อาจารย์! ถอย


ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยของ มช. เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ มีการเสนอเรื่อง การดำเนินการ ยกระดับทักษะด้านภาษาอังกฤษ ของนักศึกษา ที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบน่าชมเชยมาก มีการวัดหรือทดสอบนักศึกษาทั้งหมด เอามาวิเคราะห์จัดกลุ่ม เพื่อดำเนินการสนับสนุนให้นักศึกษาพัฒนาตนเองตามพื้นฐานของตน และตอนนี้ทดสอบนักศึกษาเข้าใหม่ รหัส ๒๕๕๘ ได้ข้อมูลแยกแยะตามส่วนงานหรือคณะ ว่าแตกต่างกันมาก การดำเนินการ แก้ไข นอกจากโครงสร้างใหญ่ที่ดำเนินการโดยส่วนกลางของมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ละคณะต้องดำเนินการเอง ตามลักษณะของ นักศึกษาของตนด้วย

สมกับที่รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา คือ ศ. ดร. วัชระ กสิณฤกษ์ เป็นนักวิจัยชั้นยอดของประเทศ

ผมเสนอต่อที่ประชุมว่า ที่ดำเนินการมาแล้ว และที่เสนอว่าจะดำเนินการอย่างเป็นระบบนั้น น่าชื่นชมมาก แต่มีหลักการอีกอย่างหนึ่ง ที่ขอเสนอให้ลองพิจารณา คือมาตรการให้นักศึกษาช่วยเหลือกันเอง โดยให้ดำเนินการแบบ อาสาสมัคร ที่มีแผน และวิธีดำเนินการอย่างเป็นระบบ

จะได้ประโยชน์ทั้งต่อนักศึกษาผู้รับ และนักศึกษาผู้ให้ ในด้านความเข้มแข็งของภาษาอังกฤษ

แต่ที่จะได้มากยิ่งกว่านั้น คือความรักใคร่กลมเกลียวกันในหมู่นักศึกษา และการฝึกทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ของกลุ่มนักศึกษาอาสาสมัคร

วิธีการส่งเสริมให้เกิดกิจกรรม “เพื่อนช่วยเพื่อนพัฒนาภาษาอังกฤษ” คงจะมีรูปแบบที่เป็นนวัตกรรมได้มากมาย หลากหลายวิธี ที่ผมนึกออกคือ มหาวิทยาลัยประกาศรับสมัคร “ทีมอาสาสมัครช่วยเพื่อนพัฒนาภาษาอังกฤษ” บอกเงื่อนไขของการรวมทีม เช่น จำนวน ๕ - ๑๐ คน มาจาก ๓ คณะวิชาขึ้นไป และมีสมาชิกที่เรียนอยู่ชั้นปีที่ ๑ - ๔ ครบทุกชั้นปี ทุกคนมีผลการทดสอบภาษาอังกฤษของ มช. ไม่ต่ำกว่า mean + 1SD แต่ละทีมเขียน Letter of Intention ไม่เกิน ๒ หน้า A4 ว่าตนต้องการดำเนินการอย่างไร และต้องการการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยอย่างไรบ้าง ทางมหาวิทยาลัยต้อง ประกาศให้ชัดเจนว่า นี่คือกิจกรรมอาสามัคร ไม่ใช่การจ้าง ไม่ใช่โครงการเพื่อขอการสนับสนุน

กลุ่มที่ได้รับการคัดเลือกเบื้องต้น มาเข้า workshop ทำความเข้าใจหลักการการฝึกภาษาอังกฤษด้านต่างๆ และทำความเข้าใจวิธีทำงานอาสาที่กิจกรรมการเรียนของตนเองไม่ถูกบั่นทอน รวมทั้งการเป็นพี่เลี้ยงจากอาจารย์และ เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นแต่ละทีมนักศึกษากลับไปเขียนโครงการฉบับเต็ม เพื่อรับการคัดลือกให้ดำเนินการได้

เราหวังว่า ทีมนักศึกษาจะเรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนาเป็นชมรมที่มีสมาชิกทำงานต่อเนื่องยั่งยืน นักศึกษาที่ทำงานอาสา นี้อย่างรับผิดชอบ ได้ผลดี จะได้รับการจารึกใน transcript

ผมอยากเห็นมหาวิทยาลัย ส่งเสริมให้นักศึกษารวมตัวกันทำงานสาธารณะ ทำงานอาสา เพื่อฝึกฝนตนเอง เตรียมพร้อมออกไปเป็น active citizen โดยการฝึกทำงานจริง ในเรื่องที่มีคุณประโยชน์จริง มีการวัดผลสำเร็จ

อยากเห็นมหาวิทยาลัยเปลี่ยนมุมมองต่อนักศึกษา จากเน้นเป็นผู้เข้ามารับถ่ายทอด มารับบริการ (ผู้รับ) เปลี่ยนเน้นเป็นผู้เข้ามาฝึกเป็นผู้ให้ ผู้สร้างสรรค์ (ผู้ให้) อาศัยการทำกิจกรรมเพื่อฝึกฝนตนเองให้เติบโตงอกงามด้านดีงามภายในตน และเพื่อพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ไปพร้อมๆ กันกับการพัฒนาทักษะเชิงวิชาชีพ


วิจารณ์ พานิช

๒๓ ส.ค. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ชอบใจแนวคิดแบบนี้ครับ

ผมเคยทำ โครงการเพื่อนช่วยเพื่อนในนิสิตเพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษ

ได้ผลดีมากครับ