วิชาภาวะผู้นำ : นิสิต มมส กับการเป็นพลเมืองของสังคมโลก

การบรรยายของอธิการบดี ไม่ใช่สะท้อนข้อมูลการเรียนรู้เฉพาะแต่ความเป็นสังคมโลกเท่านั้น แต่ก็เน้นย้ำชัดเจนว่า “ต้องไม่ลืมความเป็นไทย” ในมิติต่างๆ พร้อมๆ กับการเชื่อมโยงไปยังเรื่องกรอบมาตรฐานอุดมศึกษาไทย (TQF) ทั้ง ๕ ประการที่นิสิตต้องมีตระหนักทั้งมิติความรู้และทักษะ

ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ เป็นภาคเรียนแรกของการเปิดทำการเรียนการสอนรายวิชา “ภาวะผู้นำนิสิต” ในหมวดศึกษาทั่วไป ซึ่งเป็นรายวิชาการเรียนรู้ที่ต่อยอดมาจากรายวิชา “การพัฒนานิสิต”

ในภาพรวมของการจัดการเรียนการสอน ยังคงยึดมั่นในแนวทางเดิม นั่นคือ “บันเทิงเริงปัญญา” ใช้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (ห้องเรียน) และเรียนรู้อย่างเป็นทีม หรือเรียนรู้ผ่านกิจกรรม (โครงการ/โครงงาน) โดยกลุ่มแรกที่มีสิทธิ์ได้เรียนวิชานี้ก็คือ “นิสิตใหม่” ที่เข้าศึกษาในปีการศึกษา ๒๕๕๘




ใบงาน : คลิป

กระบวนการเรียนการสอน ยังคงใช้ขนบเดียวกันกับวิชาการพัฒนานิสิต เริ่มต้นจากก่อนเข้าชั้นเรียนนิสิตต้องรับ “ใบงาน” จากผู้ช่วยสอน เพื่อใช้เป็นแบบบันทึกผลการเรียนรู้ประจำวันแบบง่ายๆ กระชับๆ เน้นวาทกรรม หรือความคิดรวบยอด นอกจากนี้ใบงานดังกล่าวยังใช้เป็นหนึ่งในระบบและกลไกของการเช็คชื่อการเข้าชั้นเรียนไปในตัว



ถัดจากการแจกใบงาน นิสิตก็จะได้นั่งดูชมคลิป เพื่อสร้างบรรยากาศของการนำเข้าสู่การเรียนรู้ เสมือนการฝึกทักษะการเรียนรู้ผ่านสื่อสร้างสรรค์ในอีกช่องทางหนึ่ง โดยสื่อที่นำมาใช้ในต้นชั่วโมงจะเกี่ยวโยงกับความเป็นมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เช่น การเยี่ยมค่าย การออกค่าย การจัดกิจกรรมวันแม่ (จดหมายจากมหาวิทยาลัยถึงคนไกลที่อยู่ทางบ้าน) ซึ่งสอดรับห้วงเดือนแห่ง “วันแม่”





อธิการบดี : สอนเอง (พบปะทักทาย)

การบรรยายภาคทฤษฎีอย่างเป็นทางการของวันแรก เราออกแบบการเรียนรู้ด้วยการเรียนเชิญอธิการบดี (ศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา ประเทพา) มาบรรยายด้วยตัวของท่านเอง ในหัวข้อ นิสิต MSU มีความเป็นพลเมืองโลก they have a sense of belonging to a world community. โดยมีประเด็นสำคัญๆ เช่น ภาพรวมของการพัฒนานิสิตนักศึกษาไทย ลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ หมุดหมายของมหาวิทยาลัยมหาสารคามในการบ่มเพาะบัณฑิตฯ

ขอยืนยันตรงนี้อย่างหนักแน่นว่า ผมและทีมงานเจตนาอย่างแรงกล้าในการเรียนอธิการบดีมาบรรยายในหัวข้อนี้ ซึ่งหลายปีก่อนในรายวิชาการพัฒนานิสิตก็ใช้กระบวนการเดียวกันมาแล้ว เพราะผมไม่ได้มองแค่เรื่องการบรรยาย หรือการสอนเท่านั้น หากแต่ต้องการให้นิสิตใหม่ได้ใกล้ชิดกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย และสร้างกระบวนการเชื่อมโยงให้ผู้บริหารและนิสิตได้ “พบปะ” กันอย่างเป็นกันเอง เสมอเหมือนการสร้างพื้นที่ของการรับฟังความคิดเห็นของนิสิตไปในตัวเช่นกัน ส่วนจะบรรลุเจตนารมณ์ที่ผมได้ซ่อนซุกไว้มากน้อยแค่ไหน ย่อมขึ้นอยู่กับว่า “ผู้สอน” ที่หมายถึงอธิการบดี หรือ “ผู้เรียน” ที่หมายถึง “นิสิต” จะรังสรรค์ออกมาร่วมกันได้แค่ไหนเท่านั้นเอง –




ศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา ประเทพา : อธิการบดี



โดยส่วนตัวแล้ว ผมชื่นชอบการบรรยายของอธิการบดีเป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่แค่การบรรยายให้นิสิตรู้ในเรื่องราวอันเป็นปรัชญาอุดมศึกษาไทยที่มีมายาวนานผ่านวาทกรรม “เก่ง-ดี-มีสุข” เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงถึงงานวิจัย หรือกระแสหลักของ “สังคมโลก” มาให้นิสิตได้รับรู้โดยสังเขป เพื่อเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้มีแรงจูงใจที่จะศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเอง... เช่น

  • ทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
  • ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข)
  • หลักคิดของการใช้วัฒนธรรมนำเทคโนโลยี
  • ประชาคมอาเซียน
  • ค่านิยม ๑๒ ประการ


  • รวมถึงกรณีศึกษาอื่นๆ ที่ถูกหยิบยกมาให้ขบคิดอย่างน่าสนใจ เช่น เรื่องปัญหาอันเป็นต้นน้ำของคุณภาพเด็กไทยผ่านระบบและกลไกทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาคทฤษฎีมากกว่ามุ่งให้เรียนรู้การปฏิบัติ การเรียนวันละ 9 ชั่วโมง (ขณะที่ชาติอื่นๆ เรียนประมาณ 5 ชั่วโมง) เน้นจดบันทึกคำสอนของครู (ขณะที่ชาติอื่นๆ มุ่งโต้ตอบแลกเปลี่ยนกับครู) ในชั้นเรียนมีนักเรียน 50 คน/ห้อง (ขณะที่ต่างชาติมีนักเรียน 20 คน/ห้อง) ฯลฯ

    ซึ่งกระบวนการที่ว่านั้นคือส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้เรียนขาดความสุข หรือขาดแรงบันดาลใจ หรือกระทั่งขาดทักษะการเรียนรู้ไปโดยปริยายอย่างน่าใจหาย




    TQF : ความรู้และทักษะสากลในแบบไทยๆ

    อย่างไรก็ดีในการบรรยายของอธิการบดี ไม่ใช่สะท้อนข้อมูลการเรียนรู้เฉพาะแต่ความเป็นสังคมโลกเท่านั้น แต่ก็เน้นย้ำชัดเจนว่า “ต้องไม่ลืมความเป็นไทย” ในมิติต่างๆ พร้อมๆ กับการเชื่อมโยงไปยังเรื่องกรอบมาตรฐานอุดมศึกษาไทย (TQF) ทั้ง ๕ ประการที่นิสิตต้องมีตระหนักทั้งมิติความรู้และทักษะ คือ

  • คุณธรรม จริยธรรม
  • ความรู้
  • ทักษะปัญญา
  • ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และความ รับผิดชอบ
  • ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ




  • หมุดหมาย มมส : นิสิต มมส

    นอกจากนี้ยังได้สะท้อนประเด็นอันเป็นหมุดหมายของมหาวิทยาลัยมหาสารคามอย่างครอบคลุม ยกตัวอย่างเช่น ปรัชญามหาวิทยาลัย (ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน) เอกลักษณ์มหาวิทยาลัย (เป็นที่พึ่งของสังคมและชุมชน) อัตลักษณ์นิสิต (เป็นผู้ช่วยเหลือสังคมและชุมชน) โดยเน้นย้ำว่านิสิตสามารถเรียนรู้ความเป็น “อัตลักษณ์ผ่านเอกลักษณ์” ซึ่งฟังดูคมคาย ลึกซึ้งและชวนค่าต่อการวิเคราะห์-เชื่อมโยง หรือถอดรหัสที่แฝงอยู่ในวาทกรรมนั้นๆ อย่างบอกไม่ถูก

    หรือกระทั่งในตอนท้ายของการบรรยาย – ยังได้หยิบยกประเด็นคุณลักษณะของนิสิตในมุมมองส่วนตัวของอธิการบดีไว้ให้นิสิตใหม่ได้คิดเล่นๆ หรือคิดต่อยอดสู่การ “เก่ง-ดี-มีสุข” หรือเพื่อความเป็น global citizenship ของนิสิต เป็นต้นว่า

    • — ครองตนด้วยความรู้ ด้วยความเข้มแข็งของสุขภาพ
    • — ครองคนด้วยสติและปัญญา
    • — ดำรงตนอยู่ในโลกด้วยความเคารพ ความเข้าใจผู้อื่น (ความเชื่อ วัฒนธรรม เผ่าพันธุ์ กฎหมาย)



    ปิดท้าย : ใบงานและคำถามท้ายชั่วโมง

    ก่อนการแยกย้ายกลับสู่ที่พักและตามอัธยาศัย ทีมกระบวนการเข้ามาพบปะนิสิตอีกรอบ ให้นิสิตแต่ละคนสรุปผลการเรียนรู้ประจำวันลงใน “ใบลาน” เน้นการสรุปแบบสั้นๆ เป็นวาทกรรม หรือสรุปผ่านใจความสำคัญๆ ตลอดจนการสร้างคำถามท้ายชั่วโมงขึ้นมาเพื่อให้นิสิตได้กลับไปทบทวนอีกรอบ นั่นคือ “ลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์”




    หมายเหตุ : ภาพ โดย งานประชาสัมพันธ์และสารสนเทศนิสิต / นิสิต จิตอาสา

    บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



    ความเห็น (5)

    เขียนเมื่อ 

    เยี่ยม มากๆ ค่ะ ... นักศึกษา สนใจดีมากๆนะคะ .... คนเป็นอาจารย์ คงภูมิใจมากๆ นะคะ


    ขอบคุณค่ะ

    เขียนเมื่อ 

    ขอบพระคุณครับ พี่ Dr. Ple

    วิชาภาวะผู้นำ... ยังใหม่สดในภาคเรียนรู้ ทั้งผู้เรียนและผู้สอน ยังคงเรียนรู้ร่วมกันไปทีละนิดๆ... แต่หลักๆ ยังเน้นบรรยากาศบันเทิงเริงปัญญา เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง-เน้นชุมชนเป็นชั้นเรียน (ชุมชนวิชาการ-หมู่บ้าน-ฯลฯ) และเรียนรู้ผ่านการลงมือทำอย่างเป็นทีม



    เขียนเมื่อ 

    ขอชื่นชมค่ะ

    เขียนเมื่อ 

    ขอบพระคุณมากๆ ครับ อ. tuknarak

    ตอนนี้ก็กำลังนั่งเขียนเรื่องถัดมา ที่ว่าด้วยผู้นำ-ภาวะผู้นำ ครับ จากอธิการบดีมาสอนก็มาถึงวาระรองอธิการบดี มาสอน แล้วครับ 55

    มาร่วมชื่นชมค่ะ...