วิชาภาวะผู้นำ : ว่าด้วยผู้นำและภาวะผู้นำ (ภาคทฤษฎี)

การยึดโยงถึงคุณลักษณะผู้นำ-ภาวะผู้นำในเชิงบทบาทและสถานะที่มักเข้าใจว่าเป็นผู้มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง “คน-งาน-องค์กร” ซึ่งคำว่าอิทธิพลในความหมายของผมก็คือบทบาท หน้าที่ บารมี หรือการต้นแบบที่เป็นเสมือนแรงบันดาลใจให้ผู้คนและองค์กรเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ มีเป้าหมายเดียวกัน และได้รับประโยชน์ร่วมกัน

การบรรยายประเด็น “ภาวะผู้นำนิสิต” ในรายวิชาภาวะผู้นำ จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและบริการวิชาการ (รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล) ซึ่งเป็นการบรรยายเนื้อหาที่สอดรับมากจากประเด็นของอธิการบดี (ศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา ประเทพา) ได้บรรยายไว้เกี่ยวกับเรื่องนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามกับการเป็นพลเมืองสังคมโลก




รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล : รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและบริการวิชาการ





ภาพรวมจุดมุ่งหมายรายวิชาภาวะผู้นำ (0036006) คือการมุ่งเรียนรู้เกี่ยวกับความรู้และทักษะความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีมและการบริหารองค์กร ในส่วนกรณีของภาพรวมอันเป็นเนื้อหาการเรียนรู้ หลักๆ จะประกอบด้วยหมุดหมายการเรียนรู้ที่สำคัญๆ คือ ลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์ ภาวะผู้นำ การทำงานเป็นทีม การเขียนข้อเสนอโครงการ การบริหารโครงการและการประเมินผลโครงการ การจัดกิจกรรมเรียนรู้คู่บริการ

โดยเฉพาะประเด็นหลังสุดที่ว่าด้วยเรื่องการเรียนรู้คู่บริการนั้น ถือว่ามีความโดดเด่นมาก เนื่องเพราะสื่อให้เห็นถึงรูปแบบของการ “เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ” และเป็นการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นชั้นเรียน (เรียนรู้คู่บริการ) ซึ่งหมายถึงมุ่งเน้นการบริการสังคมบนโจทย์ของสังคม หรือชุมชน ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งภายในมหาวิทยาลัยและภายนอกมหาวิทยาลัย

จากภาพรวมโดยสังเขปของจุดมุ่งหมายการเรียนรู้สู่ประเด็นอันเป็นคำอธิบายรายวิชาย่อมชัดแจ้งว่า วิชาภาวะผู้นำได้ซ่อนความนัยไว้อย่างน่าสนใจ กล่าวคือ บ่มเพาะความเป็นผู้นำนิสิต หรือภาวะผู้นำนิสิตผ่านการการเรียนรู้และปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (ทีม-กลุ่ม) และเรียนรู้บนฐานคิด “เรียนรู้คู่บริการ” เสมือนการประทับหมุดหมายแห่งการรับใช้สังคม หรือจิตอาสา-จิตสาธารณะอย่างไม่ต้องกังขา




ทบทวนบทเรียน : นำเข้าสู่บทเรียน

ก่อนการบรรยายโดย รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล (รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและบริการวิชาการ) ทีมกระบวนกรได้พานิสิตทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องว่าด้วยนิสิตกับการเป็นพลเมืองของสังคมโลก ผ่านกระบวนการถามตอบในชั้นเรียน รวมถึง “โยนไมค์” และการเชื้อเชิญ หรือกระตุ้นให้กล้าที่จะออกมาบอกเล่าบทเรียนให้คนในชั้นเรียนได้ร่วมรับรู้และคิดตาม

และถัดจากนั้น จึงให้นิสิตได้ดูคลิปสร้างสรรค์ในชื่อ “ฉันประถม” ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรมในวิถีประชาธิปไตยผ่านระบบและกลไกในชั้นเรียนที่มีตัวละครน่ารักๆ ในแบบฉบับของ “นักเรียน” และ “คุณครู” ที่ยิ่งดูยิ่งซ่อนมุมของการเสียดเย้ยเรื่องบางเรื่องได้อย่างนุ่มเนียน




ภาวะผู้นำ คือ ?

การบรรยายในชั้นเรียนของ รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล (รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและบริการวิชาการ) มุ่งให้นิสิตได้เรียนรู้ หรือรับรู้เกี่ยวกับประเด็นผู้นำและภาวะผู้นำ เช่น การหยิบยกมุมมองแห่งการนิยามความหมายของคำว่า “ภาวะผู้นำ” ที่หลากหลายมาให้นิสิตได้ขบคิด เช่น

  • ภาวะผู้นำ เป็นกระบวนการที่ตัวแทนชักจูงหรือจูงใจ ผู้ตามให้ประพฤติปฏิบัติในแนวทางที่ตนพึงปรารถนา
  • ภาวะผู้นำ คือ การสั่งการและการประสานงานสมาชิกกลุ่มในการทำงาน
  • ภาวะผู้นำ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่บุคคลทำตามเพราะต้องการทำไม่ใช่ถูกบังคับให้ทำ
  • ภาวะผู้นำ คือ กระบวนการในการชักจูงกลุ่มภายในองค์การให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้
  • ภาวะผู้นำ คือ การปฏิบัติที่มุ่งเน้นทรัพยากรเพื่อสร้างโอกาสที่พึงปรารถนา
  • ดูบริน (DuBrin, 2010) กล่าวว่า ภาวะผู้นำ คือ ความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่น และสนับสนุน บุคคลที่ต้องการ เพื่อการบรรลุเป้าหมายขององค์การ
  • รีส (Reece, 2011) กล่าวว่า ภาวะผู้นำ คือ กระบวนการในการสร้างแรงบันดาลใจ จูงใจ และชี้แนะแนวทาง แก่พนักงานให้มีส่วนร่วมต่อเป้าหมายเดียวกัน
  • วิลเลียมส์ (Williams, 2013a) ได้ให้ความหมายของ ภาวะผู้นำ ว่าเป็นกระบวนการโน้มน้าวบุคคลอื่น ให้ทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายของกลุ่มหรือองค์การ
  • ดาฟท์ (Daft, 2005) กล่าวว่า ภาวะผู้นำ หมายถึง อิทธิพลของความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและผู้ตามซึ่งตั้งใจที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์ที่สะท้อนถึงจุดมุ่งหมายที่มีร่วมกันของทุกฝ่าย
  • เชอร์เมอร์ฮอร์น (Schermerhorn, 2008) ได้นิยามคำว่า ภาวะผู้นำ เป็นกระบวนการในการสร้างแรงจูงใจให้บุคคลอื่นทำงานหนักเพื่อบรรลุภารกิจที่สำคัญ


องค์ประกอบของผู้นำ

  • ผู้ตาม คือ บุคคลที่ถูกโน้มน้าวโดยผู้นำ ผู้ตามอาจมีตำแหน่งบริหารภายในองค์การ หรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้บุคคลที่เป็นผู้ตามที่ดี ไม่ใช่บุคคลที่เรียกว่า “Yes Man” หรือประเภทที่มักถูกให้คำจำกัดความว่า “ได้ครับนาย สบายครับผม เหมาะสมครับท่าน” ซึ่งผู้ตามมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการกระตุ้นหรือโน้มน้าวผู้นำให้ทำในสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม
  • การโน้มน้าว เป็นกระบวนการที่ผู้นำใช้สื่อสารความคิด ได้มาซึ่งการยอมรับแนวความคิด และจูงใจผู้ตามให้สนับสนุนและนำเอาแนวคิดนั้นไปปฏิบัติผ่านการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในองค์การ การโน้มน้าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจ
  • เป้าหมายขององค์การ ผู้นำที่มีประสิทธิผลไม่ได้โน้มน้าวหรือจูงใจให้ผู้ตามคิดเพียงแค่ผลประโยชน์ของตนเอง แต่ให้พิจารณาผลประโยชน์ขององค์การ ความเป็นผู้นำจะปรากฏขึ้นเมื่อ ผู้ตามถูกโน้มน้าวให้กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง มีจริยธรรม และเป็นประโยชน์สำหรับองค์การ และตนเอง
  • การเปลี่ยนแปลง การโน้มน้าวและการกำหนดเป้าหมายเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงองค์การ ต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถปรับเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างรวดเร็วได้ ภาวะผู้นำเกี่ยวกับการโน้มน้าวผู้ตามให้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่พึงปรารถนา
  • บุคคล ถึงแม้ว่าคำว่า “บุคคล” จะไม่ได้อยู่ในคำนิยามข้างต้น แต่ถ้าพิจารณาให้ดีแล้วจะเห็นว่า ภาวะผู้นำเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการนำคน ด้วยเหตุนี้บุคคลที่เป็นผู้นำจึงต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้เกี่ยวกับความแตกต่างและพฤติกรรมของคน เพื่อจะทำให้กระบวนการ ในการนำคนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด



เหนือสิ่งอื่นใด

สำหรับผมแล้ว เมื่อทบทวนถึงเนื้อหาอันเป็นชุดความรู้ที่บรรยายในชั้นเรียนนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นความรู้ภาคทฤษฎีที่พยายามสะท้อนให้นิสิตได้เข้าใจกรอบแนวคิดของคำว่าผู้นำ หรือภาวะผู้นำจากสำนักต่างๆ เพื่อผูกโยงไว้เข้าสู่กระบวนการเรียนรู้เรื่องผู้นำและภาวะผู้นำในแบบกลุ่ม (ทีม) ที่จะมีขึ้นในชั่วโมงถัดไป อันเป็นครรลองของการเรียนรู้แบบ บันเทิง เริงปัญญา ที่มีทีมกระบวนกรเป็นผู้ขับเคลื่อนการเรียนรู้

โดยส่วนตัวผมแล้ว ไม่ว่านิยามใดก็เถอะ ผมกลับมองเห็นถึงความเชื่อมโยงสู่หมุดหมายของมหาวิทยาลัยมหาสารคามอย่างชัดแจ้งว่า “ผู้นำนิสิต มมส” ย่อมหลีกไม่พ้นความเป็น “จิตอาสา” (จิตสาธารณะ) เพราะนั่นคือองค์ประกอบสำคัญที่ฉายชัดในปรัชญา-เอกลักษณ์-อัตลักษณ์-ค่านิยม

เช่นเดียวกับการยึดโยงถึงคุณลักษณะผู้นำ-ภาวะผู้นำในเชิงบทบาทและสถานะที่มักเข้าใจว่าเป็นผู้มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง “คน-งาน-องค์กร” ซึ่งคำว่าอิทธิพลในความหมายของผมก็คือบทบาท หน้าที่ บารมี หรือการต้นแบบที่เป็นเสมือนแรงบันดาลใจให้ผู้คนและองค์กรเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ มีเป้าหมายเดียวกัน และได้รับประโยชน์ร่วมกัน

ครับ-รับรู้ และเข้าใจภาคทฤษฎีแล้ว คงเปล่าเปลืองไม่ใช่ย่อย หากไม่นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ แต่ที่แน่ๆ ชั่วโมงถัดไป ชุดความรู้ภาคทฤษฎีเหล่านี้ จะถูกขยายผลไปสู่การเรียนรู้แบบกระบวนการอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อบ่มเพาะความรู้และทักษะก่อนการ “ทำจริง” ต่อไป




หมายเหตุ : ภาพ โดย งานประชาสัมพันธ์และสารสนเทศนิสิต / นิสิต จิตอาสา


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (2)

สำคัญมากๆจริงๆสำหรับบทบาทนี้ ที่ต้องประกอบด้วยคุณธรรมและความรอบรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการสร้างแรงบันดาลใจดีๆแก่ทีมงานและผู้เกี่ยวข้องค่ะ

เขียนเมื่อ 

ครับ พี่ใหญ่นงนาท สนธิสุวรรณ

เป็นวิชาที่เปิดสอนขึ้นใหม่ในภาคเรียนนี้ (2558)
ยังคงต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันทั้งทีมผู้สอน - นิสิต (ผู้เรียน)
ดีหน่อยที่เราออกแบบการเรียนการสอนโดยมีกระบวนการหนุนเสริมเป็นระยะๆ ควบคู่กันไป เพื่อก่อให้เกิด "ทักษะ" การเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด

ขอบพระคุณครับ