การเสียสละ

Phoenix
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

การเสียสละ

ในสังคมมี "คุณค่า" หลายประการอันเป็นพื้นฐานความมั่นคงของสังคมนั้นๆ เนื่องจากความเป็นสังคมอันมีเนื้อนาคือการมาอยู่ร่วมกันของคนหลายๆคน การมีสติรับรู้บริบทที่ว่านี้คือศักยภาพในการรู้สึกของผู้อื่น นอกเหนือจากของตนเอง (empathy skill/competency) เป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่สุด ปราศจากซึ่งการรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่นแล้ว คุณค่าอื่นๆอีกหลายประการ ได้แก่ ความเมตตา ความสงสาร หรือแม้กระทั่งความรักก็จะขาดตกบกพร่องไป หรือแม้กระทั่งไม่สามารถจะเกิดขึ้นมาได้เลย (เราไม่สามารถที่จะ "สงสาร" ใครได้ ถ้าเราปราศจากการรับรู้ถึงทุกข์ที่คนๆนั้นกำลังเผชิญ)

และเพราะมนุษย์ "สามารถ" รับรู้ความรู้สึกของผู้อื่นได้เป็นอย่างดี กอปรกับมนุษย์มีสมองที่พัฒนาอยู่เหนือระดับ "อยู่เพื่อการอยู่รอด อยู่เพื่อการอยู่ร่วม" มาเป็น "อยู่อย่างมีความหมาย" ดังนั้นมนุษย์ที่มีสมองและจิตใจอันประเสริฐจึงให้ความหมายกับพันธกิจบาง อย่างให้มีความสำคัญมากๆในการใช้ชีวิต ยกระดับสุขภาวะพ้นความต้องการทางสรีระ ทางสังคม ไปสู่สุขภาวะทางจิตวิญญาณ หนึ่งในพันธกิจแบบนั้นได้แก่การอยู่เพื่อความสุข หรือบรรเทาทุกข์ของผู้อื่น ซึ่งมีพบได้ในทุกชาติ ทุกศาสนา เป็นคุณค่า (value or virtue) ที่ลึกซึ้งและละเอียดอ่อนในคำสอนทุกศาสนา

เมื่อจิตใจครุ่นคิดคำนึงถึงความสุขของผู้อื่น และความทุกข์ของผู้อื่น ก็จะสามารถ "ก้าวพ้น" (transcendence) จากตัวตนเอง บังเกิดสภาวะ selflessness อันเป็นสุขภาวะภายใน ซึ่งคนภายนอกก็จะเห็นเป็นสภาวะ "การเสียสละ" คือคนๆนี้ทุ่มเทเวลาและแรงกายแรงใจไม่ใช่เพื่อตนเอง แต่เป็นเพื่อผู้อื่น เพื่อผู้ด้อยโอกาส เพื่อผู้กำลังตกอยู่ในความทุกข์ แม้ว่าตนเองจะเกิดความยากลำบากเพียงไร แต่แรงผลักดันทางจิตวิญญาณที่มุ่งสมาธิอยู่ที่ความทุกข์/สุขของผู้อื่นนั้น ทำให้สามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดทั้งทางกาย ใจ และจิตวิญญาณได้

การเสียสละจึงเป็น "ภาพที่คนอื่นมองเห็น" แต่สภาวะภายในของผู้เสียสละนั้นคือ "selflessness" การก้าวพ้นตนเอง

เมื่อไรก็ตามที ที่เรากระทำกิจกรรม เพียงเพื่อแสดงว่าเราเป็นคนเสียสละ ก็จะสูญเสียความหมายของ selflessness เพราะเรากำลังเอา self ของเราเป็นผู้รับเครดิต คล้ายๆกับการทำบุญเพราะอยากได้สิ่งตอบแทน ทั้งๆที่การทำบุญ ก็เพื่อให้ "จิตใจผ่องใสเบาสบาย" อันเป็นสภาวะจิตที่เสมือนดินอันอุดม พร้อมที่จะเกิดกุศล หรือปัญญาตามมา ไม่ใช้ทำบุญ เพราะใครๆเรียกว่าทำบุญ เราเลยอยากทำกิริยานั้นๆเพื่อจะได้ชื่อว่าเป็นคนทำบุญ

เช่นกัน การเสียสละ ก็ไม่ใช่การทำกิจกรรมนั้นๆโดยเน้นว่าเรายากนะ ลำบากนะ ที่ลงมาทำนี่เป็นการเสียสละนะ แต่ควรจะเป็นการทำที่ผลักดันโดยจิตที่เป็น selflessness หรือก้าวพ้นตนเอง มุ่งมั่นที่ความสุขและทุกข์ของผู้อื่น เมื่อนั้นเราถึงจะเข้าสู่สภาวะปล่อยวางแม้กระทั่งตนเองได้จริงๆ

น.พ.สกล สิงหะ
หน่วยชีวันตาภิบาล ร.พ.สงขลานครินทร์
วันอังคารที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๘ เวลา ๙ นาฬิกา ๓๕ นาที
วันขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๙ ปีมะแม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คันฉ่องนกไฟ



ความเห็น (0)