สิ้นเดือนนี้เราจะรวมตลาดอาเซี่ยนหนึ่งเดียวที่เราตื่นตัวมาแล้ว ๓ ปีที่จะได้เข้าตลาดอาเซี่ยน ซึ่งมีจุดหมายในด้านการเชื่อมโยงใน ๓ โครงสร้างคือ

๑) ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซี่ยน ที่มุ่งให้ประเทศในอาเซี่ยนอยู่ร่วมกันอย่างสันติมีระบบแก้ไขความขัดแย้งระหว่างกันได้ด้วยดี มีเสถียรภาพอย่างรอบด้าน มีกรอบความร่วมมือเพื่อรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงทั้งรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยและมั่นคง

๒) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยน ที่มุ่งให้เกิดการรวมตัวกันด้านเศรษฐกิจ และความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน เพื่อความมั่งคั่งและสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่น ๆ ได้ เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนในประเทศอาเซียน

๓) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซี่ยนเพื่อให้ประชาชในอาเซียนอยู่ร่วมกันภายใต้แนวคิดสังคมที่เอื้ออาทร มีสวัสดิการทางสังคมที่ดีและมีความมั่นคงทางสังคม


ตามที่ข้อตกลงกันที่กรุงเทพฯ (ปริญญากรุงเทพ) ซึ่งระบุไว้ ๗ ข้อคือ

๑.ส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการบริหาร

๒.ส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค

๓.เสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจพัฒนาการทางวัฒนธรรมในภูมิภาค

๔.ส่งเสริมให้ประชาชนในอาเซียนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี

๕.ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในรูปของการฝึกอบรมและการวิจัย และส่งเสริมการศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

๖.เพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยายการค้า ตลอดจนการปรับปรุงการขนส่งและการคมนาคม

๗.เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอก องค์การ ความร่วมมือแห่งภูมิภาคอื่นๆ และองค์การระหว่างประเทศ


โดยทั้งหมดของการทำข้อตกลงร่วมกันนั้น ให้อยู่บนฐานของกฎบัตรอาเซียน ที่กำหนดให้อาเซียนและประเทศสมาชิกปฏิบัติตามหลักการดังต่อไปนี้

๑. เคารพเอกราช อธิปไตย ความเสมอภาค บูรณภาพแห่งดินแดน และอัตลักษณ์แห่งชาติของรัฐสมาชิกอาเซียนทั้งปวง

๒. ผูกพันและรับผิดชอบร่วมกันในการเพิ่มพูนสันติภาพ ความมั่นคง และความมั่งคั่งของภูมิภาค

๓. ไม่รุกราน ข่มขู่ว่าจะใช้กำลังหรือการกระทำอื่นใดในลักษณะที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

๔. ระงับข้อพิพาทโดยสันติ

๕. ไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐสมาชิกอาเซียน

๖. เคารพสิทธิของรัฐสมาชิกทุกรัฐในการธำรงประชาชาติของตนโดยปราศจากการแทรกแซง การบ่อนทำลาย และการบังคับจากภายนอก

๗. ปรึกษาหารือที่เพิ่มพูนขึ้นในเรื่องที่มีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของอาเซียน

๘. ยึดมั่นต่อหลักนิติธรรม ธรรมาภิบาล หลักการประชาธิปไตยและรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ

๙.เคารพเสรีภาพพื้นฐาน การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการส่งเสริมความยุติธรรมทางสังคม

๑๐.ยึดถือกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ที่ รัฐสมาชิกอาเซียนยอมรับ

๑๑.ละเว้นจากการมีส่วนร่วมในการคุกคามอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดนหรือเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของรัฐสมาชิกอาเซียน
๑๒. เคารพในวัฒนธรรม ภาษา และศาสนาที่แตกต่างของประชาชนอาเซียน

๑๓. มีส่วนร่วมกับอาเซียนในการสร้างความสัมพันธ์กับภายนอกทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยไม่ปิดกั้นและไม่เลือกปฏิบัติ
๑๔. ยึดมั่นในกฎการค้าพหุภาคีและระบอบของอาเซียน


ผลกระทบต่อไทยคือ--

๑) จะมีแรงงานต่างชาติไหลเข้าสู่วิชาชีพ วงการอุตสาหกรรมต่างๆ มากขึ้น และจะมาแย่งแรงงานที่เป็นคนไทยไป ทำให้แรงงานไทยเสียโอกาสในการถูกว่าจ้างลดลง ซึ่งมีหนทางที่จะเกิดขึ้นได้และเป็นไปได้เช่นกัน

๒) ประเทศไทยอาจเผชิญกับภัยความมั่นคงของประเทศ เพราะเพื่อนบ้านหรือ ชาวต่างประเทศ ที่เราเปิดใจ แต่เราไม่รู้ว่า เขาคิดอะไรกับเราบ้าง และไม่มีความปลอดภัยที่เพียงพอทะลักเข้ามาอย่างควบคุมยากขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น

๓) เกิดการแข่งขันทางธุรกิจรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการชาวไทย ซึ่งต้องปรับตัวในด้าน การวิจัย และพัฒนาคุณภาพ เทคโนโลยีในการผลิต การจัดการ การฝึกอบรม

๔) ส่วนแบ่งของตลาดสินค้าที่เคยมีมา อาจต้องสูญเสียแก่นักลงทุนจากต่างชาติ ทำให้เสียลูกค้าเก่า เพราะเดิมมีผู้ค้าไม่มากรายแต่ตอนนี้กลับมีผู้ค้ามากรายขึ้น ซึ่งก็คงจะทำให้ผู้ค้าชาวไทยต้องเหนื่อยมากขึ้นด้วย เพื่อการรักษาฐานของผู้บริโภคไว้ และต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน

๕) ผู้บริโภคชาวไทยจะได้รับสินค้าและการบริการที่แปลกใหม่แต่ทำให้สินค้าไทยตัวเดิม โดยเฉพาะสินค้า การเกษตรเช่น ผัก ผลไม้ไทย เครื่องอุปโภค บริโภค จะได้รับความเสียหายทันที ทำให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศแย่ลง เหมือนที่เคยกับผลไม้ของประเทศจีนที่เข้าสู่ประเทศไทย

๖) การเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะทำให้นักลงทุนชาวไทยหนีไปลงทุนในประเทศอื่น มีผลต่อการจ้างแรงงานไทยภายในประเทศ รวมทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ อาจต้องหยุดชะงักลง เพราะแรงงานไทยขาดแคลน เนื่องจากไปทำงานในต่างประเทศที่ได้ค่าจ้างแรงงานที่สูงกว่า

๗) การลงทุนต่างชาติที่มีความพร้อมมากกว่าจะเข้ามาแข่งขันในทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการชาวไทยที่ส่วนใหญ่ที่มีขนาดเล็กและขนาดกลาง แข่งขันได้ยากและจะสูญหายไป เหมือนกรณี การเกิดร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทย

๘) วิถีชีวิต สังคม ค่านิยม อาหาร การแต่งตัว กิจกรรม ประจำวัน เราจะถูกผสมผสานจากต่างวัฒนธรรมอื่นๆ มากขึ้น ถ้าไทยไม่รู้จักรากเหง้าหรือวิถีอัตลักษณ์ตนแล้ว ไทยก็จะเสียจุดยืนที่เป็นจุดแข็ง จนกลายเป็นจุดอ่อนได้

๙) ศาสนา และวัฒนธรรม ภาษา พิธีกรรม และความเชื่อ ฯ ก็จะเกิดผลกระทบหรือการเกิดปะทะด้านวัฒนธรรมที่หลากหลายด้วย เหมือนในอเมริกาที่เกิดสหวัฒนธรรม (Multi-cultures) หากวัฒนธรรมใดอ่อนแอก็จะถูกกลืนไป แล้วไทยจะยึดเอาอะไรไว้เป็นมรดกของตนเอง

๑๐) สิ่งที่จะเห็นได้อย่างชัดเจนอีกอย่างคือ โรคภัยจากคนต่างชาติ ขยะและมลพิษ ที่นำเข้ามาผ่านอุปกรณ์เครื่องไฟฟ้า รถยนต์ อาหาร พืชผัก เสื้อผ้า ตลอดถึงการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือฉาบฉวยมากขึ้น ผลกระทบคือ สุขภาพอนามัยและโรคต่างๆ อีกมากมาย


โดยสรุป ผลกระทบทั้งทางบวกและผลกระทบทางลบ รัฐและองค์การภาคเอกชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องหันมาให้ความสนใจกันอย่างจริงจัง และควรรีบหามาตรการคุ้มครองธุรกิจและอุตสาหกรรมของไทย กลยุทธ์หรือยุทธ์ศาสตร์ต่างๆ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นความมั่นคง เป็นความเป็นความตายของเศรษฐกิจไทย ตลอดจนเป็นการสร้างสมรรถนะความสามารถในด้านการแข่งขัน ซึ่งนับวันประเทศไทยจะได้รับการจัดอันดับที่ตกต่ำไปเรื่อยๆ การปล่อยนิ่งเฉยโดยไม่ดูดาย ย่อมไม่มีผลดีเกิดขึ้นกับประเทศ เราต้องเริ่มดำเนินการร่วมมือกันหาทางออกที่เป็นประโยชน์แก่สังคมไทยกันอย่างจริงจัง รัฐและองค์การภาคเอกชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องหันมาให้ความสนใจกันและควรรีบหามาตรการคุ้มครองธุรกิจและอุตสาหกรรมของไทย

ผลกระทบในประเทศไทยคือในประเทศไทยนั้นไม่ค่อยเก่งเรื่องภาษาจึงทำให้การสื่อสารนั้นไม่ค่อยคล่องสักเท่าไหร่ และบางประเทศอาจใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าประเทศไทย ดังนั้น จึงต้องเร่งเรียนรู้ภาษาให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดการเสียความสมดุลและเรียนรู้เขา เรียนรู้ตัวเอง จะได้เห็นผลศักยภาพของตนเองต่อไป

---------๑-๑๒-๕๘--------