ณ เช้าวันหนึ่งในปีที่ล่วงมาแล้ว เวลา ๗ โมงนิดๆ วิ่งรถต้องเปิดไฟหน้าส่องทาง ไม่ใช่หน้าหนาว ฝนก็ไม่ใกล้ตก หน้าฝนนะใช่อยู่หรอก แต่ฝนห่างมาหลายเพลาแล้ว มองเขาขนาบน้ำที่ยืนตระหง่านอยู่กลางแม่น้ำกระบี่ไม่เห็นเงา อากาศรอบตัวมิได้เย็นฉ่ำ อ้าวร้อนด้วยซ้ำ เป็นปรากฏการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้น....หมอกตกหน้าเมือง....บรรยากาศตามภาพ
พอผ่านเวลาไปอีกหน่อย ฟ้าที่มัวซัวกลับมาสดใส แดดร้อนเปรี้ยงฟ้าโปร่ง ณ สถานที่แห่งหนึ่งบรรยากาศสดใส สงบเงียบ เป็นความสงบเงียบที่มิได้หมายความว่าไร้แขกมาเยือน แขกเต็มไปหมด จนเดี๋ยวนี้ถ้าถึงสนามบินช้า ด้วยมัวแต่คิดว่าไม่เป็นไรวิ่งรถแป๊บเดียว ตกเครื่องบินได้เลย
ภายในอาคารที่หลังคาโผล่แพลมมาเต็มไปด้วยผู้คนที่รอเช็คอินยาวเหยียด เวลาครึ่งชั่วโมงไม่หมดแถวหรอก
มีแขกมากมายขนาดไหนในแต่ละวันไม่รู้จริงๆ รู้แต่ว่าน้องๆที่สนามบินไม่มีเวลาพัก ยิ่งน้องมีหน้าที่อยู่ในลานบิน ยิ่งมีเวลาพักน้อยกว่าน้อย ด้วยทุก ๑๕ นาทีพวกเขาต้องเคลียร์พื้นที่ เตรียมพร้อมทำงานให้ฉับไว
..............................................................................................................................
ในช่วงนั้น มิมีข่าวสารเกี่ยวกับเพื่อนบ้าน ไร้ข่าวว่าเกี่ยวข้องกับไฟ ไม่เหมือนกับปีนี้ ที่ ณเวลาเดียวกัน มีข่าวสารบอกกล่าว มีการเผาป่าเนิ่นนานมาเป็นเดือนกว่า ๒๐๐ จุดในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้านที่มีชนมุสลิมอาศัยอยู่มากที่สุดในโลก หมอกควันจากพื้นที่ต้นเหตุแผ่คลุมพื้นที่กว้างกว่า ๙๐๐ กิโลเมตรแล้ว ปรากฏการณ์นี้เกิดในหน้าฝนซะด้วย
บันทึกไว้เพื่อรำลึกว่าธรรมชาติเปลี่ยนแปลงเสมอ
๘ สิงหาคม ๒๕๕๘



