การติดต่อราชการของพลเมืองภายใต้ พรบ.อำนวยความสะดวก

เช้าวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๘ ผมออกเดินทางจากอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เวลาประมาณ ๑๐ นาฬิกาเศษ มุ่งหน้าสู่ขอนแก่นด้วยภาระกิจ ๓ ประการคือ ขอเชื่อมต่อมิเตอร์น้ำประปา,ไฟฟ้า และรับกุญแจจากช่างซ่อมกุญแจที่บ้าน และตั้งเป้าว่าต้องกลับมาถึงคำชะอี มุกดาหารก่อนหกโมงเย็น ก่อนออกเดินทางผมได้โทรศัพท์พูดคุยสอบถามจากพี่ชายที่ทำงานบัญชีอยู่ไฟฟ้ามหาสารคามถึงขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมตัวไปด้วยก็ได้ทราบว่า กรณีที่เราถูกยกหม้อไปเกิน ๖ เดือนจะต้องขอติดตั้งใหม่ มีค่าใช้จ่ายสี่พันกว่าบาท แต่จากการตรวจสอบรายการออนไลน์พบว่าผมยังมีค่าประกันมิเตอร์เหลืออยู่ประมาณ ห้าร้อยกว่าบาท สามารถขอคืนได้ ตามระเบียบต้องไปแจ้งความว่าใบเสร็จเงินวางประกันหายจึงจะขอคืนได้ พี่ชายผมบอกว่าถ้าชื่อยังอยู่ในระบบก็ไม่น่าจะต้องแจ้งความไปทำเรื่องขอคืนได้เลย สรุปผมจึงต้องเตรียมเอกสารดังนี้คือ ๑.สำเนาบัตรประชาชน ๒.สำเนาทะเบียนบ้านที่ขอนแก่น ส่วนการติดต่อประปาผมได้ไปถามที่ประปามุกดาหารก็มีหลักการคล้ายๆกัน.....

ผมถึงขอนแก่นประมาณเที่ยงครึง ใจนึงก็คิดว่าน่าจะกินข้าวก่อนแล้วจึงไปติดต่อแต่คิดอีกทีก็ลองดูเผื่อโชคดีมีเจ้าหน้าที่ทำงานตอนเที่ยง ผมไปที่ประปาก่อน เป็นไปตามคาดครับ มีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงท่านหนึ่งอยู่บริเวณโต๊ะประชาสัมพันธ์ผมแจ้งวัตถุประสงค์ ได้รับคำตอบว่ากรณีขอใหม่ให้ติดต่อชั้นบน ส่วนขอเงินคืนติดต่อที่ชั้นล่าง แต่ตอนนี้เป็นเวลาพักเที่ยงต้องรอบ่ายโมง ผมใช้เวลาสอบถามประมาณ ๑๕ นาที จึงออกมารับกุญแจกับช่างที่บ้าน โทรติดต่อกันบอก อีก ๑๕ นาทีเจอกันที่บ้าน ผมคำนวณเวลาผมไปถึงลงจากรถช่างก็มาถึงพอดี นับเป็นการบริหารเวลาสำหรับภาระกิจที่ ๑ เรียบร้อยไปด้วยดี

เวลาบ่ายโมงพอดีผมแวะไปติดต่อที่ไฟฟ้าสาขาย่อยทางออกไปชุมแพ ติดกับปั๊มน้ำมัน เดินเข้าไปพร้อมเอกสาร มุ่งสู่โต๊ะที่มีป้ายติดต่อสอบถามหรือประชาสัมพันธ์ผมไม่แน่ใจ แจ้งความประสงค์ สองเรื่องคือขอเงินประกันคืนกับติดมิเตอร์ใหม่ เจ้าหน้าที่มีเอกสารให้ผมเซ็นต์โดยไม่ต้องกรอก และมีแบบฟอร์มพร้อมรายละเอียดการแจ้งความและแนะนำผมว่ามีสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดอยู่ใน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผมเลยลองถามว่าพี่ผมทำงานไฟฟ้าบอกว่าชื่อยังอยู่ในระบบไม่ต้องเสียเวลาแจ้งความก็ได้ เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ได้เป็นระเบียบผมจึงต่อสายให้คุยกับพี่ชายผม สักพักเจ้าหน้าที่ก็นำโทรศัพท์ให้ผู้หญิงอีกคนในห้องการเงิน จากนั้นโทรศัพท์ผมก็ถูกส่งต่อไปให้กับผู้ชายในห้องกระจกที่ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นหัวหน้าอีกที และสุดท้ายก็เดินออกมาบอกผมว่ายังงัยผมก็ต้องไปแจ้งความเพราะมีเหตุผลหลายอย่างที่ท่านนั้นอธิบาย แต่ตอนนั้นผมไม่ได้ตั้งใจฟังเพราะเริ่มหูอื้อตาลาย อยากรู้เพียงว่าได้หรือไม่ได้ก็พอ จะได้รีบไปทำอย่างอื่นต่อ ผมถือเอกสารที่เจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนแรกเตรียมให้ไปกดบัตรคิวตามที่เธอบอกไม่นานก็ถึงคิวเรียก ผมเข้าไปจ่ายเงินประมาณ สี่พันกว่าบาท จบภาระกิจที่สองที่ยังไม่เรียบร้อยดีนัก....

ผมกลับไปที่ประปาขอนแก่นอีกรอบ เข้าไปวนรถหาที่จอดอยู่ประมาณ ๓ รอบ ก็ยังไม่ได้ รอบที่สามผมเห็นรถเจ้าหน้าที่จอดลักษณะขวางรถที่มีป้ายกำกับในโรงรถว่าเป็นที่จอดของเจ้าหน้าที่ตำแหน่งต่างๆ แว๊ปแรกกะว่าจะจอดมั่ง แต่ก็ไม่กล้าจึงวนอีกรอบ คราวนี้มีเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งเดินมาบอกว่าให้จอดที่มุมตรงข้ามกับโรงรถขวางรถที่จอดไว้แล้วได้เลย จึงตัดสินใจจอดในตำแหน่งดังกล่าว ผมขึ้นมาที่ประชาสัมพันธ์พบเจ้าหน้าที่ที่ไม่ใช่คนเดิม ผมบอกวัตถุประสงค์สองอย่าง เจ้าหน้าที่ให้ไปติดต่อชั้นบนก่อนแล้วค่อยมาติดต่อเรื่องเงินประกันชั้นล่าง...ผมขึ้นชั้นบนพบเจ้าหน้าที่สตรี ยื่นสำเนาบัตร และสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมบอกวัตถุประสงค์ เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารดูและบอกผมว่าทำให้ไม่ได้ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของบ้าน ผมบอกผมเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าหน้าที่บอกไม่ใช่ ชื่อในทะเบียนบ้านเป็นของบริษัทที่สร้างบ้านขายให้ผมเมื่อ หกปีก่อน ผมแจ้งว่าผมเคยเป็นผู้ใช้น้ำในชื่อผมและต่อมาถูกถอดมิเตอร์ ชื่อยังมีอยู่ในระบบ เขาบอกคนละส่วนกันแผนกนี้รับเรื่องขอติดตั้งใหม่ต้องมีเอกสารครบถูกต้องจึงจะรับเรื่องไว้ได้ ผมถามว่าผมต้องทำยังงัย เจ้าหน้าที่บอกว่าคุณทำได้สองอย่าง ๑.หาสัญญาซื้อขายมายื่นประกอบ(ผมนึกในใจอยู่ไหนหว่า...น่าจะหายไปแล้ว) หรือ ๒.ต้องไปติดต่ออำเภอให้อำเภอประทับตราว่าผมเป็นเจ้าของบ้าน ผมเถียงว่าอ้าวแล้วทำไมเดิมผมจึงมีชื่อเป็นผู้ใช้น้ำได้ เขาบอกอันนี้ก็ไม่รู้ไม่เกี่ยวกัน ผมก็ว่าเอ๊ะมันน่าจะยืนยันกันได้ (ในใจนึกเปรียบเทียบกับไฟฟ้าที่พึ่งจะไปติดต่อมา) เขาบอกยังงัยก็ไม่ได้ ผมชักมึนก็เลยถามว่าผมขอพบท่านผู้จัดการครับ เขาตอบทันทีว่าไม่อยู่ ผมบอกรองก็ได้ครับ เขาชี้พร้อมกับบอกว่าอยู่ห้องข้างล่าง...

ผมเดินลงมาข้างล่างด้วยความรู้สึกหิวและชาไปทั้งตัวมองเห็นป้ายห้องผู้ช่วยผู้จัดการ แต่ก็ยังไม่กล้าเดินเข้าไปโดยตรง จึงเดินไปที่โต๊ะประชาสัมพันธ์แจ้งว่าผมขอพบท่านผู้ช่วยครับ เขาชี้ไปที่ห้องกระจกที่ผมเล็งไว้แล้ว ผมเดินไปเคาะกระจก ขออนุญาตเข้าไปในห้อง ท่านผู้ช่วยเป็นผู้หญิงทำท่างงๆ ผมเล่าให้ฟังว่าผมขอความช่วยเหลือเรื่องติดต่อขอติดมิเตอร์ ท่านรับฟังแล้วก็บอกว่ามันป็นระเบียบ ผมพยายามจะบอกว่าเดิมทำมัยเป็นชื่อผมได้ สงสัยท่านรำคายเลยโทรศัพท์เรียกเจ้าหน้าที่คนที่อยู่ชั้นบนลงมา เขาก็พูดคำเดิมว่าทำให้ไม่ได้ต้องไปทำเงื่อนไขสองกรณีที่บอกเท่านั้น มีผู้ชายเดินเข้ามาให้ห้อง พูดแทรกกับผมคล้ายกับย้ำให้ผมเข้าใจว่าคุนต้องไปทำตามที่เขาบอกเท่านั้น ผมบอกว่าอยากขอความกรุณาเพราะผมเดินทางมาจากมุกดาหารต้องการทำเรื่องให้เรียบร้อย เขาบอกยังงัยก็ไม่ได้ เพราะเคยมีเรื่องร้องเรียนการใช้น้ำ และอธิบายอีกยาวซึ่งผมยอมรับว่าตอนนั้นผมจับใจความไม่ได้เพราะหูอื้อ ตาลายไปแล้ว ผมถามท่านผู้ช่วยว่าถ้าผมต้องการเงินประกันคืนต้องทำอย่างไรบ้างท่านบอกว่าต้องตรวจสอบว่ายังมีเงินเหลือหรือมไม่จากนั้นเดินออกไปที่หน้าห้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจดูในระบบพบว่าผมยังมีเงินประกันเหลืออยู่ประมาณห้าร้อยกว่าบาท แต่ต้องไปแจ้งความก่อน ผมถามว่าผมต้องไปแจ้งความว่าอย่างไร ท่านก็เขียนหมายเลขบนกระดาษแล้วบอกผมว่าเป็นเลขที่ผู้ใช้น้ำบอกแค่นี้ตำรวจเขาก็รู้เองเพราะเขารับแจ้งอยู่บ่อยๆ ผมเดินออกจากประปาขอนแก่นด้วยอาการงุนงง มุ่งหน้าสู่สถานีตำรวจ

เหมือนเดิมครับผมวนรถอยู่สามรอบยังหาที่จอดไม่ได้ โชคดีที่รถตำรวจที่จอดอยู่ด้านหน้าเคลื่อนออกไปผมเหลือบดูไม่มีป้ายเฉพาะหรือป้ายห้ามจอดเลยเสี่ยงถอดเข้าจอด ในใจนึกหวั่นๆกลัวโดนด่าฟรี ที่นี่ต้องกดบัตรคิวมีตำรวจผู้หญิงนั่งหน้าเคาน์เตอร์คอยบอกให้กดบัตรคิว มีตำรวจนั่งเรียงหน้ากระดานอยู่สองแถว บรรยากาศคล้ายธนาคาร ถึงคิวเรียกผมกำลังจะลุกเดินเข้าช่องตามหมายเลขตำรวจผู้ชายบอกให้รอก่อนให้ผู้หญิงที่นั่งข้างๆผมเข้าไปติดต่อก่อน ผมจึงต้องนั่งรอ สายตาเหลือบไปเห็นตำรวจผู้ชายอีกคนนั่งข้างๆหลังจากเสร็จให้บริการแล้วก็นั่งดูโทรศัพท์ ผมได้แต่นึกในใจว่าทำไมไม่เรียกผม แต่ต้องทำตัวลีบไม่กล้าขยับเพราะที่นี่สถานีตำรวจ ผมได้แจ้งเรื่องเอกสารหายในช่องแรกที่เรียกคิวผมในเวลาต่อมาใช้เวลาไม่นาน พร้อมกับค่าธรรมเนียม ๒๐ บาทโดยไม่ได้รับใบเสร็จ.....ยัง ยังครับยังไม่จบภารกิจของวันนี่

ผมใจลอยเข้าใจผิดว่าต้องไปติดต่อเรื่องทะเบียนบ้านที่เทศบาล จึงขับรถไปวนหาที่จอดรถในเทศบาลนครขอนแก่นซะหลายรอบ(ที่จอดรถเป็นปัญหาหลักของหน่วยงานที่ผมติดต่อในวันนี้) ขณะเปิดประตูรถสติกลับคืนมาว่าไม่ใช่ ต้องไปที่ว่าการอำเภอเพราะบ้านผมอยู่ในเขตเทศบาลบ้านเป็ด นึกด่าตัวเองอยู่ในใจว่าทำเสียเวลาอีกแล้ว ผมมุ่งหน้าไปศาลากลางจังหวัดขอนแก่นด้วยความคิดว่า ที่ว่าการอำเภอต้องอยู่แถวนั้นแน่นอน เป็นไปตามคาดครับ...ผมหาไม่เจอ ขับวนอีกสองรอบ สุดท้ายต้องจอดถามพ่อค้าขายกาแฟแถวริมฟุตบาท ด้วยความกรุณาพี่แกบอกให้ผมกลับรถไปตั้งต้นที่ถนนหลัก มุ่งหน้าไปทางกาฬสินธุ์ อยู่ติดกับโรงเรียน ห้ามกระพริบตาเดี๋ยวมันจะหลงว่างั้น

ผมมาถึงที่ว่าการอำเภอเมืองในเวลาประมาณบ่ายสามโมงโชคดีมีที่ว่างจอดรถ แต่ปัญหาของผมคือไม่เห็นป้ายบอกทางว่าติดต่อทะเบียนราษฎร์อยู่ตรงไหน ไม่มีคนให้ถาม ผมเดินไปตามซอกมีห้องกระจกจึงตัดสินใจเข้าไปถาม คำตอบที่ได้คืออยู่หอประชุมด้านหลัง ผมเดินทะลุด้านหลังตรงไปที่จุดหมาย มีหลายช่องก็ยังทำอะไรไม่ถูก เห็นมีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงในช่องกระจกคนหนึ่งว่าจึงเดินเข้าไปถามแจ้งความประสงค์เจ้าหน้าที่จึงเดินพาไปที่ช่องเทศบาตำบลบ้านเป็ด ผมพบเจ้าหน้าที่ผู้ชายอธิบายว่าผมต้องใช้เอกสารประกอบคือ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาการซื้อขาย ผมถามว่ากลัวหาไม่เจอถ้าเป็นสำเนาเอกสารจำนองกับธนาคารจะได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ตอบว่าเอกสารทั้งหมดน่าจะมีในเอกสารจำนองธนาคาร ให้นำมาให้เจ้าหน้าที่ดู ผมถามว่าถ้านำเอกสารมาครบจะใช้เวลาในการดำเนินการนานมั๊ย ได้รับคำตอบว่า ไม่นานครับ ....ผมรีบขับรถกลับมุกดาหาร พลางคิดว่ายังดีที่มีหน่วยงานที่ให้บริการประชาชนด้วยขั้นตอนไม่นาน



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สุขภาพประชาชน,พลเมือง



ความเห็น (0)