พหุแนวคิดกับการดำรงชีวิต


...............ในโลกมีนี้มีแนวคิดที่มีความหลากหลายอย่างยิ่ง ทั้งในเรื่อง ศาสนา ความเชื่อ ลัทธิ ปรัชญา คติ ตรรกะ ต่างๆนานา ซึ่งภายใต้เเนวคิดเหล่านั้น ผู้คนในเเต่ละยุคเเต่ละสมัยบางครั้งเชื่อเหมือนอดีต บางครั้งเมื่อเห็นด้วยจริงด้วยตนเองก็ไม่เชื่อ เเล้วจึงเลือกเดินตามเเนวคิด หรือ คติ หรือ ปรัชญาของตนเอง เเนวคิดหลายๆอย่างจากอดีต-ปัจจุบันถูกหล่อหลอมมาด้วย ความเชื่อ ปัญญา เเละความจริงที่เราเกิดผัสสะ
...............ในตัวเราเองก็มีหลายเเนวคิด หลายความเชื่อด้วยกัน หากดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยเเนวคิดที่สุดโต่่งไปในทางใดทางหนึ่ง เราจะเห็นเพียงห้องเเคบๆ เช่น ครั้งหนึ่งมีนาย A (อยู่ในห้องมืดสนิทในบ้านของตนเอง) กับ นาย B(อยู่นอกบ้าน) ถกเถียงกันว่าพระอาทิตย์ขึ้นตอน 6.00 นาย A ไม่เชื่อเพราะตนอยู่ในห้องมืดเเละเเคบๆ ขณะที่นาย B บอกนาย A เท่าไหร่ก็ไม่รับฟัง นั่นเป็นตัวอย่างว่าเราไม่อาจอยู่ได้โดยลำพังเเนวคิดเเบบเดียว หรือ การมีอัตตาสูงเกินไป เเต่เราควรมีหลายๆเเนวคิด หลายเหตุผล เพื่อสร้างความสมดุลของการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
...............ศาสตร์หลายๆศาสตร์ เป็นวิชาที่เราเรียนกันมาตั้งเเต่เล็กจนโต เช่น ศาสตร์ทางสังคม ศาสตร์ทางคณิตศาสตร์ ศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์ บางวิชา บางเรายึดในเเนวคิดเดียวจนเกินไปจะกลายเป็น อวิชชา เช่น ทางคณิตศาสตร์บอกว่า 1+1 = 2 เเต่ในทางสังคมศาสตร์ 1+1 = ไม่สามารถให้คำตอบได้ชัดเจน เช่น มีทรายกองที่หนึ่ง เเละกองที่สอง นำมารวมกัน จะได้กี่กอง ? อาจตอบได้ว่า ได้ 1 กอง ฉะนั้นเเล้วศาสตร์เเต่ละศาสตร์มีความรู้ ความเข้าใจเฉพาะในศาสตร์หรือสาขานั้นๆ เเต่หากเรายึดเพียงศาสตร์ทางคณิตศาสตร์เพียงอย่างเดียว คำตอบของชีวิต เราอาจไม่เห็นมิติทางสังคมเลย ขณะเดียวกันหากเรายึดเพียงศาสตร์ทางสังคม เราจะไม่เห็นมิติเชิงปริมาณเลย เเนวคิดอื่นๆก็เช่นเดียวกัน หากเรายึดเพียง เหตุผล เราจะไม่ประจักษ์ในประสบการณ์ หากเรายึดเพียงประสบการณ์เราจะไม่ประจักษ์ในตัวบททฤษฎี หรือ หากเรายึดเพียงอนุรักษ์ เราจะไม่ประจักในเสรี ฯ
...............เหตุผลที่ว่าทำไมต้องมีหลายๆเเนวคิดในสมองเรา คำตอบ คือ เพราะจะได้มีชีวิตที่สมบูรณ์หรือมีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น การละลายอัตตาหรือ Ego ของเรานั้นมีความสำคัญที่สุด ต่อ การทำลายกำเเพงที่ปิดกั้นการเรียนรู้ หากอัตตาหรือความเป็น "ตัวกู" ลดลงมา เเนวคิดอื่นๆจะประจักษ์แก่สายตาเราทุกคน จำเป็นไหมว่า 1+1 ต้องเท่ากับ 2 จำเป็นไหมว่าเราต้องนับถือเพียงศาสนาเดียว จำเป็นไหมว่าเราต้องใช้เหตุผลเพียงอย่างเดียว เเละจำเป็นไหมว่าเราต้องมองเรื่องราวต่างๆในเเง่เดียว ฯ คำตอบนั้นจำเป็นไหมว่า จะต้องเป็นคำตอบเดียว ความมีพหุเเนวคิดสำหรับมนุษย์นั้นจึงมีความสำคัญกับการดำเนินชีวิตอย่างมีความหมายต่อสังคมเเละตนเอง

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://www.google.co.th/url?sa=i&rct=j&q=&esrc=s&...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกพอเพียง



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ..

เขียนเมื่อ 

พี่ขอแสดงความเห็นด้วย

เห็นด้วยว่า ปัจเจกบุคคลนั้น ต้องอาศัยสหศาสตร์ในการดำรงชีวิต เหมือนระบบธรรชาติที่อิงอาศัยกันสังคมก็เช่นกัน ความหลากหลายด้านกลุ่มต่างๆ (Multi-culturalism) ย่อมสามารถทำให้เห็นความกลมกลืนดั่งศิลปะที่ถูกผสานด้วยสีสันนานา มองในแง่โลกทัศน์ สรรพสิ่ง วัฏจักรย่อมดำเนินมาเช่นนี้มานานหลานล้านปี

สำหรับชีวิตหรือในแง่ชีวทัศน์ เฉพาะมนุษย์มีสังคมที่หลากหลายด้วย แต่ความหลากหลายนั้น เรากำลังสร้างเครดิตให้กับกลุ่มตนเองไปด้วย โดยไม่สนใจว่า คนอื่นจะเป็นอย่างไร เช่น กลุ่มที่จะสร้างเอกภาพในสหภาพคือ เอ อี ซี แต่ละเอกลักษณ์ก็มีอัตลักษณ์ของตนที่มุ่งปืดหู ปิดตา โดยไม่สนว่า คนอื่นจะเป็นเช่นไร

ใขณะเดียวกัน เราต้องไม่หลงจุดยืนตัวเองว่า เอกลักษณ์ของตน ฐานของตนคือ อะไร เมื่อเข้าไปอยู่กลุ่มที่แตกต่างๆ หรือจะหลอมตัวเอง จนสลายตัวตนของตนเองด้วย จนหาตัวตนไม่ได้ แล้วก็ไม่สนใจฝ่านอนุรักษ์ เพื่อลูกหลานเห็นวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ที่มาของตน ประเทศไทยควรวางรากฐานของตนให้ตระหนักถึงต้นชาติ ต้นตระกูลของตนด้วย เพื่อมิให้ลืมรากเหง้าตนเอง (ประวัติศาสตร์วิทยา)

เหมือนสหรัฐ ญี่ปุ่น มาเลย์ ลาว ฯ ที่มุ่งสมานโลก และสงวนจุดยืนของตนเอง มิให้ถูกดาวฤกษ์ดวงอื่นกลืนหายไป ดังนั้น จุดเชื่อมต่อที่จะไม่ถูกกลืนและฝืนกระแสโลกจนเกินไปคือ "เข้าใจตน สนใจต่าง ให้ สมดุล"

พี่เห็นศักยภาพคนรุ่นใหม่ ที่กำลังถูกท้าทายด้วยหลายๆ รูปแบบในการดำเนินชีวิตแบบใหม่ และก็อดไม่ได้ที่จะกังวลในเรื่อง เอกลักษณ์ของตนด้วย หมายถึง ๑) ปัจเจกบุคคล ที่กำลังถูกสื่อ ถูกวัฒนธรรมตะวันตกกลืนกินอย่างช้าๆ จนเสียฐานตนเอง ๒) เอกลักษณ์สังคมไทย ที่เป็นแบบ "หน้าตา" ของตนว่า เด็กยุคใหม่ลืมไปหรือไม่ หากได้สื่อสารกับคนต่างชาติจะบอกเขาอย่างไร

อีกอย่าง คำตอบการดำเนินชีวิตที่ดี สมบูรณ์แบบที่ว่า "เพราะจะได้มีชีวิตที่สมบูรณ์หรือมีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น การละลายอัตตาหรือ Ego ของเรานั้นมีความสำคัญที่สุด ต่อการทำลายกำเเพงที่ปิดกั้นการเรียนรู้ หากอัตตาหรือความเป็น "ตัวกู" ลดลงมา เเนวคิดอื่นๆจะประจักษ์แก่สายตาเราทุกคน ..."

พี่มองเห็นว่า ศาสนาพุทธ คือ คำตอบ และเป็นเอกลักษณ์ ที่ควรให้ความสำคัญอย่างมาก ถ้าอยากจะสรา้งให้ชีวิตสมบูรณ์ และยำ้ว่า ต้องเป็นเอกมรรคเท่านั้น เพื่อให้เห็นเป้าหมายเดียว มิใช่เอาคำสอนหรือลัทธิอื่นๆ เหมือนศาสนาบาไฮ มาใช้ เพื่อตอบสนองสังคมยุคใหม่ ที่มุ่งให้ตนเองมีเสรีภาพอย่างเต็มที่ หากต้องการตามที่น้องให้คำตอบมา

ขอบคุณครับ

ขอขอบพระคุณ อาจารย์ ส.รตนภักดิ์ ที่ชี้เเนะแนวทางคิดสู่การปฏิบัติครับ