ณ ไทยใหญ่ รัฐฉาน เขาก็เป็นคนไทยเหมือนเรา เขาเรียกเมืองไทยว่า "ไทยน้อย"

เขามีเรื่องเล่า "แม่นาค" เหมือนคนไทย แต่แม่นาคของไทยใหญ่มาเกี่ยวกับ "ส้มป่อย" ได้อย่างไรน่าติดตาม

เริ่มเรื่อง...

ชายหนุ่มกลับจากททาร กลับบ้านมาพบภรรยาท้องแก่ ผู้คนหวาดกลัวทั้งคุ่งน้ำ

เพื่อน ๆ บอกว่า เมียตนเอง ตายแล้ว ชายหนุ่มไม่ยอมเชื่อ ผ่านไปผ่านมาหลายวัน

เพื่อนบอกว่า ถ้าอย่างไรลองทดลองดู ก้มลอดหว่างขาตนเอง เพื่อดูภาพของเมียว่าเป็นผีจริงหรือไม่

ชายหนุ่มทำตาม เห็นเมียเป็นผีจริง ๆ ด้วยความรักและความหวาดกลัว


วันหนึ่ง...การหลบหนีจากเมียตนเอง เหมือนฉากแม่นาคแม่ยาว ๆ ไปหยิบมะนาวที่ใต้ถุนบ้าน

แต่ที่รัฐฉาน ฉากจะเป็นการไปตักน้ำมาใช้ที่บ้าน ที่นั้นใช้กระบอกไม้ไผ่

ชายหนุ่มขอตัวเมียไปฉี่ แต่ไปแกล้งเจาะรูกระบอกไม่ไผ่ ให้รั่ว เสียงน้ำตามรูรั่ว เหมือนเสี่ยงฉี่

เวลาเสี่ยงฉี่นานมาก จนเมียไปดู ไม่เจอผัว จนแน่ใจว่า หลบหนี


ชายหนุ่มวิ่งสุดชีวิต แต่ใยจะชนะผี

จึงไปหลบอยู่ใต้ "ต้นสัมป่อย" ปิดบังตัวเอง ในบ้านช่างตีเหล็ก

เมียมาถามช่างตีเหล็กว่า เจอผัวตนเองหรือไม่

ช่างตีเหล็กบอกว่า "เจอ" บอกว่า ลองเอาหัวไปวางที่ทั่งตีเหล็ก ส่องดูว่า ผัวหลบอยู่จริง ๆ

ทันใตนั้นเอง

ช่างตีเหล็กจึงเอาฆ้อนทุบหัวแม่นาคฉบับไทยใหญ่ จนตายสนิทอีกรอบ

และวิญญาณสุดท้ายที่หลุดออกจากร่าง คือ หิ่งห้อย


ดังนั้น

ไทยใหญ่ทุกบ้าน จึงนิยมปลูกส้มป่อย เพื่อเป็นสมุนไพร และ "กันผี" (บังตาผีได้)

และมีความเชื่ออยู่ว่า...

"หิ่งห้อย" ก็คือ วิญญาณหญิงสาวคนนี้ ที่ติดตามชายผู้เป็นที่รักตราบชั่วนิรันดร์


#####

หมายเหตุ : วันนี้ผมมาประชุมที่กรุงเทพฯ เรื่อง เสริมสร้างจิตวิญญาณงานสาธารณสุข สู่ 100 ปี การสาธารณสุขไทย โดยผู้จัด คือ สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ ผมเข้าห้อง บรรยาย “รื่องเล่ากับการเสริมสร้างจิตวิญญาณการสาธารณสุข โดย คุณวีรศักดิ์ จันทร์ส่งแสง นักเขียนนิตยสาร สารคดี

ท่านได้เล่าอย่างประทับใจมาก ๆ ผมชอบทุกสิ่งที่ท่านเล่า...เรื่องเล่าอาจมาจากเรื่องของเราผ่านประสบการณ์ของเรา หรือเรื่องเล่าจากเรื่องเล่าคนหนึ่ง เรื่องเล่าทำให้เราเข้าใจความคิด ความเชื่อของผู้อื่น ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง ดังนั้น เราไม่มีหน้าที่ไปตัดสินว่า สิ่งที่คนอื่นทำจะถูกหรือผิด

ชอบอีกคือ รางวัลนานมี ปีนี้ มีนักโทษในเรือนจำก่อนจะประหาร ได้รางวัลด้วย ชื่อประมาณ นักวิ่งข้างกำแพง เพราะพ่อนักโทษอายุแปดสิบรอคอยการพ้นโทษกลับมาของลูก จึงวิ่งออกกำลังกาย ตนเองจึงวิ่งข้างกำแพงคุกไปด้วย จากกินยาจิตเวช จนเลิกกินยา เพราะการเขียนเรื่องเล่าเยียวยาตนเอง โดยมี อ.อรสม เป็นผู้จัดทำโครงการสอนเรื่องเล่าในคุกด้วยครับ