๑๗. แด่...มหาบัณฑิต

“..ด้วยคุณพระ คุณบิดาและมารดา ด้วยคุณครูอาจารย์ต่างเสริมส่ง ด้วยคุณศิลปวิทยาวุฒิยุทธยง อานิสงส์ทรงประสิทธิ์สัมฤทธิพร ขออานุภาพ “ศรีนครินทรวิโรฒ” จงโปรยโปรดมหาศิริอดิศร จงเจริญด้วย วิริยะ พละ วรรณะ ธนะ นิรันดร อาจาริยานุสรณ์ จากใจ...หทัย เทอญ...”

สิบกว่าปีมาแล้ว ที่คุรุสภาจัดให้มีการประกวดข้อเขียนความประทับใจที่ศิษย์มีต่อครู เนื่องในโอกาสวันครู เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมในการเชิดชูเกียรติและระลึกถึงพระคุณครู รวมทั้งให้สังคมได้ร่วมตระหนักและเห็นความสำคัญของครู โดยผ่านข้อเขียนความประทับใจที่ศิษย์มีต่อครู...

ในประกาศของ..คุรุสภา..ในโอกาสวันครู ครั้งที่ ๖๐ พ.ศ.๒๕๕๙ ระบุเกณฑ์ข้อเขียนที่ส่งเข้าประกวดไว้ว่า..ข้อเขียน..หมายถึง.. ข้อความร้อยแก้วที่แสดงความประทับใจที่ศิษย์มีต่อครู ซึ่งไม่ใช่เรียงความ หรือ บทความ

ชื่อข้อเขียน ผู้เขียนเป็นผู้กำหนด วิธีเขียน ต้องเขียนด้วยลายมือบรรจงของผู้เขียนเท่านั้น ขนาดของข้อเขียน มีความยาวไม่น้อยกว่าครึ่งหน้ากระดาษ แต่ไม่เกินหนึ่งหน้ากระดาษ เอ ๔

การพิจารณาตัดสิน...นอกจากจะเข้าเกณฑ์ที่กล่าวมาแล้วนั้น คณะกรรมการจะพิจารณาจากความคิดสร้างสรรค์ การใช้ถ้อยคำสละสลวย การใช้ภาษาถูกต้อง เหมาะสมตามหลักภาษาไทย เนื้อหาสาระแสดงข้อเท็จจริงได้ชัดเจน การสร้างความประทับใจ และแรงบันดาลใจที่ศิษย์มีต่อครู

ผมอ่านประกาศและศึกษาหลักเกณฑ์เป็นที่เรียบร้อย ตัดสินใจลงมือเขียนทันที เพื่อนำมาบันทึกไว้ ณ ที่นี้ เป็นครั้งแรกและคงเป็นครั้งเดียว ที่ผมจะเขียนถึงครูดี..ในดวงใจ เก็บไว้เป็นตำนานให้ระลึกนึกถึงครู..ผู้มีพระคุณ..

แด่...มหาบัณฑิต

นอกจากคุณพ่อคุณแม่ของผมแล้ว รศ.หทัย ตันหยง เป็นอีกผู้หนึ่งที่ผมให้ความเคารพและนับถืออย่างสูงสุด..ครูหทัย คือ ผู้เติมเต็มความรู้ เป็นผู้กล่อมเกลาจิตใจของผม ให้มีความมานะอดทน มีเป้าหมายในชีวิต พิชิตความสำเร็จด้านการศึกษา จนมีความสง่างามมาตราบถึงทุกวันนี้

นับเนื่องมาตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๓๑ ผมลาศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ที่มศว.ประสานมิตร วิชาเอกการประถมศึกษา มีครูที่ปรึกษาที่ผมประทับใจไม่รู้ลืม ชื่อ ครูหทัย ตันหยง ท่านไม่เพียงแต่เป็นครูที่สอนดีเท่านั้น แต่ท่านยังเป็นครูผู้เอาใจใส่ในความเป็นอยู่ของลูกศิษย์ คอยถามทุกข์สุขอยู่เสมอ

ตอนนั้นผมได้รับเงินเดือนเพียงเดือนละ ๕,๓๐๐ บาท ตัดสินใจไม่อยู่หอพัก อาศัยอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านพักชลประทานบางบัวทอง คุณพ่อผมเป็นลูกจ้างประจำ คุณแม่ดูแลน้องที่กำลังเรียนมัธยม ผมช่วยเหลือค่าใช้จ่ายภายในบ้าน และนั่งรถประจำทางไปเรียนหนังสือที่ มศว.

ผมประสบปัญหาด้านการเรียนตั้งแต่เรียนปี ๑ ครอบครัวก็ประสบปัญหาด้านการเงิน ผมตัดสินใจบอกครูที่ปรึกษา “..ครูครับ ผมจะกลับไปสอนหนังสือ ผมจะไม่เรียนต่ออีกแล้ว..” ผมพรั่งพรูความรู้สึกที่ท้อแท้และเบื่อหน่ายออกมา...

ครูรับฟังปัญหาของผม ก่อนที่ท่านจะพูดสั้นๆว่า..”ปัญหาทุกอย่างมีทางออก คิดใหม่และก้าวต่อไปเถอะ..ชยันต์..”

ครูให้ผมทำงานในช่วงบ่ายที่ว่างจากการเรียน ในศูนย์วิจัยของคณะศึกษาศาสตร์ ผมมีหน้าที่ตรวจต้นฉบับงานวิจัยและบทความทางวิชาการ เขียนแผ่นใสให้ครูใช้ประกอบการบรรยาย ครูให้ค่าตอบแทนผมและให้คำแนะนำด้านทักษะการเขียน..อันเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ผมนำมาใช้ในวิชาชีพครูจนถึงทุกวันนี้...

๒ ปี ๕ เดือน..ที่ลาศึกษาต่อ ให้ชีวิตใหม่กับผมแล้ว ผมกราบลาครู เพื่อกลับไปสอนหนังสือ น้ำตาไหลออกมาไม่ยอมหยุด ครูยื่นกระดาษให้ผมพร้อมกล่องที่มีพระสมเด็จฯ ซึ่งงดงามมาก..ผมอ่านข้อความ..ที่เขียนด้วยลายมือของครูอย่างซาบซึ้ง..ข้อความยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำ..เหมือนมีครูอยู่ใกล้ๆเสมอ..

แด่..มหาบัณฑิต...”ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

“..ด้วยคุณพระ คุณบิดาและมารดา ด้วยคุณครูอาจารย์ต่างเสริมส่ง ด้วยคุณศิลปวิทยาวุฒิยุทธยง อานิสงส์ทรงประสิทธิ์สัมฤทธิพร ขออานุภาพ “ศรีนครินทรวิโรฒ” จงโปรยโปรดมหาศิริอดิศร จงเจริญด้วย วิริยะ พละ วรรณะ ธนะ นิรันดร อาจาริยานุสรณ์ จากใจ...หทัย เทอญ...”

จาก...หทัย ตันหยง ๒ ตุลาคม ๒๕๓๓

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๓ มกราคม ๒๕๕๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ด้วยรักและศรัทธา พัฒนางาน..ชีวิต เส้นทางผลสัมฤทธิ์ บันทึกไว้..ให้รื่นรมย์



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

สำหรับคุณมะเดื่อ...ครูทุกคนที่สอดคุณมะเดื่อ

นับแต่ ป.๑ จนถึง มหาบัณฑิต คือ...คุรุบุพการี...

เสมอเหมือนกันไม่มากหรือน้อยกว่ากันเลย

หากไม่มีทุกท่าน...ก็คงไม่มี...คุณมะเดื่อ..ในวันนี้



สวัสดีปีใหม่จ้ะท่าน ผอ.คนเก่ง


ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

ตัวหนังสืออาจารย์สวยและเป็นระเบียบมาก ๆ พร้อมกับถ้อยคำที่กลั่นออกจากใจครับ