​เปรียบเทียบการควบคุมกับการแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขัง ผ่าน การบริหารจัดการเรือนจำตามทฤษฎีองค์การ

การบริหารจัดการเรือนจำ (Prison Management) ผ่านทฤษฎีองค์การ (Organizational theory) ที่ต้องพุ่งเป้าการบริหารจัดการบุคลากรไปที่การควบคุม และ การรักษาความปลอดภัย ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด จึงส่งผลกระทบและยับยั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้านการแก้ไขฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขัง (Rehabilitation) และ ส่งผลให้เรือนจำต้องส่งมอบบริการแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังให้กับภาคเอกชน หรือ การเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในงานแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังของเรือนจำ อย่างมีนัยสำคัญ........................


เปรียบเทียบการควบคุม กับ การแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขัง ผ่าน การบริหารจัดการเรือนจำตามทฤษฎีองค์การ


วินัย เจริญเฉลิมศักดิ์


จากข้อเท็จจริงในการดำเนินงานของเรือนจำที่มีเป้าหมายหลัก คือ การมุ่งเน้นประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผลด้านการควบคุมและรักษาความปลอดภัย มากกว่าการมุ่งเน้นประสิทธิภาพและประสิทธิผล ด้านการแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขัง และ การบริหารจัดการเรือนจำผ่านทฤษฎีองค์การ (Organizational theory) ในอดีตที่ผ่านมาและ ร่วมสมัยจึงต้องพุ่งเป้าไปที่การควบคุม และ การรักษาความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อป้องกันมิให้ ผู้ต้องขังหลบหนี ก่อเหตุร้าย และกระทำความผิดต่างๆ ใน เรือนจำ เช่น การนำโทรศัพท์มือถือเข้าเรือนจำ การค้ายาเสพติดในเรือนจำ และ การเปิดบ่อนการพนันในเรือนจำ รวมตลอดถึงกรณีที่ ผู้ต้องขังถาวร หรือผู้ต้องขังที่มีประสบการณ์มาก ในระดับ interpretational ที่อาจใช้ประสบการณ์และอิทธิพลทาง การเงิน ติดสินบนผู้คุมเพื่อแลกเปลี่ยนกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เป็นต้น



ดังนั้น การบริหารจัดการเรือนจำผ่านทฤษฎีองค์การที่ต้องพุ่งเป้าการบริหารจัดการบุคลากรไปที่การควบคุม และ การรักษาความปลอดภัย ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด จึงส่งผลกระทบและยับยั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้านการแก้ไขฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขัง (Rehabilitation) และ ส่งผลให้เรือนจำต้องส่งมอบบริการแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังให้กับภาคเอกชน หรือ การเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในงานด้านแก้ไขฟื้นฟู ผู้ต้องขังของเรือนจำ อย่างมีนัยสำคัญ


โดยสรุป


บทความ เรื่อง เปรียบเทียบการควบคุมและการแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขัง ผ่าน การบริหารจัดการเรือนจำตามทฤษฎีองค์การ เนื้อหาโดยสังเขปจากรายงานวิจัย เรื่อง Rehabilitation versus Control: An Organizational Theory of Prison Management by Susan Clark Craig ดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงแนวคิด แนวทางการดำเนินงาน และ เป้าหมาย ในการบริหารงานเรือนจำส่วนใหญ่ในโลก ที่มีทั้งลักษณะเหมือนและลักษณะที่ขัดแย้ง กล่าวคือ ลักษณะเหมือน ที่สำคัญประการหนึ่ง คือ เรือนจำส่วนใหญ่ในโลก โดยเฉพาะประเทศที่เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ เช่น อังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย ฯลฯ ที่เน้นแนวคิดในการแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังตามแนวทางของสหประชาชาติ ไม่เว้นแม้แต่ รัสเซีย และจีน ในปัจจุบัน ส่วน ลักษณะขัดแย้ง ที่สำคัญ คือ ภารกิจ และ เป้าหมาย ที่สำคัญของเรือนจำส่วนใหญ่ คือ การควบคุมผู้ต้องขังมิให้หลบหนีก่อเหตุร้าย และกระทำความผิดต่างๆ ใน เรือนจำ เช่น การนำโทรศัพท์มือถือเข้าเรือนจำ การค้ายาเสพติดในเรือนจำ และ การเปิดบ่อนการพนันในเรือนจำ รวมตลอดถึงกรณีที่ ผู้ต้องขังถาวร หรือผู้ต้องขังที่มีประสบการณ์มาก ในระดับ interpretational ที่อาจใช้ประสบการณ์และอิทธิพลทางการเงินซื้อขายตำแหน่ง ให้แก่ผู้บริหารงานระดับสูงของเรือนจำ (บางประเทศ) และ การติดสินบนผู้คุมเพื่อแลกเปลี่ยนกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จากลักษณะเหมือนและลักษณะที่ขัดแย้งของแนวคิด แนวทางการดำเนินงาน และ เป้าหมายในการบริหารงานเรือนจำ ดังกล่าว จึงมีความสัมพันธ์กับแนวทางการปฏิบัติงาน และ ส่งผลกระทบถึงการบริหารจัดการเรือนจำตามทฤษฎีองค์การ ที่ในการบริหารบุคลากรจะต้องสอดคล้องกับภารกิจและเป้าหมายหลักของเรือนจำ รายงานวิจัย ของ Susan Clark Craig ดังกล่าว จึงเป็นคำตอบที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานเรือนจำตามทฤษฎีองค์การ (Organizational theory) ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามภารกิจและเป้าหมายต่อไป


………………………….



References



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เครือข่ายกระบวนการยุติธรรมเชิงพุทธ กฎหมายและการบังคับโทษจำคุกเชิงพุทธ และ เครือข่ายทนายความเชิงพุทธ



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

น่าสนใจมากเลยครับ

ขอบคุณมากครับ อาจารย์ขจิต....................

ขอบคุณมากน่ะครับ อาจารย์นงนาท ................................

ขอบคุณมากน่ะครับ อาจารย์ต้น................................

ขอบคุณมากน่ะครับ อาจารย์ อร วรรณดา................