แก้ปัญหา..ภาษาไทย..กับครูนิรุต

หนังสือเรียน..ต้องบริหารจัดการเวลา..ให้มาอ่านรายบุคคล อ่านผิดไม่ว่า คอยบอกซ้ำย้ำเตือน ครูคอยให้แรงเสริม และให้เพื่อนช่วยเพื่อน ให้พี่ช่วยน้อง เขาจะยอมรับกันเอง..

วันนี้มีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูนิรุต..ครูที่ย้ายกลับภูมิลำเนา ไปสอนในโรงเรียนใหญ่ใกล้บ้าน และครูนิรุต..ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกโกทูโนว์ ก็ยังเป็นกัลยาณมิตรเหมือนเดิม โทรคุยสื่อสารกันอยู่ตลอด..ส่งข่าวความเคลื่อนไหว ให้ได้ทราบว่า เป็นครูประจำชั้น ป.๔ และสอนภาษาไทย ป.๔ - ๖

โรงเรียนใหญ่ ครูเยอะ..ผมคิดว่าปัญหาน่าจะน้อย การเรียนการสอนน่าจะคล่องตัว คุณภาพผลสัมฤทธิ์ก็น่าจะดี หรือทำให้ดี..ได้ไม่ยาก..ครูนิรุตกลับบอกว่า..ไม่ใช่เลย..ที่ประสบปัญหาอยู่ก็คือ นักเรียนกลุ่มใหญ่ อ่านไม่คล่อง และอีกบางส่วน..ไม่สนใจเรียนภาษาไทย..อยากให้ ผอ.ช่วยแนะนำวิธีการแก้ปัญหา...

ผมก็บอกไปว่ายินดี แต่ก็ต้องขอเอ่ยอ้าง..สองเรื่อง..ในเรื่องแรก..ครูนิรุตเคยสอนภาษาไทยให้นักเรียน ป.๕ - ๖ ที่บ้านหนองผือ และได้ผลดีมาแล้ว..จะใช้วิธีการเหล่านั้น..ได้อีกหรือไม่...ลองคิดดู

สอง..ผอ.วิเคราะห์ว่า โรงเรียนที่ครูนิรุตสอนอยู่ทุกวันนี้..ชั้น ป.๑ - ๓ ครูผู้สอนน่าจะปล่อยปละละเลย ไม่เน้นการสอนภาษาไทยแบบแจกลูก สะกดตัวผสมคำ ตามแบบฉบับขั้นพื้นฐาน ของการสอนเด็กวัยแรกเรียน เมื่อนักเรียนไม่เข้มแข็ง และถูกส่งต่อเลื่อนชั้นไปเรื่อยๆ..ที่สุดแล้ว..พอถึง ป.๕ - ๖ นักเรียนจึงไม่รักการอ่าน ไม่รักการเรียนรู้..กลายเป็นไม้แก่ดัดยาก ปัญหาจึงตกอยู่ที่ครูย้ายมาใหม่..อย่างครูนิรุต

ข้อแรก..ครูนิรุตบอกว่า จะสอนแบบเดิม ที่เคยสอนที่โรงเรียนบ้านหนองผือ คงไม่ได้ เพราะพื้นฐานต่างกัน ที่หนองผือเด็กน้อย ปัญหาน้อย เด็กอยากอ่านอยากเขียน มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์สูงกว่า...

ข้อที่สอง..ปัญหาใหม่ที่ครูนิรุตพบ..นักเรียนขาดความกระตือรือร้น และ..นิ่ง..ไม่พอ

ดังนั้น..สิ่งที่ครูนิรุต ต้องทำ เพื่อแก้ปัญหาการเรียนการสอนภาษาไทย ก็คือ..การสอนจากเรื่องง่ายๆ..และสอนแบบเรียนปนเล่น..เน้นนันทนาการ..

โดยไม่ยึดตำรา แต่ก็ต้องมีบัญชีคำพื้นฐานติดมือไว้บ้าง เพื่อรองรับการนิเทศติดตาม.. อย่างไรก็ตาม คงไม่ต้องกังวลถึงการตรวจเยี่ยมและประเมินผลของต้นสังกัด แต่ต้องหันมาศึกษาปัญหาที่แท้จริง สร้างข้อตกลงร่วมกันระหว่างครูและนักเรียน..ว่าเราจะตั้งใจเรียนรู้ สนุกไปด้วยกัน อย่างมีเป้าหมาย

หนังสือเรียน..ต้องบริหารจัดการเวลา..ให้มาอ่านรายบุคคล อ่านผิดไม่ว่า คอยบอกซ้ำย้ำเตือน ครูคอยให้แรงเสริม และให้เพื่อนช่วยเพื่อน ให้พี่ช่วยน้อง เขาจะยอมรับกันเอง..

ครูนิรุต..มีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลง..คงถึงเวลาแล้ว ที่ต้องนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เริ่มจาก..เพลงที่ว่าด้วย..หลักภาษา และ..การใช้ภาษาไทย..แบบง่ายๆ เพื่อนำเข้าสู่บทเรียนและสรุปท้ายชั่วโมง ช่วงแรก..นักเรียนจะจดจำเพื่อความบันเทิง ต่อไป..เขาจะนำมาใช้เพื่อการอ่านและการเขียน..

เนื้อเพลงลูกทุ่ง..ที่ครูนิรุตชื่นชอบ..นำมาให้นักเรียนอ่านและวิเคราะห์ ค้นหาคำ ถามตอบเรื่องราวจากบทเพลง..สุดท้าย..ครูขับร้องให้นักเรียนฟัง..เป็นการเริ่มต้นงานสร้างศิลปินน้อยในห้องเรียน..จากครูที่เขาชื่นชอบ..และเป็นต้นแบบให้เขาต่อไป

การที่นักเรียนไม่นิ่ง และไม่รักการเรียนรู้ อาจเป็นเพราะนักเรียนขาดแรงจูงใจ หรือไม่ได้ประทับใจอะไรเลยเมื่ออยู่โรงเรียน..เป็นไปได้หรือไม่..ให้เขาภูมิใจอะไรสักอย่าง เล่นดนตรี เล่นกีฬา ร้องเพลงประจำโรงเรียนหรือเป็นเจ้าของแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน..เปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงออก อย่างภาคภูมิใจก่อน

ท้ายที่สุดแล้ว...นำนักเรียนออกนอกห้องเรียน เพื่อเรียนรู้แบบบูรณาการ เช่น..ไปทำปุ๋ยหมัก..ก็เขียนเรื่องปุ๋ยหมัก..ไปปลูกผัก..ก็เขียนเรื่องปลูกผัก หรือ..ไปสวนสมุนไพร..ก็เขียนเรื่องเกี่ยวกับสมุนไพร..

นักเรียนเขียนคำผิด..แล้วแก้ไข..เมื่อเขียนใหม่ แล้วให้อ่านผลงานให้ครูฟัง..นักเรียนจะค้นพบว่า ภาษาไทยไม่ยากอย่างที่เขาคิด..ทำเช่นนี้อย่างสม่ำเสมอ..เชื่อว่า..ปลายปีการศึกษา จะพบพัฒนาการ.. นักเรียนอยากอ่านมากขึ้น อย่างน้อยก็กล้าที่จะเรียนรู้และสู้ในสิ่งที่เขาคิดว่ายาก..

ข้อสำคัญ..ระหว่างทาง.พบปัญหาและอุปสรรค..ครูนิรุต..อย่าท้อ..ก็แล้วกัน..นะครับ

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๗ กันยายน ๒๕๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

ดีจังค่ะ สมาชิกโกทูโนว์เป็นกัลยาณมิตร...ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน นะคะ

เขียนเมื่อ 

น่าสนใจมาก

ผมสอนปลูกผักแล้วเขียนเรื่องเกี่ยวกับการปลูกผักครับผอ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ ผอ.