การทำวิกฤตให้เป็นโอกาส

เราคงจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่า "วิกฤตคือโอกาส" กันอยู่บ่อยๆ

แต่คำพูดนี้เป็นคำพูดสั้นๆ ไม่ได้อธิบายว่า หากจะทำวิกฤตให้เป็นโอกาส ทำอย่างไร

การทำวิกฤตให้เป็นโอกาส จะต้องทำให้เป็น เพราะหากทำไม่เป็น อาจจะกลายเป็นทำวิกฤตให้กลายเป็นวิกฤตที่หนักขึ้น หรือทำให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤตเข้าไปอีก

การทำวิกฤตให้เป็นโอกาส จะต้องอาศัยความรู้และสติปัญญา คือ การเห็นความจริงและความเข้าใจในเหตุและผลว่าวิกฤตและโอกาสเกิดขึ้นได้อย่าง เมื่อเห็นความจริงและเข้าใจในเหตุและผลของทั้งวิกฤตและโอกาส จึงจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้

แต่ปัญหาก็ คือ ผู้ที่ทำให้เกิดวิกฤต มักจะมองไม่เห็นความจริงและขาดความเข้าใจในเหตุและผลดังกล่าว จึงทำให้เป็นผู้ที่ก่อวิกฤตตั้งแต่แรก และไม่สามารถจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ หากผู้ที่ทำให้เกิดวิกฤตต้องการจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส จะต้องเปิดใจที่จะรับฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้อื่น ซึ่งเป็นผู้ที่มองเห็นความจริงและเหตุและผลของวิกฤตและโอกาส มากกว่าตนเอง

วิกฤตไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด เกิดขึ้นเพราะการกระทำในสิ่งที่ไม่ควรกระทำ และไม่กระทำไปในสิ่งที่ควรกระทำ ดังนั้นหากจะแก้วิกฤตให้กลายเป็นโอกาส ก็จะต้องเปลี่ยนใหม่ คือ กระทำในสิ่งที่ควรกระทำ และไม่กระทำในสิ่งที่ไม่ควรกระทำ

พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ แก้ไขการกระทำที่ผิดพลาด ให้เป็นการกระทำที่ถูกต้อง และไม่กระทำในสิ่งที่ผิดพลาดซ้ำ หรือเพิ่มเติมอีก

ผู้ที่มีบทบาทจะแก้ไขความผิดพลาดให้ถูกต้อง หรือทำวิกฤตให้เป็นโอกาส นอกจากจะต้องมองเห็นความจริงและเหตุและผลของวิกฤตและโอกาสแล้ว ไม่ว่าจะมองเห็นได้ด้วยตนเอง หรือตามคำแนะนำของผู้อื่น จะต้องแก้ไขหรือกระทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและถูกต้องดีงามด้วย เพราะหากไม่ได้แก้ไขหรือกระทำเช่นนี้ ก็จะไม่สามารถจะแก้ไขความผิดพลาดให้ถูกต้องและทำวิกฤตให้เป็นโอกาสได้

ผู้ที่เป็นผู้นำ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบหน่วยงาน หรือองค์กรใดๆ แม้จะกระทำผิดพลาดจนเกิดปัญหารุนแรงจนกลายเป็นวิกฤต แต่เมื่อมีโอกาสดำเนินการแก้ไขวิกฤตนั้น อย่างสุจริตถูกต้องและดีงาม จนวิกฤตนั้นหมดไป ก็มักจะยังได้รับการยอมรับนับถือหรือเครดิต และเกียรติยศชื่อเสียง ในการดำเนินการแก้ไขวิกฤตนั้นได้

แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากผู้นำนั้น ไม่ดำเนินการแก้ไขวิกฤต หรือดำเนินแต่กลับผิดพลาดซ้ำอีก วิกฤตนั้นย่อมจะไม่หายไป และมีความเป็นไปได้ว่าวิกฤตนั้น จะรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม ในที่สุดแล้ว ผลเสียที่รุนแรงจะกลับมาตอบสนองแก่ผู้นำที่ทำให้วิกฤตนั้นเกิดขึ้น และไม่สามารถจะแก้ไขวิกฤตนั้นได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้ทั่วไป



ความเห็น (0)