Broadbanding : คือ การรวบภาระงานของระดับซีสมัยก่อนจาก ซี ๑ - ๑๑ ให้แบ่งออกเป็น ๔ ช่วง
ในมหาวิทยาลัยจะแบ่งเป็นประเภทวิชาการ ประเภททั่วไป ประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ
และประเภทผู้บริหาร
Broadbanding :
- โครงสร้างตำแหน่งและค่าตอบแทนจะมีช่วงกว้างขึ้น
- ยกเลิกหรือลดจำนวนระดับตำแหน่ง (Grade level)
- โครงสร้างบัญชีเงินเดือนมีช่วง (Range) สูงขึ้น
- มีความยืดหยุ่นในการบริหารผลการปฏิบัติงาน
แนวคิดและหลักการพื้นฐาน Broadbanding : ยึดหลัก ๔ หลัก ได้แก่
๑. หลักของความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน
๒. หลักการจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
๓. หลักการจ่ายตามผลการปฏิบัติงาน
๔. หลักความคล่องตัวในการบริหารทรัพยากรบุคคล
ลักษณะของโครงสร้างตำแหน่งและอัตราเงินเดือน :
๑. เน้นค่างานมากกว่าคุณลักษณะบุคคล
๒. ระดับตำแหน่งหลายระดับ
๓. ช่วงเหลื่อมของขั้นเงินเดือนมาก
๔. กำหนดเป็นขั้นเงินเดือน
๕. อิงหลัก Learning Curve ในการออกแบบขั้นเงินเดือน
สำหรับ Broadband :
๑. เน้นคุณลักษณะบุคคลควบคู่กับค่างาน
๒. ระดับตำแหน่งน้อยลงมาก
๓. กำหนดเป็นช่วงเงินเดือน
๔. ช่วงเหลื่อมของขั้นเงินเดือนน้อย หรือไม่มีช่วงเหลื่อม
โดยยึดประโยชน์ของมหาวิทยาลัยเป็นหลัก
โครงสร้างตำแหน่งที่ปรับปรุงใหม่ของมหาวิทยาลัย :
๑. ประเภทวิชาการ ได้แก่ อาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์และศาสตราจารย์
๒. ประเภททั่วไป ได้แก่ ระดับชำนาญงาน และระดับชำนาญงานพิเศษ
๓. ประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ ได้แก่ ระดับชำนาญการ ระดับชำนาญการพิเศษ
ระดับเชี่ยวชาญและระดับเชี่ยวชาญพิเศษ
๔. ประเภทผู้บริหาร ได้แก่ ผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่า และผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี
ซึ่งถ้าเทียบกับข้าราชการพลเรือนสามัญ ผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่าจะเทียบเท่ากับประเภท
อำนวยการระดับต้น ส่วนผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดีจะเทียบเท่าประเภทอำนวยการระดับสูง
การจำแนกระดับตำแหน่ง :
หากเทียบตามประเภททั่วไป ประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ ผู้บริหาร จะเรียงลำดับ
ของ Job Classification ไปทาง Organization Classification แล้ว ประเภททั่วไป จะเริ่มต้นวัด
ทางด้าน Job มากกว่า Organization สำหรับผู้บริหารจะเริ่มต้นที่มี Organization มากกว่า Job
เครื่องมือบริหารระบบจำแนกตำแหน่ง :
เมื่อมีการจำแนกตำแหน่งตามประเภท สายงานและระดับแล้ว จะกำหนดชื่อตำแหน่ง หน้าที่
ความรับผิดชอบ คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ไว้เป็นมาตรฐาน เพื่อเป็นเกณฑ์
หรือเครื่องมือในการบริหารงานบุคคลในเรื่องต่าง ๆ ต่อไป เช่น
ตำแหน่ง...จะมีองค์ประกอบของมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ดังนี้
๑. สายงานใด
๒. ชื่อตำแหน่งใด
๓. หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่
๓.๑ ...
๓.๒ ...
๔. คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
๕. ความรู้ความสามารถที่ต้องการ
หลักเกณฑ์และการกำหนดระดับตำแหน่งต้องสอดคล้องกับกรอบของตำแหน่งและแผนพัฒนากำลังคนที่
สภามหาวิทยาลัยกำหนด...
ตามข้อ ๒ แห่งประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง มาตรฐานการกำหนดระดับตำแหน่งและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน
ในสถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น พ.ศ.๒๕๕๓ ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓
ได้กำหนดไว้ว่า...การกำหนดระดับตำแหน่งใดให้สูงขึ้น ตำแหน่งนั้นจะต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบ
คุณภาพและความยุ่งยากของงานในตำแหน่งเพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ ถึงขนาดที่จะต้อง
กำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้น โดยต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้
๑. ต้องเป็นตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานการจำแนกตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
๒. ไม่มีผลให้มีการเพิ่มงบประมาณหมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ
๓. ไม่มีผลทำให้อัตรากำลังเพิ่มขึ้น
๔. ต้องคำนึงถึงความมีประสิทธิภาพ ความไม่ซ้ำซ้อน และความประหยัด
...
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ
บุษยมาศ แสงเงิน
๑๙ กันยายน ๒๕๕๘