนอดีกว่าของเธอ แต่จะใช้กระบวนการพูดคุยกัน (Dialogue) ซึ่งบางครั้งจะต้องมีกติกา (Ground Rules) ในการพูดคุยกันซึ่งกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันกำหนด

หลักการของกระบวนการตัดสินใจโดยฉันทามติ

มีอยู่ 10 ประการคือ

หลักการที่ 1: Purpose Driven หลักการการมีเหตุผลที่ต้องการมาร่วมในกระบวนการ

หลักการที่ 2: Inclusive not exclusive ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มที่มีความสนใจในประเด็นนั้น ๆ
ควรมีส่วนร่วมในกระบวนการฉันทามติ

หลักการที่ 3: Voluntary Participation ผู้มีส่วนได้เสียมาร่วมด้วยความสมัครใจ

หลักการที่ 4: Self Design กลุ่มต่าง ๆ ที่มามีส่วนร่วมร่างกระบวนการฉันทามติเอง

หลักการที่ 5: Flexibility ให้มีความยืดหยุ่นอยู่ในกระบวนการ

หลักการที่ 6: Equal Opportunity ทุกกลุ่มต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องและมีโอกาสในการมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพตลอดกระบวนการ

หลักการที่ 7: Respect for Diverse Interests ยินดีรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องของ ค่านิยม ผลประโยชน์หรือความต้องการและความรู้ของกลุ่มต่างๆ

หลักการที 8: Accountability กลุ่มทั้งหลายมีภาระรับผิดชอบต่อทั้งกลุ่มของเขาและต่อกระบวนการที่เขาร่วมกันตกลงกำหนดขึ้น

หลักการที่ 9: Time Limits การกำหนดเวลาสิ้นสุดจากกระบวนการในแต่ละขั้นตอนมีความจำเป็นตลอดกระบวนการ

หลักการที่ 10: Implementation การตกลงยอมรับที่จะนำไปปฏิบัติและมีการติดตามตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นส่วนสำคัญของข้อตกลง

แนวทางของหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้มีการนำไปใช้ในทางอเมริกาเหนือโดยเฉพาะในประเทศแคนาดาอย่างได้ผล (The Canadian Round Tables For Environment and Economy) กระบวนการดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้นได้แก่

-เปลี่ยนจากการคิดแบบเส้นตรงเป็นการคิดแบบองค์รวม

-เปลี่ยนจากการเจรจาตัวต่อตัวเป็นการเจรจาระหว่างกลุ่ม

-เปลื่ยนจากกติกาที่มองด้านเศรษฐกิจมุมเดียวมาเป็นการมองถึงความยั่งยืนสถาพร

-เปลี่ยนจากการแข่งขันเอาแพ้ชนะกันมามุ่งประเด็นในประโยชน์ส่วนรวม

-เปลี่ยนจากการวางแผนแบบเบี้ยหัวแตกแยกส่วนมาเป็นยุทธศาสตร์ของการร่วมมือกัน

-เปลี่ยนจากการคิดแบบปฏิปักษ์เป็นการวางแผนร่วมกัน และ

-เปลี่ยนจากการใช้เทคนิคการเจรจาไกล่เกลี่ยที่คนกลางกำหนดมาเป็นกระบวนการที่มีขั้นตอนของการพูดจากันอย่างเป็นระบบ

กระบวนการเจรจาโต๊ะกลมเพื่อสร้างฉันทามติมีขั้นมีตอน นับตั้งแต่การเลือกคนกลาง เลือกหรือกำหนดสถานที่เจรจา กำหนดเวลา เรียนรู้ในกระบวนการร่วมกัน มีการเตรียมตัว การเตรียมตัวที่จะเจรจามีตั้งแต่การกำหนดกลุ่มที่เกี่ยวข้อง พิจารณาความต้องการหรือผลประโยชน์ (Interests) ของทุกกลุ่มซึ่งหมายรวมถึง ความหวาดวิตก ความกลัวในผลกระทบที่ผลจะเกิดขึ้น และพิจารณาลงไปถึงปัจจัยพื้นฐานทั้งของฉันและของคู่เจรจา พิจารณาลงไปถึงทางเลือก (Options) ที่อาจจะเป็นไปได้ และดูถึงทางเลือกที่เกิดประโยชน์สูงสุด และต้องพิจารณาถึงวิถีทางออกทางอื่น (Alternatives) หากไม่มาเจรจา โดยเฉพาะวิถีทางเลือกที่คุณคิดว่าดีที่สุด หากไม่มาเจรจา (Best Alternative to a Negotiated Agreement: BATNA) พิจารณาถึงมาตรฐานที่จะนำมาใช้ในการเจรจาหาข้อตกลง พิจารณาถึงกระบวนการสื่อสารที่ใช้ ความสัมพันธ์ที่จะก่อให้เกิดความร่วมมือกันและสุดท้ายคือการตกลงในทางออกที่จะเกิดขึ้น

กระบวนการเจรจาเพื่อหาฉันทามติหรือสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว จึงเป็นกระบวนการที่มีขั้นตอน มีเป้าหมาย มีกระบวนการชัดเจน ไม่ใช่นึกอยากจะเจรจาก็รีบเจรจาไปเลย การเตรียมตัวและการซักซ้อมอาจทำให้กระบวนการสร้างฉันทามตินำไปสู่ความสำเร็จได้ ความสำเร็จจากกระบวนการสร้างฉันทามติ คือ ความสามารถที่จะบรรลุข้อตกลง แบบชนะ – ชนะ อาจจะไม่หมายถึง ทำโครงการได้หรือไม่ได้ แต่หมายถึงข้อสรุปที่เป็นที่พึงพอใจของทุก ๆ ฝ่ายในด้านการเมืองการปกครอง ประชาธิปไตยแบบฉันทามติจึงเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ที่อาจจะนำไปสู่สันติสุข สันติภาพสถาพร ถ้าเราค่อย ๆ ทำความเข้าใจและค่อย ๆ นำไปพิจารณาทดลองใช้ในสังคมไทย ค่อยพูดจาหาทางออกแบบ Win-Win หรือ Happy Ending ในการทำวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิให้ความเห็นในประเด็นนั้นแบบฉันทามติ คือเป็นหนึ่งเดียว หรือเอกฉันท์ แต่ฉันทามติ มักจะไม่ลงคะแนน แต่อาศัยการเจรจา การพูดจากหาข้อสรุป หาข้อยุติเป็นหลักการสำคัญ

เอกสารอ้างอิง

กาญจนา นาสกุล. (มปป.). ฉันทามติ. บทความ มปท. มปป.

วันชัย วัฒนศัพท์ (มปป.). หลักการทำฉันทามติ.



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความทางวิชาการถวิล อรัญเวศ



ความเห็น (0)