แนวทาง อนุ กรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชาสังคมต่อต้านทุจริต (ป.ป.ท.)

สรุปวิชาการ :การประชุมอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชาสังคมต่อต้านทุจริต (ป.ป.ท.)

วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๘ณ สำนักงาน ป.ป.ท.

ผู้เข้าร่วมประชุม- คณะอนุกรรมการฯ ทีมวิจัยมหิดล และ แกนนำชุมชน ๑๒ คน

สรุปปัญหาทุจริตในกรุงเทพ

ผู้นำชุมชน กทม.รายงานว่า “การทุจริตมีทุกหัวระแหง ชาวบ้านไม่รู้อำอย่างไร ไม่กล้าเสียง” ประชาชนไม่ไว้ใจราชการ ชาวบ้านบางกลุ่มร่วมทุจริตกับ ข้าราชการ/สก./สข.โดยไม่รู้ตัว ผู้นำบางคนก็มีผลประโยชน์ร่วมจำทำเป็นไม่รู้เรื่อง

งบประมาณที่ กทม.ให้มาเป็นค่าบริหารชุมชนรายเดือน ๕,๐๐๐ – ๑๐,๐๐๐ มีระเบียบหยุมหยิมเบิกยาก ชาวบ้านก็เลยเขียนใบเสร็จที่ไม่ตรงความจริงตามที่นักพัฒนาชุมชนแนะนำ ทำให้ชาวบ้านร่วมทุจริตตามน้ำเป็นความเคยชินร่วมขบวนทุจริตโดยไม่รู้ตัว

หลักการทำงานของ ป.ป.ท.

ป.ป.ท.ทำงานสองขา ด้านหนึ่งสร้างอำนาจให้หน่วยงานรัฐ (Power)ในการปราบปรามทุจริต อีกด้านหนี่งส่งเสริมให้ประชาชนมีความเข้มแข็ง(Empowerment) จะไม่ตั้งประชาชนมาขึ้นต่อหน่วยงาน ป.ป.ท. แต่ให้การสนับสนุนที่เหมาะสมเพื่อให้ประชาชนสร้างองค์กรขึ้นได้เองอย่างเป็นอิสระ

แนวทางขับเคลื่อน

ยกระดับ “การมีส่วนร่วม” ขึ้น “เป็นเจ้าของ” ทำให้ได้ภายในสองปีตามอายุรัฐบาล คสช. ประชาชนต้องแสดงศักยภาพด้วยตัวเองไม่เป็นองค์กรใต้กำกับของหน่วยราชการ

ทุกฝ่ายต้องร่วมกันต่อต้านทุจริต เริ่มที่ผู้นำชุมชนก่อน ทำเป็นตัวอย่างจัดการงบกิจกรรมที่ได้มาอย่างโปร่งใสสร้างความศรัทธาให้ชาวบ้านและหน่วยงาน

กลไก

ชุมชนมีหลายเครือข่ายกิจกรรม ซึ่งมีพลังอยู่แล้ว (เช่น กรรมการชุมชน เครือข่ายบ้านมั่นคง เครือข่ายผู้บริโภค สภาองค์กรชุมชน ฯลฯ ) ใช้กลไกนี้เป็นชองทางขับเคลื่อนแก้ทุจริต โดยเอาเนื้อหาการแก้ทุจริตเข้าไปอยู่ในทุกกิจกรรมและเครือข่าย ให้เครือข่ายเป็นเจ้าของการแก้ปัญหาทุจริต

เชื่อมกลุ่มในชุมชนไปสู่กลุ่มอื่น ๆ ในพื้นที่แต่ละเขต เรียกว่า “ประชาสังคม” คือกลุ่มหลากหลายที่มาร่วมกันทำกิจกรรมดี ๆ ในพื้นที่ด้วยพลังของประชาชนเองเป็นหลัก

ในมิติทางการเมือง ใช้ “สภาพลเมือง” เป็นองค์กรนำแสดงบทบาท “การเมืองภาคประชาชน” เรียกร้องสิทธิการมีส่วนร่วมและใช้ “อธิปไตยประชาชน” ตามกรอบรัฐธรรมนูญ สภาพลเมืองมีสองระดับ คือ สภาพลเมืองกรุงเทพมหานคร และ สภาพลเมืองในระดับเขต /แขวง หรือ ย่านชุมชน

เพื่อให้ขบวนการต่อต้านทุจริตมีพลังและเป็นเอกภาพ ขับเคลื่อนภาพรวมทั้งกรุงเทพอาจจำเป็นต้องมีองค์กรนำในรูป “เครือข่ายแก้ทุจริตกรุงเทพ” รวมพลังคนทุกกลุ่มในกรุงเทพ ขื่ออะไรค่อยคิดอีกที

โอกาส

รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการแก้ทุจริต กทม.กำลังอยู่ในระยะปฎิรูปองค์กร เป็นโอกาสประชาชนเรียกร้องความถูกต้อง คณะกรรมการชุมชนมีข้อจำกัดเคยชินอยู่ใต้ระบบราชการ เสนอให้ใช้ “ประชาสังคม” ซึ่งรวมกลุ่มต่าง ๆ นอกอาณัฐ กทม.มารวมด้วย

เนื้อหาแผนปฎิบัติการพลเมืองต้านทุจริตกรุงเทพ

  • ใช้ชุมชนเป็นพื้นที่ปฎิบัติการแก้ทุจริต ทำในทุกกิจกรรมตามความพร้อมชาวบ้านใช้เครือข่ายเดิมที่มีอยู่ และขยายผลเป็น ประชาสังคมต่อต้านทุจริต เน้นกิจกรรมในทางบวก(สร้างธรรมาภิบาล)
  • เมื่อมีประเด็นทุจริตชัดเจน ป.ป.ท.จะเข้าร่วมสอบสวนและใช้มาตรการทางกฎหมาย
  • จัดตั้ง “ศูนย์ต่อต้านทุจริต”ในพื้นที่ สร้างอาสาสมัครต่อต้านทุจริต ๖,๐๐๐ คน ในพื้นที่กรุเทพมหานครภายในปี ๒๕๕๘
  • จัดตั้งเครือข่ายต่อต้านทุจริตกรุงเทพ เป็นเครือขายเปิดการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง เป็นองค์ของภาคประชาชนที่มีความต่อเนื่อง

กิจกรรมสนับสนุน

  • การฝึกอบรมอาสาสมัคร
  • การจัดทำคู่มือการต่อต้านทุจริตในชุมชน และ คู่มือการติดต่อกับหน่วยงานรัฐ

องค์กรภาคี :

สำนักงาน ป.ป.ช. ป.ป.ท. สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) มูลนิธิพัฒนาผู้นำเยาวชน และอื่น ๆ

ภารกิจต่อไป - จัดทำโรดแม็ปการต้านทุจริตกรุงเทพ เป้าหมาย ๒ ปี คู่ขนานกับรัฐบาล คสช.

สมพงษ์ พัดปุย บันทึก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ปฎิรูปประเทศไทย



ความเห็น (0)