พรหม

nobita
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

คำว่า "พรหม" ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง พรหมวิหาร 4 อันประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา อย่างตอนที่ต้องท่องก่อนเดินจงกลม แต่ผมกำลังจะกล่าวถึง พระพรหม และเป็นพระพรหม ที่ประดิษฐานอยู่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ใจกลางกรุงเทพมหานคร นั่นเอง

ผมรู้จักพระพรหมองค์นี้เมื่อไร จำไม่ได้แล้ว แต่ก็น่าจะเป็นตอนที่ได้ย้ายถิ่นฐานจากเด็กต่างจังหวัดมาเป็นคนกรุงเทพและปริมณฑลเมื่อสิบกว่าปีก่อนหน้านี้ ด้วยคำล่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิและความศัทธาในองค์พระและศาสนา หลายครั้งที่ผมได้นำความทุกข์ร้อนใจไปกราบนมัสการไหว้และขอพร และอีกหลายครั้งที่ผมได้นำความรู้สึกสบายใจและความศรัทธาไปกราบท่าน

และจากเหตุการณ์ที่สะเทือนความรู้สึกของผู้ที่เคารพนับถือพระพรหม บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ทั้งครั้งเมื่อปี 2549 ที่มีคนสติไม่ดีมาทำร้ายองค์พระพรหมได้รับความเสียหาย และล่าสุดเมื่อ 17 ส.ค. 58 ที่ผ่านมา เกิดเหตุก่อการร้ายบริเวณศาลพระพรหม ทำให้องค์พระพรหมเกิดความเสียหาย 4 จุด คือ บริเวณคาง แก้วด้านขวา หน้าแข้ง และสายสังวาล และส่วนอื่น ๆ เป็นเพียงสะเก็ดระเบิดเล็ก ๆ และซุ้มของศาลพระพรหมมีรอยสะเก็ตระเบิดเสียหาย 3 จุดเล็ก ๆ

และจากเหตุการณ์ล่าสุดนี้ ทำให้ผมได้อ่านเรื่องราวที่ไปและที่มาของการสร้างและบูชาองค์พระพรหม บริเวณแยกราชประสงค์ ในคอลัมน์ คนข้างวัด โดย อุทัย บุญเย็น เรื่อง "พระพรหมสร้างมนุษย์ แล้ว...มนุษย์ก็สร้างพระพรหมที่ราชประสงค์"

... ชื่อเรียกขานพระพรหมองค์นี้ เรียกกันหลายชื่อ เช่น "ท้าวมหาพรหม" "พระมหาพรหม" "มหาพรหมา" พระพรหมเป็นมหาเทพองค์หนึ่งของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และเป็นองค์เดียวกับ "สหัมบดีพรหม" ของพุทธศาสนา แต่บทบาทต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งท้าวมหาพรหมของพราหมณ์-ฮินดู เป็นเทพเจ้าผู้สร้างโลก ส่วนสหัมบดีพรหมของพุทธศาสนาเป็นเทวดาประเภทหนึ่งที่คอยรับใช้พระพุทธเจ้าในโอกาสต่าง ๆ เป็นเทวดาชั้นพรหม (ชั้นรูปพรหม)

เรื่องหลักสำคัญที่คุณอุทัย เล่านั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างศาลพระพรหมหน้าโรงแรมเอราวัณ ...

  • พ.ศ. 2496 พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท สหโรงแรมไทยและการท่องเที่ยว จำกัด เริ่มการก่อสร้างโรงแรมเอราวัณ (ปัจจุบัน คือ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ) ซึ่งการก่อสร้างโรงแรมมีปัญหาอุปสรรคมากมาย ไม่ราบรื่น จนล่วงเลยถึงปี พ.ศ. 2499 ซึ่งใกล้จะครบกำหนดเวลาของโครงการ ท่านจึงมอบหมายให้ พลตำรวจตรี หม่อมหลวงจเร สุทัศน์ ผู้ควบคุมการก่อสร้างหาทางแก้ปัญหาโดยเร็ว
  • หม่อมหลวงจเร ขอให้ พลเรือตรี หลวงสุวิชานแพทย์ (อั๋น สุวรรณภาณุ : คนตำบลท่าจีน สมุทรสาคร) ช่วยหาทางแก้ โดยหลวงสุวิชานแพทย์ เคยเป็นปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เคยลาบวชเป็นพระภิกษุที่วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) และปฏิบัติธรรมทางสมถะ-วิปัสสนา จนลือกันว่าท่านได้ญาณวิเศษ และมีความเชี่ยวชาญทางโหราศาสตร์ด้วย และตำแหน่งสุดท้ายทางราชการท่านเป็นนายแพทย์ใหญ่ กรมแพทย์ทหารเรือ
  • หลวงสุวิชานแพทย์ ได้แนะนำให้ขจัดปัญหาอุปสรรคการสร้างโรงแรมอาราวัณไม่ราบรื่น ด้วยการขอขมา และขออนุญาตพระพรหมที่ได้ตั้งชื่อโรงแรมว่า "เอราวัณ" เพราะ เอราวัณ เป็นชื่อช้างทรงของพระอินทร์ และให้ตั้งศาลถวายพระพรหมในที่อันเหมาะสมโดยด่วน
  • คณะกรรมการเลือกเอาบริเวณตรงมุมของโรงแรมด้านสี่แยกราชประสงค์เป็นที่ตั้งศาล จึงเป็นจุดกำเนิดศาลพระพรหมสี่แยกราชประสงค์
  • การออกแบบศาลและองค์พระพรหม ได้ทำอย่างพิถีพิถันในเชิงช่าง รูปหล่อจำลององค์พระพรหม ออกแบบโดย นายจิตร พิมพโกวิท (ช่างชั้น 2 หรือช่างโท) กองหัตถสิลป (เดิมคือ กองประณีตศิลปกรรม) กรมศิลปากร
  • ผู้ค้นคว้าองค์พระพรหม คือ พระยาอนุมานราชธน
  • ช่างปั้น คือ นายชิ้น ชื่นประสิทธิ์ (ครั้งนั้นปั้นด้วยปูนปลาสเตอร์ และลงรักปิดทอง)
  • เรือนศาล (ลักษณะเป็นซุ้ม) ออกแบบโดย หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล และนายเจือระวี ชมเสวี (ทั้งสองท่านเป็นนายช่างจากโรงงานยาสูบ)
  • วันที่ 9 พฤศจิกายน 2499 เป็นวันทำพิธีเปิดศาลพระพรหม นายประยูร วงศ์ผดุง เป็นผู้จัดเครื่องพิธี มีการทำพิธีอัญเชิญพระพรหมประทับศาล โดยคำแนะนำของหลวงสุวิชานแพทย์ทุกขั้นตอน และทุกวันที่ 9 พ.ย. ของทุกปี เป็นวันทำพิธีบวงสรวงท้าวมหาพรหมและเทวสถานที่นั่น

และเมื่อปี 2549 มีคนร้ายสติไม่ดีมาทุบทำลายองค์พระพรหมได้รับความเสียหายมาก เหลือแต่พระพักตร์ (4 หน้า) และแขน (ทั้ง 8 แขน) ที่ชำรุดน้อยหน่อย ทำให้ช่างสามารถบูรณะซ่อมแซมให้คืนรูปได้ การบูรณะ ทำโดย "สำนักช่างสิบหมู่" ของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (ปัจจุบัน สำนักงานตั้งอยู่ที่ 93 หมู่ 3 ถ.พุทธมณฑลสาย 5 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เป็นหน่วยราชการรับคำสั่งเพื่อปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ของส่วนราชการโดยตรงจากต้นสังกัด คือ กรมศิลปากร

การทำลายองค์พระพรหมทีรุนแรงมาก ช่างสิบหมู่ต้องรวบรวมชิ้นส่วนองค์พระพรหม ห่อไปทำพิธีบวงสรวงที่สำนักช่างสิบหมู่ ก่อนดำเนินการบูรณะซ่อมแซม โดยพิธีบวงสรวง มีนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี (สมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณ) เป็นประธาน และผู้ทำพิธีบวงสรวง คือ พระราชครูวามเทพมุนี (ของศาสนาพราหม)

คณะทำงานบูรณะซ่อมแซมองค์พระพรหม คือ กลุ่มประติมากรรม ของสำนักช่างสิบหมู่ ซึ่งต้องอาศัยชิ้นส่วนที่เหลือขององค์พระพรหม สร้างแบบจำลองถ่ายแบบขึ้นใหม่ คำนวณขนาดความสูง-ความกว้างจากชิ้นส่วนที่เหลือ พบว่าลำตัวขององค์พระพรหมเสียหายมาก ขางในยุ่ยเป็นผง วัสดุที่เป็นโครงภายในซึ่งเป็นเหล็กกลายเป็นสนิมหมด งานละเอียด คือ ลวดลายเครื่องทรงของพระพรหม ซึ่งต้องรักษาของเดิมให้ได้ครบถ้วน"

ศาลพระพรหม มีกองทุนอุปถัมภ์บำรุงในรูปมูลนิธิ ชื่อ "มูลนิธิท่านท้าวมหาพรหม"

แต่สุดท้ายแล้วคนกรุงเทพมหานคร และคนไทยทุกคน หรือรวมถึงคนต่างประเทศอีกจำนวนมากก็ได้องค์พระพรหมที่สมบูรณ์กลับมาประดิษฐาน ณ ศาลพระพรหม บริเวณแยกราชประสงค์เหมือนเดิม และเต็มเปี่ยมด้วยความศรัทธาไม่เสื่อมคลาย..

และนี่เป็นเกร็ดสาระความรู้ที่ได้จากการคอลัมน์ คนข้างวัด ของคุณอุทัย บุญเย็น ซึ่งผมคิดว่าเป็นประโยชน์ในทางประวัติศาสตร์ความเป็นไปและเป็นมาของศาสนสถานที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวของคนกรุงเทพมหานครมากที่สุดครับ

ที่มา : สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ กันยายน 2558

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อ่านมาคุย



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เป็นเกร็ดความรู้ทางประวิติศาสตร์ของบ้านเราเลยครับ

หายไปนานสบายดีไหมครับ

เขียนเมื่อ 

อาจารย์ขจิตครับ ผมสบายดีครับ ขอบคุณครับผม