"โลกคือมายา มายาคือสัจ"


๑) โลก?

มองมุมตรง ในวงโลก มีหกสิ่ง

หนึ่ง"ความจริง" สิ่งแท้ ที่แลเห็น

สรรพสิ่ง เป็นจริงอยู่ คู่เช้าเย็น

ที่มองเห็น เด่นตา ตามประสา(ท)คน

สองมีจริง อิงแอบ แบบอยู่แฝง

ที่แสดง แฝงเร้น เด่นดังโขน

คือ"มายา" ที่หน้าสวย ด้วยสีโทน

เป็นดั่งมนต์ มีกลไก ให้ใหลหลง

สามมีสิ่ง หญิงชาย ในทั้งโลก

ที่กอดกก หมกชุบ อุปสงค์

คือ"ความสุข" ดั่งยูกยา พาปลดปลง

ให้ทุกข์โล่ง โปร่งปลอด ยอดชีวา

สี่ความจริง สิ่งสัจ มิอาจเห็น

ไม่โดดเด่น เห็นโลก รกปัญหา

คือ"ความทุกข์" ที่ถูกไล่ ให้ไกลตา

ไม่ปรารถนา มาเกี่ยวก้อย แม้รอยควัน

ห้าความจริง สิ่งทั้งมวล ม้วนลง"รูป"

ที่ถูกชุบ เป็นรูปร่าง สร้างสสาร

ทั้งรูปนิ่ง รูปไหว ในสาธารณ์

รูปวิญญาณ สังขารสัตว์ อย่างชัดเจน

หกความจริง สิ่งนี้ มีเรียกขาน

เพื่อสื่อสาร ผ่านสมมุติ พูดตามเห็น

เรียกว่า"นาม" ตามสัญญา ภาษาเป็น

ให้มองเห็น ทัศนะ เนื้อหาใจ

โลกทั้งมวล ล้วนจริง สิ่งหกอย่าง

มีช่องทาง คือว่าง-เต็ม เค็มหรือไม่

สุขหรือทุกข์ ถูกสร้าง จากจิตใจ

หมดเยื่อใย ตายจากโลก ยกความดี

สรรพสัตว์ ถูกจัดแจง แสดงออก

ตามกระบอก ถูกหอกแทง แหล่งโลกนี้

พฤติกรรม ทำบ่อยๆ คล้อยวจี

เป็นเครื่องชี้ นิสัย ในใจคน

โลกจะเป็น เถนตรง หรือหลงใหล

อยู่ที่หมาย ใจมอง เกี่ยวข้องโขน

อยู่ที่วัย คุณวุฒิ สูตรมองตน

จักเห็นผล โคนโลก หกสิ่งใด


๒) มายา?

มองเห็นจริง สิ่งทั้งมวล ล้วนเป็นร่าง

จริงตามอย่าง ถ่างตา ภาษาใช้

จับแตะต้อง ผองสิ่ง เป็นจริงไว

วัดเอาได้ สายประสาท ขนาดจริง

อวัยวะ ตาหู รูจมูก

ลิ้นก็ถูก รับรส กำหนดสิง

กายผัสสะ อารมณ์ ผสมจริง

โลกจึงพิง อิงผัสสะ อายตนะใน

ประสาทคน พลโลก หกเครื่องวัด

ว่าโลกสัจ โลกเทียม เตรียมขยาย

โลกคนหนุ่ม กลุ่มสาว พราววิไล

ประสาทกาย ไววับ จับความจริง

แต่โลกคน ที่พ้นกาล ผ่านประสบ

ต้องสยบ กฎกาล สังขารดิ่ง

ประสิทธิภาพ ศักยะ หูตาจริง

เริ่มหมดสิ่ง จริงแท้ ที่แน่นอน

ข้อมูลฐาน ผ่านกาล ที่ผ่านกรอง

หัวสมอง มองเสมือน เลอะเลือนหลอน

หูก็ตึง ตาก็พร่า กายาคลอน

จะนั่งนอน ผ่อนกาย ไม่เสรี

แต่ก่อนเห็น โลกใหม่ ดูใสสด

ได้ลิ้มรส แรกรัก พักตร์สุขี

เห็นโลกกว้าง ดวงใหญ่ ในทันที

เห็นชีวี มีแต่สุข ทุกข์ไม่มอง

มีครอบครัว เป็นรั้วกั้น ฐานขอบเขต

ทำงานเหน็ด เหนื่อยหน่าย จนกายหมอง

มีลูกรัก ต้องรักษา พาประคอง

แล้วยังต้อง มองหาทรัพย์ รับรองตน

เมื่อแก่เฒ่า เท้าขา ตาหูพร่อง

ฐานสมอง มองเหมือน เป็นเพื่อนผล

ข้อมูลเก่า สร้างเค้าโครง เชื่อมโยงตน

มองผองผล เป็นกลกลวง ปวงมายา

ได้ผลหนุน คุณค่าแท้ แก่ชีวิต

จากเห็นผิด จิตเริ่มเห็น เป็นปริศนา

เมื่อตกผลึก จึงนึกออก บอกสัจจา

เห็นโลกา มายาแท้ แก่จิตใจ

เช็คสเปียร์ เขียนไว้ ให้เราอ่าน

ว่าโลกนั้น มันคือ ละครใหญ่

ต่างบทบาท ชาติเชื้อ ดั่งเรือพาย

เพื่อข้ามไป ฝั่งโน้น พ้นคงคา

โลกเสมือนจริง สิ่งทั้งปวง เป็นบ่วงแห้ว

เหมือนดังแร้ว เป็นแนวดัก ดั่งยักษา

ที่คอยจับ ทับถม รมโรยยา

เสกโรคา ยาเสน่ห์ จนเซซัง

เราจึงควร มีดวงตา มาสามดวง

สองคู่ถ่วง อยู่ข้างหน้า แลหน้าหลัง

อีกดวงอยู่ ในสมอง มองระวัง

เป็นฐานสร้าง ทางสมอง มองความจริง


๓) สัจ?

สรรพสิ่ง อิงแอบ แนบมายา

มีสองหน้า หนึ่งเหรียญ เพียรสมิง

ให้สัตว์โลก โศกสุข สนุกจริง

จนสุดกิ่ง สุดโต่ง จึงโล่งลอย

เมื่ออิ่มเอม ในเกมสุข ทุกข์ปรากฏ

กายก็หมด เยื่อใย ให้ใช้สอย

กฎของกรรม ธรรมของกฎ กำหนดรอย

กายจึงคล้อย คลืบคลาน ด่านสีดำ

ความแปรผัน คือกฎ บทบาทใหญ่

หมุนเวียนไป ไม่หยุด ฉุดในสาม

อนิจจัง ทุกขัง ดั่งสงคราม

ที่ติดตาม ธรรมใหญ่ อนัตตา

ปรากฏการณ์ ผ่านพล คนทั้งโลก

มีทุกข์โศก โรคภัย ตายถ้วนหน้า

มีแรกเกิด เติบใหญ่ กลายชรา

มีภพหน้า ภพน้อย ร้อยเป็นวัฏฏ์

ภาพเหล่านี้ มีปรากฏ ทั้งหมดโลก

ไม่ตระหนก หวาดหวั่น หาญขจัด

ยอมรับรู้ อยู่เสมอ เจอทุกวัด

ไม่เห็นสัจ ในอาตม์ตน ในผลพวง

สัจธรรม ธรรมชาติ ในอาตม์นี้

มีช่องชี้ หนีไกล อย่างไร้ห่วง

อวัยวะ ตาดู สิ่งทั้งปวง

หูไว้หน่วง ถ่วงคำคน ให้พ้นพาล

ใช้ความคิด จิตพัฒนา หาความรู้

อยู่ในลู่ อู่กาย ในสายฐาน

หายใจขึ้น หายใจลง อย่าหลงกาล

รู้ลมปราณ ผ่านช่องท้อง มองในตัว

รู้กายใจ ไหวเคลื่อน เรือนอาการ

คือรหัสผ่าน กาลภพ พบในหัว

สัจกฎ โยงใย ข้างในตัว

เป็นเหมือนขั้ว รั้วป้องกัน อันตราย

เห็นรอยนก โผบิน ทุกถิ่นทั่ว

เห็นก้อนคูถ อยู่ทั่วตัว ไม่กลัวหน่าย

เห็นคงคา วารี มีที่ไป

เห็นตนใน ในตน เห็นหนทาง

คนเห็นคน ในตน ย่อมพ้นคน

คนเห็นตน ย่อมพ้นกล ที่ตนสาง

คนเห็นจิต พิชิตตน ย่อมพ้นทาง

ย่อมเห็นร่าง ที่ว่างเปล่า เค้าสัจจา

เมื่อเห็นโลก เห็นธรรม เห็นล้ำลึก

ต้องเห็นผลึก ตึกมายา อยู่ตรงหน้า

เห็นปรากฏ กำหนดรู้ อยู่ในตา

เห็นมายา ค่าเป็นจริง ทุกสิ่งเอย


--------------๑๘/๑๐/๕๘---------------

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จับความคิด



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

เกิด แก่ เจ็บ ตาย ใช่จริงแท้

เป็นของแน่ ที่เห็น เป็นวิสัย

ทุกชีวิต ต้องพบเห็น ความเป็นไป

มิมีใคร หลีกลี้ หนีพ้นเลย

........................................