​ ภาวะฝนแล้ง แกล้งชาวนาซ้ำสอง

อาชีพชาวนาที่ถูกเรียกขานว่าเป็นกระดูสันหลังของชาตินั้น ดูว่าจะประสบชะตากรรมที่อาภัพอับจนลงทุกวัน เพราะว่าเป็นอาชีพที่จะถูกสั่งให้ซ้ายหันขวาหันได้ตลอดเวลา มีหน้าที่แค่ทำตามคำบัญชาจากเบื้องบนเท่านั้น หมดสิทธิ์ที่จะเรียกร้องบอกกล่าวไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งในเรื่องของนโยบายและงบประมาณไม่ว่าจะเป็นการประกันราคา การจำนำข้าว ก็ถูกยกเลิกทิ้งไปเสียหมดนานๆทีจะมีโครงการและงบประมาณเข้ามาช่วยเหลือในระดับเป็นแสนล้านบาท แต่ก็ต้องมาพังพาบไปด้วยข้อกล่าวหาที่ว่ามีการทุจริตโกงกินทั้งที่น่าจะไปแก้ไขปัญหาว่ามีการทุจริตตรงจุดไหน บริเวณไหน แล้วก็เข้าไปดูแลแก้ปัญหา และให้นโยบายที่ส่งเงินไปถึงชาวนาดำเนินต่อไป อำนาจของรัฐบาลที่มีหัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี เป็นคนๆ เดียวกันไม่น่าจะบริหารจัดการยากเพื่อที่ว่าชาวนาจะได้มีรายได้ให้พอลืมตาอ้าปากได้ ไม่ต้องจำกัดจำเขี่ยไส้กิ่วจากราคาข้าวเพียงหกถึงเจ็ดพันกว่าบาท อย่างนี้อีกกี่ปีกี่ชาติชาวนาจึงจะลืมตาอ้าปากได้

นอกจากนโยบายที่นานๆทีจะมาถึงตัวพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาแล้ว การดูแลแก้ปัญหาน้ำท่วม ฝนแล้ง แมลงระบาด รัฐบาลในหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมาก็มิได้ดูดำดูดี มีแต่แก้ปัญหาแบบปลายเหตุ น้ำท่วมก็ให้หยุดทำนา ฝนแล้งก็ให้หยุดทำนา แมลงระบาดก็ให้หยุดทำนา หยุดพักรักษาพื้นที่รอให้แมลงอดอาหารและอพยพโยกย้ายหนีไปในระหว่างที่หยุดทำตามนโยบายจากภาครัฐ แล้วถ้าจะถามว่าระหว่างที่หยุดนี้ชาวนาเหล่านั้นจะมีรายได้จากไหนมาเสริมเพิ่มเติมจุนเจือสมาชิกในครอบครัว เปรียบเหมือนเราๆ ท่านๆ ที่ทำงานโรงงาน ออฟฟิศ ธนาคาร บริษัท ห้างร้านต่างๆ ยังไม่เคยเห็นว่ามีนโยบายจากรัฐบาลยุคใดให้พนักงานหยุดทำงาน หยุดรับรายได้จากวิกฤติเศรษฐกิจหรือวิกฤตต่างๆ มีแต่เห็นสั่งให้ชาวนาหยุดทำนานี่แหละครับ

ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงปีนี้ชาวนากับทหารมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการแย่งน้ำทำนาโดยมีมาตรการที่เด็ดขาดห้ามชาวนาวิดน้ำเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนจะทำการยึดเครื่องมือ จึงทำให้เกษตรกรชาวนามีปัญหาไม่สามารถที่จะทำนาและขาดรายได้ โดยเฉพาะปีนี้ดูทีท่าว่าจะแล้งยาวนานเพราะผลพวงจากวิกฤติการณ์เอลณีโญเข้ามาผสมปนเปอีกระรอกหนึ่งจึงทำให้ ภาคการเกษตรโดยเฉพาะการปลูกข้าวย่ำแย่ตกต่ำ ส่งผลให้ประชาชนที่มีอาชีพนี้กว่าค่อนประเทศต้องลำบากยากจนข้นแค้นอย่างสาหัสโดยนโยบายห้ามทำนาในครั้งนี้ก็เท่ากับเบิ้ลสองรอบแล้วที่ชาวนาไม่สามารถทำนา ในครั้งแรกยังพอทำเนาที่พื้นที่ภาคกลางส่วนใหญ่ใช้การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจากการวิดน้ำจากบ่อบาดาล แต่ก็วิดจนแห้งเหือดไม่เหลือหรอพอที่จะทำได้ครั้งที่สอง ครั้งนี้เรียกว่าเผาจริงสำหรับชาวนา เพราะปัญหาภัยแล้งมาอีกระรอกหนึ่งจะดูแลแก้ปัญหาให้ตนเองก็คงจะต้องสร้างสระน้ำประจำไร่นาทำสระน้ำแก้มลิง เพื่อประวิงเวลารอให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของการสร้างเขือน สร้างแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ที่เหมาะสม รณรงค์ให้ประชาชนปลูกป่าไม้ยืนต้นแทนพืชไร่ในบริเวณพื้นที่เหนือเขื่อน เพื่อให้มีรากหยั่งลืกลงไปในพื้นดินได้มากขึ้น กักเก็บน้ำได้มากขึ้นจะได้ทยอยปล่อยน้ำจากป่าสมบูรณ์ลงมาสู่เขื่อนทีละน้อยๆ เขื่อนจะได้ไม่ล้น และไม่ต้องปล่อยน้ำทิ้งลงทะเลก่อนเวลาอันควรจะอย่างไรก็รอดูว่ารัฐบาลนี้ของท่าน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสามารถเข้ามาดูแลแก้ไขให้ชาวนาได้ลืมตาอ้าปากแบบยั่งยืนได้หรือไม่

มนตรีบุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศ และแสงแดด



ความเห็น (0)