ชีวิตที่พอเพียง : ๒๔๙๒. เป้าหมายรายทาง กับ เป้าหมายปลายทาง


คำว่า เป้าหมายรายทาง กับ เป้าหมายปลายทาง คิดขึ้นโดย ศ. สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์ ผมได้ยินเป็นครั้งแรกราวๆ ปี ๒๕๔๐ สมัยที่ท่านทำงานวิจัยให้ สกว. ท่านคิดคำทั้งสองขึ้นมาทำงานที่ยากและซับซ้อน ที่คนไม่คิดว่าจะทำได้สำเร็จ คำทั้งสองช่วยเป็นกำลังใจและเป็นยุทธศาสตร์การทำงานยากๆ ให้บรรลุผลสำเร็จ

เป็นตัวอย่างของศาสตร์ด้านมนุษย์ (คือมนุษยศาสตร์) ที่มีพลัง ช่วยให้เราทำงานยากๆ ได้ คือถ้อยคำที่ถูกต้องมีพลัง ช่วยให้เรามีกระบวนทัศน์ (mindset) ที่ถูกต้อง ไม่หลงทาง หรือหลงท้อ เกิดความมุมานะไม่ท้อถอย เพราะเมื่อเห็น “เป้าหมายรายทาง” ก็เกิดกำลังใจว่า “เดินมาถูกทาง”

ผมเพิ่งตระหนักว่า ถ้อยคำ ที่มีพลังและคุณค่าสูงเช่นนี้ เป็นเครื่องมือ (tool) ชนิดหนึ่ง มีพลังไม่น้อยกว่า gadget อย่าง smart phone อย่างน้อยคำ เป้าหมายรายทาง ก็ช่วยให้ผมทำงานยากๆ และซับซ้อนให้แก่บ้านเมือง อย่างไม่ท้อถอย ตลอดมา

บัดนี้ ผมเกิดความเข้าใจด้านลบ ของ “เป้าหมายรายทาง” ที่กลุ่มคนที่หมกมุ่น ไม่รู้จักคำนี้ ในความหมายที่ว่า ในชีวิตประจำวันของคนเรา “เป้าหมายรายทาง” เป็นตัวหลอกล่อเย้ายวน ให้เราหยุด “การเดินทางแห่งชีวิต” ไปสู่ “เป้าหมายปลายทาง” ที่มีคุณค่าสูงกว่า หยุดอยู่แค่เป้าหมายรายทาง ไม่เดินต่อ

ในมุมมองของผม ชีวิตที่มีคุณค่าแท้ มีความสุขแท้ คือชีวิตที่ได้ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น ทำประโยชน์แก่ส่วนรวมหรือ ชาติบ้านเมือง และทำประโยชน์แก่มนุษยชาติ แก่โลก แก่จักรวาล เป็น “เป้าหมายปลายทาง” ของชีวิต ผมอยากให้ตัวเอง และคนที่ผมรัก เดินไปถึงเป้าหมายปลายทางนี้

ผมจึงเขียนบันทึกนี้ออกสื่อสาร

ผมมีข้อสังเกตว่า “ภูเขาแห่งวิถี ‘สู่เป้าหมายปลายทาง’ ” ตามที่ผมเสนอมาข้างต้น มีทั้ง ภูเขา (obstacle) ระดับบุคคล และภูเขา ระดับระบบหรือระดับนโยบาย

กล่าวให้เข้าใจง่ายเข้า นโยบาย และ mindset หลายอย่างในสังคม เร่งเร้า ให้ผู้คนคิดอยู่แค่ “เป้าหมายรายทาง” คือรอบๆ ผลประโยชน์ของตนเอง หรือพวกพ้องของตน ไปไม่ถึงเป้าหมายอันยิ่งใหญ่หรือทรงคุณค่า คือเป้าหมายที่ผลประโยชน์ของผู้อื่น หรือของส่วนรวม ที่ควรจะเป็น “เป้าหมายปลายทาง” แห่งชีวิต

ยกตัวอย่างหมอ หากไม่ระวังก็จะหยุดเป้าหมายอยู่แค่ชีวิตที่ดีของตนเอง แต่คนในวิชาชีพสุขภาพโชคดี ที่มีพระราช นิพนธ์ของสมเด็จพระบรมราชชนก “จงถือประโยชน์ของผู้อื่นเป็นกิจที่หนึ่ง” เป็นประทีปนำทางชีวิต ผู้ใหญ่ในวงการสุขภาพ พูดคำเหล่านี้ซ้ำๆ ในโอกาสต่างๆ เป็นการเตือนสติ คนในวงการสุขภาพส่วนใหญ่จึงยังสามารถต้านทานกระแส “เห็นแก่ตัวจัด” ได้ คือยังดำเนินสู่ “เป้าหมายปลายทางอันประเสริฐ” แห่งชีวิต ได้

ผมมีข้อสังเกตว่า บางวงการ หรือบางวิชาชีพในประเทศไทย อุดมการณ์ร่วมกันของวงการ หยุดอยู่แค่ “เป้าหมายรายทาง” โดยไม่รู้ตัว คือหยุดอยู่แค่ผลประโยชน์ของตนเองหรือพวกพ้อง ไปไม่ถึงผลประโยชน์ของผู้อื่น และของส่วนรวม สภาพเช่นนี้ ทำให้ชีวิตของบุคคล และวงการนั้นๆ ไปไม่ถึงเป้าหมายปลายทางอันประเสริฐ

ผมมีข้อสังเกตว่า นโยบาย และยุทธศาสตร์ระดับประเทศบางเรื่อง เป็นตัวการหรือสาเหตุ ที่ทำให้คนในบางวิชาชีพ เป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่รู้จักเห็นแก่ส่วนรวม สร้างความตกต่ำให้แก่วิชาชีพของตน

การเดินทางแห่งชีวิต สู่เป้าหมายปลายทางอันประเสริฐ มีความซับซ้อนและยาก แต่ต้องดำเนินการต่อ เป้าหมายรายทาง แบบเดียวกันกับ ศ. สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์ คือต้องหลุดออกจากความเย้ายวนของ เป้าหมายรายทาง ที่เป็นผลประโยชน์ตน มุ่งหน้าเดินสู่เป้าหมายปลายทางอันประเสริฐ คือการทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น

นี่กระมัง ที่เรียกว่า เส้นทางสู่ “โพธิสัตว์



วิจารณ์ พานิช

๑๒ ส.ค. ๕๘

วันแม่


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (2)

คนที่มักมาก เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง มีมากมาย หาได้ทั่วไป แต่ 'คนดี' นั้นหายาก อย่าปล่อยให้คนดีรู้สึกถูกรังแก รู้สึกเดียวดาย หรือรู้สึกท้อแท้ .. ต้องให้กำลังใจคนดีคะ

ใช่เลยครับ...อาจารย์