กินและเพาะเห็ดอย่างง่าย สไตล์พอเพียงหลีกเลี่ยงสารพิษ


ถ้าจะพูดถึงพืชพรรณธัญญาหารในบ้านเรานั้นนับว่ามีความอุดมสมบูรณ์พูลเพิ่มมากกว่าประเทศใดๆในโลก ทั้งข้าวปลาอาหารพืชผักผลไม้มีให้กินกันได้ตลอดทั้งปี ทั้งรูปแบบที่ปลอดภัยไร้สารพิษ และไม่ปลอดสารพิษ ก็จำหน่ายขายกันทั่วไปในทุกหย่อมหญ้า ขายได้ทั้งหมดสุดแท้แต่ผู้บริโภคจะมีรสนิยมชมชอบก็เลือกสรรกันไป

แต่ถึงแม้ว่าจะมีพืชผักสวนครัวมากมายให้คนไทยเลือกบริโภค ก็ยังมีอาหารอีกชนิดหนึ่งที่จะเรียกว่าพืชก็ไม่ใช่ไรราก็ไม่เชิง เพราะมีคุณสมบัติดูคล้ายเป็นพืชผักที่มักรับประทานกันเป็นปรกติไม่เห็นความแตกต่างอยู่ถ้วนทั่วทุกหัวระแหง โดยเฉพาะเทศกาลถือศีลกินเจนั้นแทบจะเรียกได้ว่าอาหารชนิดนี้สามารถออกมาแทนที่ได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว ไม่ว่าเนื้อวัว หมู เป็ด ไก่ กุ้ง ปลา และพืชผักต่างๆ

สิ่งที่ผมกำลังพูดถึงอยู่นี้ก็คือ “เห็ด” นั่นเองครับ เพราะว่าเห็ดทุกชนิดในโลกนี้จัดอยู่ในกลุ่มของ จุลินทรีย์ที่ชื่อว่า “เห็ดรา” แต่ถ้าเราเรียกรวมๆกันไป คนจะรู้จักในชื่อ “ฟันใจ (Fungi)”และถ้าจะแยกแยะให้ชัดเจนว่า “รา” โดยทั่วๆไป หรือ “ราชั้นต่ำ” ที่ไม่สามารถสร้างก้านหรือดอกเห็ด (Fruiting Body) ได้ก็จะเรียกันว่า ไมโครฟันใจ (Micro Fungi) และถ้าเป็น “เห็ด” ที่มีการรวมตัวของเส้นใยจนหนาแน่นเป็นกลุ่มเป็นก้อนจนเกิดเป็น “ดอกเห็ด” ได้ อันนี้เราจะเรียกกันว่า แมคโครฟันใจ (Macro Fungi) และถ้าจะรวบรวมว่า “รา” ทั้งหมดในโลกนี้มีทั้งหมดกี่ชนิด ก็คิดว่าเป็น 1,000,000 ชนิดครับ ที่มนุษย์ได้ทำการศึกษาค้นว่าและเป็นที่รู้จักก็ประมาณ 100,000 ชนิด เป็น ราชั้นต่ำ 70,000ชนิด เป็นเห็ด 30,000 ชนิด ในส่วนของเห็ดนั้นยังแยกแยะได้อีกนะครับว่า เป็นเห็ดเมาเห็ดพิษกินไม่ได้อีกกว่า 300 ชนิด

เห็นไหมครับว่า เจ้าเชื้อราชั้นสูงที่จะจัดให้เป็นพืชก็อยู่ในหมวดของพืชชั้นต่ำเพราะไม่มีคลอโรฟิลด์สังเคราะห์แสง และถ้าจะให้เป็นราก็ถือว่าเป็นราชั้นสูงกว่าเชื้อราสามัญโดยทั่วไป นั้นเริ่มน่าสนใจมากขึ้น เพราะว่าองค์ประกอบของเขานั้นประกอบไปด้วยโปรตีนที่สูงมาก มากเสียจนใช้รับประทานทดแทนเนื้อสัตว์ได้เลยนะครับ จึงเป็นที่นิยมของบรรดาแม่ครัวหัวเจทั้งหลายนำเห็ดนานาชนิดมาประกอบเมนูต่างๆ โดยใช้เห็ดทดแทน และนอกจากนั้นแล้วประโยชน์ของเห็ดในแง่โภชนาการนั้นยังไม่มี “ไขมัน” มารบกวนสาวๆ ให้รำคาญว่าทานแล้วจะต้องอ้วน เพราะการรับประทานเห็ดนั้นจะไม่มีทางอ้วนเลยครับ แถมยังเป็นสมุนไพรในเชิงยาอายุวัฒนะที่ชาวจีนนิยมชมชอบรับประทานกันมานมนานหลายพันปี ไม่ว่าจะเป็นเห็ดหมื่นปี (เห็ดหลินจือ) หรือเห็ดถังเช่า เห็ดหอม ฯลฯ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นยาอายุวัฒนะโดยเฉพาะในอดีตผู้ที่จะรับประทานกันได้นั้นจะต้องเป็น “ฮ่องเต้” เท่านั้นนะครับจึงจะมีสิทธิ์รับประทาน

การเพาะเห็ดนั้นก็ทำได้ไม่ยากนะครับ เพียงไปหาซื้อก้อนเชื้อที่มีเส้นไยสีขาวเดินจากปากถุงลงมาสู่ตลอดก้นถุงจนหนาแน่นมีสีขาวกลบทับขี้เลื่อยจนไม่เห็นสีน้ำตาลแล้ว ก็นำมาแกะหมวกกระดาษที่ครอบ ดึงสำลีที่ยัดอยู่ในปากถุงออก นำไปตั้งวางไว้ในโอ่ง อ่าง กระถาง กล่องทีวีตู้เย็นเก่า หรือห้องน้ำ ก็สามารถที่จะทำได้ แล้วใช้ฟรอกกี้ฉีดพ่นสเปรย์รดน้ำเช้า -เย็น เพียงสามสี่วันท่านก็จะได้เห็ดดอกเห็ดออกมาให้รับประทานหนึ่งก้อนเชื้อเห็ดจะมีดอกออกมาประมาณ 200 -300 กรัม โดยสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกมา ก้อนหนึ่งถ้าเป็นเห็ดนางรมนางฟ้าก็จะอยู่ได้นานถึง 4 – 5 เดือน เห็ดบางชนิดอย่างยานางิ เห็ดขอนก็อยู่ได้เป็นปีสองปีก็มี่นะครับ สนอกสนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อแลกเปลี่ยนกันได้ที่ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ 02 986 1680 – 2 นะครับ

มนตรีบุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษwww.thaigreenagro.com

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สารพันเรื่องเห็ด



ความเห็น (0)