​คนจะ "ดี" แค่ไหน อยู่ที่ ความคิด และการกระทำ

คนจะ "ดี" แค่ไหน อยู่ที่ ความคิด และการกระทำ

(มิได้อยู่ที่ชาติกำเนิด รูปร่างหน้าตา หรือ ปริมาณทรัพย์สินที่มี)
***************************
ในสังคมปัจจุบัน มีระบบคิดในการเลือก "คบคนดี" กันด้วยปัจจัยภายนอก หรือ ทางธรรมะ ก็คือ "วิบาก" อันได้แก่ ชาติตระกูล รูปร่างหน้าตา และฐานะทางสังคม ฯลฯ เป็นต้น

ทั้งๆที่ วิบาก นั้น ไม่ค่อยเป็นตัวชี้วัดที่ "ดี" จริงสักเท่าไหร่

แทนที่จะคบกันตัวชี้วัด ที่จริงกว่า ด้วยความจริงกว่า ของคนคนนั้นๆ
ที่ก็คือ "กรรม" อันประกอบด้วยความคิด และการกระทำที่เกิดขึ้น ฯลฯ จริงๆ

เพราะ สัตว์โลกทั้งหลาย ย่อมเป็นไปตาม "กรรม" โดยมี "วิบาก" เป็น "พื้นฐานเบื้องต้น" เท่านั้น

และพื้นฐานเบื้องต้นดังกล่าว นั้น จะมีไม่มี จะใช้หรือไม่ใช้ ในทางใดๆก็ได้
มิได้เป็นเครื่องวัดระดับความดี น่าคบหา ของบุคคลนั้นๆ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

แต่ ถ้าใช้........ก็จะมีผลมารวมกันเป็น "กรรม" อยู่ดี

-----------------------------------------
ในทางหลักธรรมะ ตามพระไตรปิฎก ในส่วนของ "พระอภิธรรม" ก็คือ ระดับของ "จิต" ที่มาจาก ชนิดและคุณภาพของ "เจตสิก" ที่ประกอบอยู่ เป็นสำคัญ

จิตและเจตสิกนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล ที่ประกอบด้วย อนุภาคแบบต่างๆ และช่องว่าง เท่านั้นเอง

และอนุภาคก็มีตั้งแต่ที่เคลื่อนที่ได้ช้ากว่าแสง (ประมาณ 4%) และ ไวกว่าแสง ( ประมาณ 96%) และในจำนวนนี้ มีเพียง 0.4% ที่เราสัมผัสได้ จับต้องได้ วัดได้ ที่เป็นส่วนน้อยมากในจักรวาล

จิต และเจตสิกที่ "ดี" ก็มาจากการรวบรวม สะสมของอนุภาค "ที่ดี"

ถ้าเราคิดที่จะ "ทำดี" ก็ คือ การรวบรวม และคัดเลือก อนุภาคที่ "ดี" ที่เป็นที่น่าพอใจ ไว้กับ "ตัวเอง" และตั้งใจคัดแยก อนุภาคที่ "ไม่ดี" ออกไป

ก็จะทำให้จิตนั้น สะอาดขึ้นๆๆๆๆ โดยลำดับ

เปรียบไปก็คล้ายๆ ดั่งโมเลกุลของน้ำ ที่มิเคยปนเปื้อนแต่อย่างใดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะอยูในสภาพแวดล้อมของ "มลพิษ" ใดๆ

แต่คุณภาพของน้ำที่เรา "รู้สึก" กันทั่วไป และ ถือว่านำมา "ใช้ได้" ในแบบต่างๆกันนั้น ก็คือ ความแตกต่างของชนิดและปริมาณสารอื่นๆ ที่ปนเปื้อนมา เท่านั้นเอง

ถ้าเราพยายามลด หรือ กำจัด สิ่งที่ปนเปื้อนออกไป โมเลกุลน้ำย่อมสะอาดเท่ากันหมด ฉันนั้น
-----------------------------------

ความพยายามกำจัดสิ่งปนเปื้อนออกไปก็คือ การชำระจิต นั่นเอง

ที่ถ้าเทียบกับการทำน้ำให้สะอาด ก็มีตั้งแต่

1. คัดแยกสิ่งที่ปนเปื้อนอย่างหยาบๆ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ออกไป
2. กรองเอาชิ้นส่วนที่ละเอียด มากๆ มองไม่เห็นด้วตาเปล่า ออกไป
3. กรองเอาอนุภาค อนุมูล ประจุ ที่ปนเปื้อนมา ออกไป หรือ
4. กลั่น แยกเอาโมเลกุลของน้ำ ออกจากสิ่งปนเปื้อนต่างๆ

ที่อาจจะทำตามลำดับ ตามขั้นตอน ที่จะทำได้ง่ายกว่า หรือใครมีความสามารถมาก เก่งมากๆ ก็อาจจะลัดขั้นตอนได้ ไปถึงการ "กลั่น" แยก ให้สะอาดได้ในขั้นเดียว และสามารถทำให้จิต (หรือ น้ำ) สะอาดได้เร็ว ตามใจปรารถนา

เพราะในที่สุดแล้ว ก็มาเข้ากฏเดียวกัน คือ "สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม" เท่านั้นเองครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้เพื่อชีวิต



ความเห็น (0)