(บันทึก)..performance..(3)..ทำไม..?.."เขียวเอย..เขียวใบไม้..ที่พึ่งสุดท้าย..ของโลก.."..ในแกลลอลี่ชีวิตวันนี้...

ยายธี
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

บันทึกนี้..ขึ้นต้น..ด้วย..คำรำพัน..ของ..ท่าน..พ.แจ่มจำรัส..ที่นำมาเป็น..หัวเรื่อง..performence..3..ในแกลลอลี่ชีวิตวันนี้..(ขออณุญาติไปแล้ว.5)

ภาพที่เก็บมานี้..เป็นใบไม้..ต้นสัตบรรณ."ขึ้นเอง".หน้าบ้าน..ที่ติดกับทางด่วน..กาญจนาภิเษก..

มองดูแปลกดี..ความจริงอยากรู้อยากเห็น..มากๆ..ว่า..อะไรม้นถูกห่อตัวอยู่ข้างใน...(อยากจะเด็ดทึ้งผ่าดู..ตามสันดานในกบาล)...

แต่..ห้ามใจไว้ก่อน..(เพราะเหตุ ผลกลใด..ยังตอบตัวเองไม่ได้5)...อาจจะมีผู้รู้..ตอบคำกังขานี้ได้...

ใบไม้กิ่งไม้เล็กๆนี้

มีอายุประมาณสองอาทิตย์...ยังไม่ถูกเด็ดทึ้ง...(น้องสาว..คงยังปรายสายตาไปยังไม่ถึง..5555)..

ใบกล้วยนี้

พยายามแทงยอดแทรก..แซง..ความเขียว..(เขียวเอย เขียวใบไม้ ที่พึ่งสุดท้าย..ของโลก..)

(แอบลองคิดดูว่า..หากใช้ใบตองแทน..ถุงพลาสติค...มันคงถูกห้ำหั่นเป็นว่าเล่น..แล้วมันจะเอาอะไร..มาฟอกอากาศ...ให้เรา..5555..)..

เตยหอม

ราคา..ยี่สิบ..บาท..ซื้อมาจาก..ตลาด"ดอนหวาย"กว่าจะได้มาถึงบ้าน..ตอนนี้..หน้าตาเป็นอย่างนี้..ยังไม่มีความรู้ว่า...ตัวอะไรหน้าตาเป็นอย่างไร..ที่ทำหน้าตา..ใบไม้ให้เป็นแบบนี้....(ใครทราบ..ช่วยบอก ที..)...

อยากจะจบ..ภาพ..เหล่านี้..ด้วย..วลี..ของท่าน..พ.แจ่มจำรัส..ที่ว่า.. เขียวเอย...เขียวใบไม้..

ที่พึ่งสุดท้าย..ของโลก...(วันนี้..ในแกลลอลี่ชีวิต..)


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บล็อกของยายธี



ความเห็น (14)

เขียนเมื่อ 

ต้นไม้จะงอกงาม ต้องอาศัยน้ำ นะคะยายธี .... รวมถึงน้ำใจของคนปลูกด้วยนะคะ 555


เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ..คุณหมอเปิ้ล..เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งเจ้าค่ะ.."น้ำกำลังระเหิดแห้งไป..จากใจ..คน.ทุกทีๆ"..ร้อนเครียด..อากาศแย่..น้ำก็เน่าไปทั่ว..อยากคิด..บวก..แต่สิ่งแวดล้อมที่เลวลงมากๆทุกวินาทีในเมืองหลวง.ทุกแห่งบนโลกนี้ที่ชีวิต(ผูกติด)...ชีวิตที่มีค่าใช้จ่าย..ซื้อความสุขสนุกเสบยๆ..นั้นพบทางตัน..เสียแล้ว..ธรรมชาติ..ซื้อไม่ได้...อิอิ..

มีใบไม้มาฝากเจ้าคะ

เขียนเมื่อ 

ผมชอบความเขียวของต้นไม้ครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์ต้น...(ที่แวะมาคุย)...สีเขียว..มันไม่เขียวอยู่ตลอดไป..และ..(มันเป็นเช่นนั้นเอง)

สีเหลือง..ก็งามตามความเป็นไป..นะเจ้าคะ...(ยายธีค่ะ)

เขียนเมื่อ 

ต้นไม้...ให้ชีวิตจ้ะ

คิดถึงยายธีจ้ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ..คุณมะเดื่อ..."ต้นไม้ให้ชีวิต"เตือนใจดีเจ้าค่ะ..และยายธีเห็นว่า..นอกจากนั้น..เขาเป็นเพื่อนดีๆต่อเรา...แต่ไหง...ชอบตัดต้นไม้แลก..เศษกระดาษกันจริง..เหมือนเอาของจริงไปแลกของปลอม..55555...

เขียนเมื่อ 

ภาพนี้..ขอปรบมือให้กับ..สัตว์เลื้อยคลานประเภทหนึ่งที่มีความสามารถ..ออกแบบจัดสร้างรัง..ได้อย่างยอดเยี่ยม..(ฝีมือ..และเทคนิค..)..นับได้ว่าเป็น..performance..ในธรรมชาติ..รูปแบบนึง..5...

เขียนเมื่อ 

การสังเกต.สงสัยกับปรากฎการณ์รายรอบตัวเป็นทักษะอันสำคัญของการดำเนินชีวิตและเรียนรู้โลกและชีวิตโดยแท้จริง ครับ

เขียนเมื่อ 

"ขอปรบมือให้กับ..สัตว์ เลื้อยคลานประเภทหนึ่งที่มีความสามารถ..ออกแบบจัดสร้างรัง..ได้อย่าง ยอดเยี่ยม..(ฝีมือ..และเทคนิค..)..นับได้ว่าเป็น..performance..ใน ธรรมชาติ..รูปแบบนึง..."

Bravo! From me too.

I was guessing 'ants nest' but there was no ant to be seen (they would have come out to defend the nest and tell us straight away). My next guess was a kind of 'leaf roller' caterpillar (of a moth or a butterfly) in its coccoon stage -- we have to open the nest to see -- despite a (natural) 'do not disturb' sign. Or perhaps a kind of spiders.

Can you tell us what this สัตว์ เลื้อยคลานประเภทหนึ่ง is?


เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณ sr..นี้เป็นภาพ..ของเจ้าสัตว์เลื้อยคลาน..ที่ว่าเป็นแน่..ไม่เคยรู้จักหน้าค่าตามาก่อน.....

ทำไม มาป้วนเปี้ยน อยู่ใต้ต้นมะม่วง..ที่อยู่ใกล้กับสัตบรรณที่ว่า...ยายธีว่ามันมา จาก ต่างดาวแน่ๆ...

เขียนเมื่อ 

รูปนี้จะชัดกว่า...ค่ะคุณ sr..

เขียนเมื่อ 

Thanks ยายธี: I think we may have 2 kinds of aliens here. One (possibly a 'leaf curling spider') that makes a home by curling and gluing leaves and another (possibly a 'wooly aphid' -- insect) that sucks plant sap for food and may even kills young or small plants.

I found this http://homebuggarden.blogspot.com.au/2012/06/adven... and http://blogs.scientificamerican.com/running-ponies... and was told a mixture of 1 part cooking oil + 20 part water and a few drop of dish washing liquid (detergent), mix well and spray... can keep wooly aphids ... stationary...

Anyone knows something else? Please share!


เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ..คุณ sr..ขอบคุณมากค่ะ..สำหรับข้อมูล..ที่ยายธีสนใจ..คือ..ในมุมมองหนึ่งคือ..เมื่อป่าหมด..นั้นหมายความว่า.เป็นการขาดสบั้น..วงจรชีวิต..ที่มีความเกี่ยวข้องกันอยู่...การปลูกพืชเชิงเดี่ยว..และ..ใช้ชีวิตสัตว์และพืช..ในลักษณะอุตสาหกรรม..นั้น..เป็น..จุดเปลี่ยนที่แสดงผลลัพภ์..ในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม...ที่"..คน"เป็นสาเหตุใหญ่..อยู่เวลานี้...

แทนที่จะจัดการกับธรรมชาติใน..รูปแบบ(ฝรั่ง)..ตามที่ร่ำเรียนกันมา...จะมี..อะไรๆที่นอกตำรา(ฝรั่ง)..มา..สร้างจุด..เปลี่ยน..ใหม่ๆให้..เกิดขึ้นและดับไป....ให้ช้าลงๆ..กว่าที่เคยเป็น..(สมัยใหม่)..ในยุค.. โพสตโมเดอลน์....นี้จะดีไหม..สำหรับยายธี.."วิถีพุทธ"..ที่แท้..การเข้าใจในธรรม..เห็นธรรม..คือความเป็นธรรมดาๆในธรรมชาติ..ดังเห็น"พุทธวจนะ"..นั้น..เป็นวิถีที่สมัยใหม่ตลอด..กาล..เจ้าค่ะ..

Anyone knows something else? Please share!.....

sr
IP: xxx.238.130.54
เขียนเมื่อ 

Dear ยายธี: I am with you in forests and in Dhamma. I love to live with trees and 'all things great and small'. However, after looking at the 'small', I come to think that micro flora and fauna are 'building blocks' and micro-controllers. (Deeper still is the marvelous DNA.) Trees are like people. Both are opportunistic organisms taking advantages of possibilities available. But trees only take what they need. People are more greedy. ;-) Back to 'the small'. Whatever change to our environment the small will adapt quicker and become better fit much sooner. The great (like trees and people) may become unfit and extinct (like dinosaurs). After that DNA would find a way to build complex but maybe very different species of 'the great'. And the world would continue on with the very same Dhamma (in another different language).

[Continents are drifting apart from one super Gondwana and now colliding into one super Asia, to be split into parts that drift apart again -- 'a never ending story' for few 'billions years'. This is also Dhamma ('anicca' of rise and fall of all 'conditioned' things). Clinging to one moment would lead to dukkha. Realizing that these things are/have/do 'not' for any 'self-interest' (atta) outcome, we leave them go on the way they are going (que sera) -- in Dhamma.]