การเรียนรู้เพื่ออยู่อย่างคนที่ชนะ

เทียนขาว
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เมื่อเรามีชีวิตอยู่ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นทุกๆวัน เมื่อก่อนเราแข่งขันกันเฉพาะในประเทศ แต่อนาคตต่อไปเราต้องแข่งขันกับอีกหลายประเทศรอบๆบ้านเรา จะทำอย่างไรให้เราเก่งและมีที่ยืนอยู่ในสังคมนี้ได้อย่างสง่างาม หากมีการแข่งขันโดยต้องใช้งบประมาณมากขึ้นเรื่อยๆครอบครัวคนช้ันกลางถึงระดับล่างลงมาจะสามารถใช้กิจกรรมอะไรบ้างที่ส่งเสริมหรือพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของลูกๆ ของเขาให้ทัดเทียมกับเด็กอื่นๆได้

การวิเคราะห์เด็กแต่ละคนก็มีความจำเป็นนะคะ ในฐานะคนเป็นพ่อหรือแม่เราจะบอกแค่ว่าเรารู้ว่าลูกเราเป็นยังไง ชอบกินอะไร ชอบเล่นอะไร ชอบแต่งตัวแบบไหน อยากจะเป็นอะไร แค่นั้นอาจจะไม่เพียงพอ เราอาจจะต้องร่วมวางแผนไปกับเด็กด้วยว่า เมื่อโตขึ้นลูกๆอยากเป็นอะไร แล้วเราควรจะปลูกฝังอะไรในการสร้างโอกาสที่จะได้เป็นในสิ่งนั้นๆบ้าง

เพราะโอกาสของการเติบโต ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ จึงมีแต่เดินหน้าต่อไปและต่อไป ผู้ปกครองควรเตรียมความพร้อม เด็กๆเมื่อเป็นเด็กจะน่ารัก ว่านอนสอนง่าย แต่เมื่อโตขึ้น เริ่มก้าวเข้าสู่การเป็นวัยรุ่นตอนต้น (11-12 ขวบ) พวกเขาจะมีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก บอกอะไรก็จะไม่เชื่อ จนบางทีพ่อแม่ผู้ปกครอง อาจจะเอือมระอาและมองว่าเด็กวัยนี้มีความก้าวร้าว รุนแรง ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นไปตามช่วงวัย นิสัยและการเลี้ยงดู ผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องอดทนให้มากๆ ค่ะ

การสนับสนุนให้เด็กๆมีความสามารถพิเศษตามความถนัดของเด็กแต่ละคนก็มีความจำเป็นนะคะ แต่ผู้ปกครองอาจจะไม่ต้องคาดหวังอะไรมากมายนักกับกิจกรรมพิเศษเหล่านี้ เพราะบางทีเด็กอาจจะอยากมาเล่นกิจกรรมเพื่อผ่อนคลาย เล่นแล้วสนุกมีเพื่อน มากกว่าจะอยากได้รางวัลหรือความสำเร็จ แค่ได้เรียนรู้เท่านั้นเอง แต่ถ้าหากสามารถได้รางวัลมาด้วยก็จะเพิ่มความมั่นใจให้เด็กๆมากขึ้น แต่บางครั้งเราก็ต้องมองโอกาส จังหวะและเวลาด้วยนะคะ รางวัลอาจจะจำเป็นหรืออาจจะไม่จำเป็นก็ได้ ขอเพียงเด็กๆได้เรียนรู้ได้ทำเป็น เพราะสุดท้ายกิจกรรมบางอย่างต้องให้ผู้ใหญ่เป็นคนตัดสินเด็ก ให้รางวัลกับเด็ก หากเด็กๆที่เข้าร่วมกิจกรรมไม่ได้รับรางวัลกลับบ้าน เราก็ต้องสอนให้เขาเรียนรู้เรื่องของความพ่ายแพ้ ความพยายาม การทำเต็มที่ เพราะการทำเต็มที่แล้วอาจจะไม่ได้รางวัลก็ไม่เป็นไร อย่าให้เด็กต้องเครียดมากเกินไปกับความคาดหวังของผู้ใหญ่ที่เป็นพ่อแม่หรือผู้ปกครอง เพราะไม่ได้ทำให้เด็กเติบโตอย่างมีความเชื่อมั่น สง่างาม และอาจจะทำให้เด็กขาดความมั่นใจในตัวเอง หากเด็กบอกว่าพวกเขาทำดีแล้ว เราก็ควรยอมรับฟังและให้โอกาสเขาได้ทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการไปเรื่อยๆจนกว่าจะเกิดความชำนาญ และซึมซับเข้าไปในจิตใจของพวกเขาจริงๆ การเป็นคนเก่งคนดี ไม่ได้หมายความว่า ลูกของเราต้องสอบได้ที่ 1 ต้องได้รับเหรียญทอง เหรียญเงิน หรือเหรียญทองแดงจากการแข่งขันต่างๆ แต่ ลูกของเราเป็นเด็กที่มีความสามารถ ฉลาดในการปรับตัว สามารถใช้ชีวิต และเป็นที่ยอมรับของเพื่อนในโรงเรียน นอกโรงเรียน และ พ่อแม่อย่างเราอาจจะไม่รู้ว่า ลูกของเราอาจจะเป็น ไอดอลของเด็กคนอื่นๆก็ได้ค่ะ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ประวัติส่วนตัว



ความเห็น (0)