ทำอะไรไว้กับคนอื่น


ทำอะไรไว้กับคนอื่น
บางทีคนอื่นได้รับผลบ้าง ไม่ได้รับผลบ้าง
หลายครั้งอุตส่าห์แกล้งเขาเหนื่อยแทบตาย
ใจเขากลับไม่เจ็บ ไม่ถลอกแม้เท่าแมวข่วน

แต่ทำอะไรไว้กับคนอื่น
จะดีก็ตาม จะร้ายก็ตาม
ทุกครั้งใจตนนั่นเองที่ต้องรับผล
ยิ่งเจริญสติเห็นจิตเห็นใจตนมากขึ้นเท่าไร
ก็จะยิ่งเห็นความจริงชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น

การพร่ำบ่น พร่ำใส่สีตีไข่
หรือพร่ำด่าแบบไม่สร้างสรรค์
สักแต่ขอให้ได้ด่าเอามันอีกทีเถอะ
สำหรับผู้เคยมีจิตปลอดโปร่ง
ยิ่งพบว่าความปลอดโปร่งหายไป
กลายเป็นมีอะไรพัวพันยุ่งเหยิง
คล้ายการถักทอตาข่าย
มัดตัวเองไว้ในร่างแหแห่งความว้าวุ่น
ส่วนบุคคลที่ตกเป็นเป้าหมายบ่นด่า
ถ้าเขาไม่รู้ หรือรู้แต่ไม่รับ
จิตใจของเขาก็จะยังคงอยู่ในสภาพเดิมนั่นเอง

ยิ่งพร่ำบ่น พร่ำวิจารณ์ พร่ำด่าแต่คนอื่น
ยิ่งสร้างจุดบอดขึ้นมาบังตา ไม่ให้เห็นตัวเอง
ยิ่งวันยิ่งอยากโทษคน โทษโลก โทษจักรวาล
เห็นแต่คนผิด เห็นแต่เทวดาพลาด
เอาอะไรแย่ๆมายัดเยียดให้ชีวิตฉัน
ในที่สุดก็รู้สึกเหมือนไม่มีทางออกจากกรงมืด
ซึ่งตัวเองสร้างไว้ขังตัวเองอยู่กับความเสื่อมโทรม

ต่อเมื่อเบื่อแล้ว อยากออกจากก้นถ้ำเสียทีแล้ว
หันมามองคนอื่นในด้านดีบ้าง
นึกครึ้มมีแก่ใจช่วยคนอื่นฟรีๆบ้าง
แล้วได้สังเกตใจตนเอง รู้สึกว่าปลอดโปร่งขึ้น
ก็จะพบว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แต่เป็นเหตุเป็นผลกันอย่างยิ่ง

ทำร้ายคนอื่น เขาบาดเจ็บหรือเปล่าไม่รู้
รู้แต่ใจเราบาดเจ็บแบบสะสมแน่ๆ
ทำดีกับคนอื่น เขาได้ดีมีสุขหรือเปล่าไม่ทราบ
ทราบแต่ใจเราได้ดีมีสุขแบบสะสมชัดๆ!

ดังตฤณ
มีนาคม ๕๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน diary



ความเห็น (0)