โรงพัก สถานีตำรวจ

ตำรวจ ความเป็นมา

โรงพัก สถานีตำรวจ

นายอานนท์ ภาคมาลี (คนหาปลา)

คำว่าโรงพัก ตาม ป.วิอาญา หมายถึงสถานีตำรวจ อีกความหมายคือ ที่พักสงบสติอารมณ์ พักเพื่อที่จะตัดสินว่าคดีขึ้นศาล ต่อไปหรือไม่

คำว่าโรงพัก เป็นคำที่ใช้เรียกกันมานาน น่าจะพอพอกับคำว่าพลตระเวนในสมัยก่อนที่ใช้เรียกตำรวจสายตรวจ ตรวจสอบจากผู้รู้ แล้วไม่มีผู้ใดรู้จริง ไม่มีผู้ใดกล้ายืนยัน ถ้าจะสันนิษฐาน น่าจะมาจากสมัยก่อน น่าจะยังไม่มีสถานีตำรวจ เมื่อพลตระเวนตรวจไปเรื่อยๆ อาจต้องหยุดพักเป็นจุดๆ อาจมีการสร้างที่ทำการให้สาตรวจหรือพลตระเวน ได้หยุดพัก ต่อมาอาจเรียกที่ทำการเป็นโรงพัก หรือข้อสันนิษฐานอีกอย่าง ก็เนื่องจากที่ทำการสถานีตำรวจเปิดบริการตลอด ๒๔ ชั่วโมง ชาวบ้านไปไหนมาไหน สมัยก่อนโรงแรมก็คงหายาก การเดินทางไปมา ก็คงยากลำบาก หากหาญาติพี่น้องไม่พบ หรือค่ำมืด ไม่ปลอดภัยก็อาจได้ที่ทำการสถานีตำรวจเป็นที่พัก พอได้ปลอดภัย ก็เลยเรียกติดปากว่าโรงพัก

เมื่อประชาชนได้ประสบเรื่อง ที่ทำให้ตนมีความเดือดเนื้อร้อนใจ ก็จะพากันไปพบตำรวจ เพื่อขอรับการช่วยเหลือ หรือให้ตำรวจรับรู้เรื่องราวของตน ซึ่งจะเป็นหน้าที่ของตำรวจ ที่จะต้องบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนให้สมกับการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ หรือตรงกับคำว่า มีตำรวจอยู่ที่ไหนประชาชนอุ่นใจ เมื่อประชาชนได้รับการช่วยเหลือ หรือรับรู้เรื่องราว ของผู้เดือดร้อนแล้ว ก็จะทำให้ประชาชนผู้นั้นรู้จักเบาใจและสบายใจเรื่องนั้นเอง

คำเดิมเรียก โรงพักกองตระเวน เป็นที่ทำการของกองตระเวน ในท้องถิ่นต่างๆ ทั้งในพระนครและภูธร ในสมัยรัชการที่ ๕ ได้จัดตั้งกรมกองตระเวนขึ้น(ในปัจจุบัน สถานีตำรวจนครบาล สมัยก่อนเรียกพลตระเวน)ก่อนที่จะปฏิรูปการปกครอง แทน กรม เวียง ในระบบจตุสดมภ์ เดิม(เวียง วัง คลัง นา)นอกจากหน้าที่ลาดตระเวน เพื่อความสงบเรียบร้อยหน้าที่สำคัญของพลตระเวน คือจับคุมผู้กระทำความผิดต่างๆ แล้วเรียกที่ทำการของกรมกองตระเวนในท้องที่ต่างๆ ในพระนครว่าโรงพักกรมกองตระเวน ต่อมาเมื่อทรงปฏิรูปในปกครอง โดยแบ่งหน่วยราชการเป็น กระทรวง ทบวง กรม แล้ว กรมกองตระเวนจึงยุบรวมเข้ากับกระทรวงนครบาล และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๖ ได้ทรงแยกกรมกองตระเวนมายุบมายุบรวมกับกรมตำรวจภูธร (เดิมคือกองตระเวนหัวเมือง) แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นกรมตำรวจ สังกัดกระทรวงมหาดไทย และได้เปลี่ยนชื่อจากโรงพักกองตระเวนเป็นสถานีตำรวจนครบาล หรือสถานีตำรวจภูธรแทนตั้งแต่นั้นมา

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ผูกตราประจำประเทศขึ้นเป็นครั้งแรก
เมื่อ พ.ศ.2416 โดยเรียกกันทั่วไปว่าตราแผ่นดินหรือตราอาร์ม ซึ่งตราดังกล่าวนี้เป็นพระราชลัญจกรประจำแผ่นดินซึ่งใช้สำหรับประทับกำกับพระปรมาภิไธยหรือกำกับนามผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แต่สำหรับตราหน้าหมวกตำรวจในปัจจุบันนั้น เริ่มใช้กันตั้งแต่ปี พ.ศ.2492 โดยได้มีการนำตราแผ่นดินของรัชกาลที่ 5 มาลงอักษรคำว่า "พิทักษ์สันติราษฎร์" ไว้บนแพรริ้วใต้ตราแผ่นดินซึ่งก่อนหน้านั้นตราหน้าหมวกตำรวจได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงมาถึง 4 ครั้งครั้งแรกเริ่มใน รัชกาลที่ 4 เป็นโลหะรูปช้างสามเศียร ยืนในตราอาร์มมีอักษรจารึกว่า "พลตระเวณสยาม"

ส่วนตราหน้าหมวกรุ่นที่ 2 (ตำรวจนครบาล) และรุ่นที่ 3 (ตำรวจภูธร) เริ่มใช้ในปี พ.ศ.2458 โดยของตำรวจนครบาลเป็นรูปเพชราวุธล้อมด้วยกลีบกนก ในขณะที่ตำรวจภูธรในยุคนั้นใช้หน้าหมวกเป็นตราปทุมอุณาโลมบนพื้นสีแดงโดยมีบัวกนกสีน้ำตาลล้อมรอบสำหรับหน้าหมวกตำรวจรุ่นที่ 4 เริ่มใช้ในปี พ.ศ.2478 เป็นโลหะรูปสี่เหลี่ยมรี มีปทุมอุณาโลมอยู่กลางกงจักรโดยรอบนอกกงจักรมีลายเพลิงส่วนในกงจักรมีอักษร "พิทักษ์สันติราษฎร์" ดังนั้นตราหน้าหมวกในปัจจุบันที่ทำด้วยโลหะสีเงิน ดุนเป็นตราแผ่นดินและจารึกคำว่า พิทักษ์สันติราษฎร์นั้น จึงเป็นตราหน้าหมวกตำรวจรุ่นที่ 5 โดยในตราแผ่นดินจะมีพุทธภาษิตจารึกไว้ว่า "สัพเพสัง สังฆะภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธกา" ซึ่งแปลว่าความพร้อมเพรียงของหมู่คณะย่อมยังความเจริญให้สำเร็จ อันเป็นพุทธภาษิตที่จำเป็น

สำหรับข้าราชการตำรวจ ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่โดยอาศัยความพร้อมเพรียงเป็นหลัก ดังนั้นเมื่อรวมกับตัวอักษร ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จึงหมายถึง พระบารมีของพระมหากษัตริย์ ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะ และภาระหน้าที่ตำรวจในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(หรือเดิมกรมตำรวจ)มีเครื่องหมายราชการเป็นรูปพระแสงดาบเขนและโล่ เป็นรูปวงกลมเส้นคู่สองชั้น
วงนอกเป็นลายพรรณพฤกษา วงในเป็นลายใบเทศผูกลายเป็นรูปหน้าสิงห์หรือหน้ายักษ์เรียกว่าจตุรมุข ตามธรรมเนียมโบราณที่แกะสลักรูปหน้ายักษ์จตุรมุข ไว้บนหน้าบันประตู ทั้งสี่ทิศของปราสาทหิน ด้วยความเชื่อว่าเป็นผู้พิทักษ์ทวารเข้า-ออก ปกป้องคุ้มครองและขจัดสิ่งชั่วร้าย ส่วน "ดาบ" ที่คาดติดอยู่ในปลอก มีลวดลายกนก ทั้งนี้สัญลักษณ์ไม่จำกัดสีและขนาด

ตำรวจไทยเกิดเป็นรูปแบบองค์กรครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดให้จัดตั้งองค์กรตำรวจและปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของไทย
ให้เป็นระบบ แสดงความเป็นอารยะทัดเทียมตะวันตกโปรดให้ใช้สัญลักษณ์เป็นรูป "หนุมานสี่กร" ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวราชกาลที่ 5 ได้พระราชทานเป็นพระราชหัตถเลขา อนุญาตให้กรมตำรวจภูธรใช้พระรูปพระแสงดาบเขนและโล่ ประจำที่มุมธงและใช้เป็นตราประจำกระดาษสำหรับราชการในกรมตำรวจภูธร เมื่อ 20 มิถุนายน พ.ศ.2445 ตราโล่เขนนี้ ออกแบบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2440 โดย หม่อมเจ้าประวิชชุมสาย (ผู้ผูกลายพระราชลัญจกรแผ่นดิน เมื่อปี พ.ศ.2416) ถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ดาบเขนและโล่ได้ปรากฏอยู่ในพระธรรมนูญตราที่โปรดเกล้าฯให้ตราขึ้นเมื่อ พ.ศ.2453 ให้เป็นตราประจำกรมพลตระเวน (ต่อมา พ.ศ.2458 เปลี่ยนเป็นกรมพลตำรวจนครบาล)

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2445 เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย มีลายพระหัตถ์กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ขอพระราชานุญาตใช้ตราประจำชาดสำหรับเจ้ากรมตำรวจภูธร เป็นรูปเทวดาเชิญพระแสงดาบเขนและพระแสงดาบเขนและโล่
ซึ่งจะใช้เป็นตราประจำตำแหน่งเจ้ากรมตำรวจภูธร ตราประจำที่มุมธง และเป็นตราประจำเอกสารราชการสำหรับกรมตำรวจภูธร

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชานุญาต โปรดเกล้าฯให้ใช้ตราประจำชาติ เป็นรูปเทวดาเชิญพระแสงดาบใจเพชร สำหรับตำแหน่งเจ้ากรมตำรวจภูธรแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ธงประจำตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้นใช้ประดับแท่นตรวจแถวกองเกียรติยศ เนื่องในโอกาสที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขึ้นแท่นรับความเคารพหรือตรวจพลสวนสนามใช้ประดับที่หน้ารถตรวจพลสวนสนามและใช้เป็นตราประทับแทนตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

หมายเหตุ
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2475 ได้มีประกาศให้เปลี่ยนตราตำแหน่งในกรมตำรวจจากเดิม ให้ใช้ชื่อใหม่เป็น อธิบดีกรมตำรวจ

ส่วนรูปตราคงเดิม ต่อมามีพระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทยไปจัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อ 17 ตุลาคม พ.ศ.2541 ส่งผลให้ชื่อ "กรมตำรวจ" เปลี่ยนเป็น "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ตำแหน่ง "อธิบดีกรมตำรวจ" เปลี่ยนเป็น
"ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ"


ขอบคุณข้อมูลจาก
กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดย พล.ต.ต.พจนารถ หวลมานพ
รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โรงพัก สถานีตำรวจ



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

น่าสนใจมากครับ

ได้ความรู้ความเป็นมาด้วย สัญลักษณ์ตำรวจครับ

ทำไมเป็นโล่ห์และดาบ


เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ะคุณหมอแดง

ขอบคุณสำหรับความรู้ที่นำมาแบ่งปันจ้ะ