ชีวิตที่พอเพียง : ๒๕๓๖. ควงสาวเที่ยวอเมริกา ๑๐. เที่ยวซีแอตเติ้ล


๑ ตุลาคม ๒๕๕๘

ที่ ลาสเวกัส

เราตื่นแต่เช้าตามเคย โรงแรม Circus Circus (Las Vegas) พักสบาย พอ ๖ น. ผมก็ลงไปวิ่งรอบๆ โรงแรม พอให้ได้ยืดเส้นยืดสาย เป็นเช้าแรกที่ผมได้วิ่งในการเดินทางครั้งนี้ นอกจากได้ยืดเส้นยืดสายแล้วยังได้เหงื่อ อุณหภูมิ ๒๓ องศา กำลังสบาย

เราเอาการ์ดกุญแจไปคืนที่ Front Desk แล้วจับแท็กซี่ไปสนามบิน McCarran International Airport ก่อนไปผมเข้า กูเกิ้ล ค้นชื่อสนามบิน ได้ทราบว่า Delta Airlines ออกที่ Terminal 1, Gate D เดี๋ยวนี้ข้อมูลต่างๆ ค้นได้ทางอินเทอร์เน็ต สะดวกจริงๆ

โรงแรมของเราอยู่อีกฟากหนึ่งของเมือง รถต้องฝ่าแถวรถติด ซึ่งก็ดีตรงที่เราได้ชมเมืองไปด้วย หรูหรากว่า บริเวณที่เราพักอย่างเทียบกันไม่ติด คนขับแท็กซี่ เป็นหนุ่มขนตางอนเช้งมาจากเอธิโอเปีย ว่าอพยพกันมาทั้งครอบครัว ๑๑ ปีแล้ว และได้เป็นพลเมืองของอเมริกันเรียบร้อย ผมถามว่าเศรษฐกิจของเอธิโอเปียดีขึ้นมากใช่ไหม เขาว่าใช่ เหตุที่เดิมเศรษฐกิจแย่เพราะคอร์รัปชั่นมาก เขาบอกว่าเขากำลังคิดจะกลับบ้านที่เอธิโอเปีย เพราะแม้จะอยู่ใน อเมริการายได้ดี แต่มีความสุขสู้อยู่บ้านไม่ได้ ค่าแท็กซี่ ๒๘ เหรียญ

Delta Airlines มาตั้งเคาน์เตอร์รับเช็คอินกระเป๋าและคนที่ด้านนอกอาคาร ทำให้สะดวกขึ้น ค่ากระเป๋าใบละ ๒๕ เหรียญ จ่ายด้วยบัตรเครดิตได้

สนามบิน McCarran ใหญ่มาก น่าจะใหญ่กว่าสนามบินสุวรรณภูมิของเรา ที่แปลกคือ ภายในสนามบิน มีกาสิโนให้เล่นด้วย คงสำหรับล่อเงินในกระเป๋าคนที่ยังไม่หมดเกลี้ยง ผมไม่ชอบกิจกรรมที่ทำให้ความโลภงอกงามในใจ จึงไม่สนใจ เรื่องพวกนี้เลย ยิ่งเครื่องเล่มมันมีแสงสีแพรวพราวผมยิ่งห่าง ผมชอบความสงบ ไม่ชอบแสงสีวุ่นวาย

ระหว่างนั่งรอนอก D Gates ที่เราจะขึ้นเครื่อง (D34) ผมเข้า YouTube ดู Seattle Vacation Travel Guideเห็นความร่มรื่น บรรยากาศแตกต่างจาก ลาสเวกัสอย่างสิ้นเชิง

กำหนดการเดิมเครื่องบินออก ๑๐.๕๖ น. เขาแจ้งเปลี่ยนล่วงหน้าเป็น ๑๐.๔๕ เมื่อไปนั่งรอที่ประตูออก ก็ได้รับแจ้งว่าเครื่องช้า กำหนดใหม่ ๑๑.๑๙ เอาเข้าจริงเครื่องออกราวๆ ๑๑.๓๐ เครื่องบินลำยาวเพรียว CRJ900 ที่นั่ง 2-2 ส่วนชั้นธุรกิจ 1-2 รวมมี ๒๐ แถว รวมผู้โดยสาร ๗๕ คน เราได้ที่นั่ง 8C & 8D สนามบินนี้มี ๒ รันเวย์ เครื่องเรียงคิว ขึ้นทุกๆ ๑ นาที เวลาบินไปซีแอตเติ้ล เพียง ๑ ชั่วโมง ๕๘ นาที เครื่องบินนี้ลำเล็กก็จริง แต่ที่ใส่กระเป๋าเหนือศีรษะ ใหญ่มาก กระเป๋าของเราเอาขึ้นเครื่อง ได้สบาย แต่เนื่องจากเราพกมีดพับมาด้วย จึงต้องเช็คอินเข้าใต้ท้องเครื่อง และยอมเสียเงิน

บนเครื่องบินเขาเลี้ยงน้ำผลไม้ ๑ แก้ว กับคุ้กกี้

เมื่อเครื่องบินใกล้ ซีแอตเติ้ล สาวน้อยเห็นภูเขาไฟ ซึ่งผมมาค้นได้ทีหลังว่าชื่อ Mt. St. Helens ตามด้วยยอดเขาทรงกรวยคว่ำมีหิมะคลุม ซึ่งน่าจะเป็น Mt. Rainier ผมจึงได้ถ่ายรูปไว้ แต่หน้าต่างเครื่องบินมัว จึงได้ภาพไม่ค่อยชัด


ซีแอตเติ้ล

เครื่องบินลง ๑๔ น. รับกระเป๋าแล้วเดินตามป้ายบอกทางไปขึ้นแท็กซี่ โชเฟอร์เป็นคนเอธิโอเปียอีกแล้ว มาอยู่อเมริกา ๑๐ ปี อายุราวๆ ๕๐ มีลูกเรียนหนังสือดี คนโตเรียนวิศว คนที่สองเรียนวิทยาศาสตร์และมีเป้าหมาย เรียนหมอ คนนี้ได้ทุนเรียนด้วย คนที่สามอยู่ชั้นมัธยมปลาย ค่าแท็กซี่ ๔๖ เหรียญ ผมให้ไป ๕๐

ขึ้นมาพักผ่อนบนห้องสักครู่สาวน้อยชวนไปถามทางไป Seattle Centerหาทางซื้อ City Pass เป็นตั๋วชุด เข้าชมสถานที่ ๕ แห่ง ราคาคนละ ๖๙ เหรียญ ใช้ได้ ๙ วัน อันที่ฮิตที่สุดน่าจะเป็น Space Needle สำหรับขึ้นไปชมวิว เขาให้ขึ้น ๒ ครั้ง กลางวัน กับกลางคืน ห่างกันไม่เกิน ๒๔ ชั่วโมง

ขาไปเดินไปตามถนน ๔ ขากลับมาตามถนน ๕ มาซื้ออาหารเย็นที่ร้าน Grocery ตรงข้ามโรงแรม เอามากินที่ห้อง



ต้นปาล์มสวยถ่ายตอนออกไปวิ่งออกกำลัง


สวนและต้นปาล์มงามถ่ายจากรถแท็กซี่


ในสนามบินลาสเวกัสมีกาสิโน


ภูเขาไฟ Mt. St. Helen และยอดเขา Mt. Rainier ถ่ายจากเครื่องบิน


หน้า Warwick Hotel


บรยยากาศฤดูใบไม้ร่วง


ใน Seattle Center


ต้นสนงาม


ในสวน


ต้นสน


ดอกไม้งาม


Space Needle


วิจารณ์ พานิช

๑ ต.ค. ๕๘

ห้อง ๖๑๔ โรงแรม Warwick, Seattle


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)