๖๙๙. หลักการและแนวคิดเกี่ยวกับการกำหนดตำแหน่ง ตอนที่ ๒

หลักการและแนวคิดเกี่ยวกับการกำหนดตำแหน่ง ตอนที่ ๒

Broadbanding : คือ การรวบภาระงานของระดับซีสมัยก่อนจาก ซี ๑ - ๑๑ ให้แบ่งออกเป็น ๔ ช่วง

ในมหาวิทยาลัยจะแบ่งเป็นประเภทวิชาการ ประเภททั่วไป ประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ

และประเภทผู้บริหาร

Broadbanding :

- โครงสร้างตำแหน่งและค่าตอบแทนจะมีช่วงกว้างขึ้น

- ยกเลิกหรือลดจำนวนระดับตำแหน่ง (Grade level)

- โครงสร้างบัญชีเงินเดือนมีช่วง (Range) สูงขึ้น

- มีความยืดหยุ่นในการบริหารผลการปฏิบัติงาน

แนวคิดและหลักการพื้นฐาน Broadbanding : ยึดหลัก ๔ หลัก ได้แก่

๑. หลักของความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน

๒. หลักการจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรม

๓. หลักการจ่ายตามผลการปฏิบัติงาน

๔. หลักความคล่องตัวในการบริหารทรัพยากรบุคคล

ลักษณะของโครงสร้างตำแหน่งและอัตราเงินเดือน :

๑. เน้นค่างานมากกว่าคุณลักษณะบุคคล

๒. ระดับตำแหน่งหลายระดับ

๓. ช่วงเหลื่อมของขั้นเงินเดือนมาก

๔. กำหนดเป็นขั้นเงินเดือน

๕. อิงหลัก Learning Curve ในการออกแบบขั้นเงินเดือน

สำหรับ Broadband :

๑. เน้นคุณลักษณะบุคคลควบคู่กับค่างาน

๒. ระดับตำแหน่งน้อยลงมาก

๓. กำหนดเป็นช่วงเงินเดือน

๔. ช่วงเหลื่อมของขั้นเงินเดือนน้อย หรือไม่มีช่วงเหลื่อม

โดยยึดประโยชน์ของมหาวิทยาลัยเป็นหลัก

โครงสร้างตำแหน่งที่ปรับปรุงใหม่ของมหาวิทยาลัย :

๑. ประเภทวิชาการ ได้แก่ อาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์และศาสตราจารย์

๒. ประเภททั่วไป ได้แก่ ระดับชำนาญงาน และระดับชำนาญงานพิเศษ

๓. ประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ ได้แก่ ระดับชำนาญการ ระดับชำนาญการพิเศษ

ระดับเชี่ยวชาญและระดับเชี่ยวชาญพิเศษ

๔. ประเภทผู้บริหาร ได้แก่ ผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่า และผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี

ซึ่งถ้าเทียบกับข้าราชการพลเรือนสามัญ ผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่าจะเทียบเท่ากับประเภท

อำนวยการระดับต้น ส่วนผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดีจะเทียบเท่าประเภทอำนวยการระดับสูง

การจำแนกระดับตำแหน่ง :

หากเทียบตามประเภททั่วไป ประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ ผู้บริหาร จะเรียงลำดับ

ของ Job Classification ไปทาง Organization Classification แล้ว ประเภททั่วไป จะเริ่มต้นวัด

ทางด้าน Job มากกว่า Organization สำหรับผู้บริหารจะเริ่มต้นที่มี Organization มากกว่า Job

เครื่องมือบริหารระบบจำแนกตำแหน่ง :

เมื่อมีการจำแนกตำแหน่งตามประเภท สายงานและระดับแล้ว จะกำหนดชื่อตำแหน่ง หน้าที่

ความรับผิดชอบ คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ไว้เป็นมาตรฐาน เพื่อเป็นเกณฑ์

หรือเครื่องมือในการบริหารงานบุคคลในเรื่องต่าง ๆ ต่อไป เช่น

ตำแหน่ง...จะมีองค์ประกอบของมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ดังนี้

๑. สายงานใด

๒. ชื่อตำแหน่งใด

๓. หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่

๓.๑ ...

๓.๒ ...

๔. คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

๕. ความรู้ความสามารถที่ต้องการ

หลักเกณฑ์และการกำหนดระดับตำแหน่งต้องสอดคล้องกับกรอบของตำแหน่งและแผนพัฒนากำลังคนที่

สภามหาวิทยาลัยกำหนด...

ตามข้อ ๒ แห่งประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง มาตรฐานการกำหนดระดับตำแหน่งและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน

ในสถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น พ.ศ.๒๕๕๓ ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓

ได้กำหนดไว้ว่า...การกำหนดระดับตำแหน่งใดให้สูงขึ้น ตำแหน่งนั้นจะต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบ

คุณภาพและความยุ่งยากของงานในตำแหน่งเพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ ถึงขนาดที่จะต้อง

กำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้น โดยต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้

๑. ต้องเป็นตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานการจำแนกตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา

๒. ไม่มีผลให้มีการเพิ่มงบประมาณหมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ

๓. ไม่มีผลทำให้อัตรากำลังเพิ่มขึ้น

๔. ต้องคำนึงถึงความมีประสิทธิภาพ ความไม่ซ้ำซ้อน และความประหยัด

...

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ แสงเงิน

๑๙ กันยายน ๒๕๕๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าของ "บุษยมาศ"



ความเห็น (0)