ศัลยกรรมกายด้วยใจ(วิธีคิด การกระทำ หรือศัลกรรมเป็นตัวตกแต่งอวัยวะ)

วิธีคิด พฤติกรรม หรือการศัลยกรรม เป็นตัวตกแต่งอวัยวะ การกระทำอะไรบ่อยๆจนเรียกว่านิสัย นิสัยถ้าทำบ่อยๆคือพฤติกรรม การที่กายภาพคนเขาอยุ่ในสภาพแบบนั่นบ่อยๆ จะทำให้ลักษณะทางกายภาพเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่ทำแบบนี้ สามารถผ่าตัด หรือศัลยกรรมได้ ก็นับเป้นวิธีที่เร็ว เช่น ถ้านั้งหลังโค้งเป้นประจำ ก็จะทำให้หลังค่อม วิธีแก้คือ ทุกครั้งที่นั่งพยายามนั่งหลังตรง เพื่อดัดหลัง นานเข้ากระดูกจะยืดตัวตรงเอง แต่ถ้าค่อมมากจนผิดรูป ถึงค่อยเลือกการผ่าตัดหรือศัลยกรรม เป็นวิธีรองนั่นเอง ในเมื่อเราเชื่อว่าการที่หนังตาตกเพราะกรรมเก่าที่ทำไว้อาจเป็นเพราะในอดีตชาติ บรรพบุรุษได้มีวิธีคิดแบบคิดเร็วทำเร็ว กระทั่งมองเร็วหรือมองผ่านๆไป เพราะต้องรีบเร่งขวนขวายขยันทำมาหากิน การกระทำแบบนี้มานานอาจเป็นพฤติกรรม หรือตัวแปรหนึ่งซึ่งมากระทบ ทำให้ร่างกายถูกสร้างอวัยวะส่วนนี้มาไม่เต็มที่แบบนี้ พอเรารู้ว่าในอดีตร่างกายเราด้วยตรงนี้เพราะวิธีคิดแบบนี้ เราก็เลยปรับมุมมอง ปรับวิธีคิดให้มองแบบเพ่งพินิจน์ มองตรงๆ มองเลิกคิ้ว ทำจนติดเป็นนิสัย อีกสองปีห้าปี กายภาพกล้ามเนื้อตาเราจะเปลี่ยน เปลี่ยนโดยธรรมชาติ สวยออกมาจากภายใน เพราะวิธีการมองตรง มองเต็มตา มองถลึงตาเล็กน้อย ....ถ้าสำเร็จช่วยบอกวิธีนี้ ต่อๆกันไปเป็นวิทยาทาน.....


อยากจะมีปากกระจับไม่ต้องศัลยกรรม เคล็ดที่ไม่ลับคือ แค่ทำบุญด้วยการร้องเพลงสรรเสริญ การตั้งใจปรับรูปปากตาม่เนื้อเพลงด้วยความตั้งใจเปล่งเสียง ด้วยจิตใจที่บูชาในความหมายของบุคคลสำคัญ นั้นๆ รูปปาก ลักษณะริมฝีปาก ก็จะเกิดพัฒนาการให้เข้ารูปเป็นธรรมชาติ ได้เองโดยธรรมชาติ แต่ต้องทำต่อเนื่องทำบ่อยๆเป็นกิจวัตรครับ........

เวลาร้องเพลงที่มีความหมายดีดียิ่งใหญ่ ริมฝีปากบนจะเกร็งเป็นขอบเป็นสัน ขึ้นมา เวลาร้องเพลงโอเปร่า เพลงปลุกใจ เพลงสรรเสริญความดี นักร้องอย่างเช่น คุณสันติ ลุนเผ่ พี่หรั่งร้อคเครสตร้า พี่ก้องสหรัฐ วงนูโว ซาร่า ผุงประเสริฐ เวลาร้องก็เกร็งกล้ามเนื้อ บนสันริมฝีปากบนในจุดนี้ครับ ยิ่งเพลงปลุกใจช้าๆ หรือเพลงโอเปร่า จะทำให้เกิดการเกร็งนานและใช้พลังในกล้ามเนื้อตรงนี้มากสุด รูปปากจึงสวยขอบปากเป็นสันคมจากธรรมชาติครับ

https://youtu.be/ikrFM_QXRrA


ภาพสีหรือภาพขาวดำ ภาพไหนสวยกว่ากัน

ภาพสีหรือภาพขาวดำ ภาพไหนสวยกว่ากันคงสรุปตรงๆไม่ได้ครับ ขึ้นอยู่กับว่าจะเอาไปทำอะไร ส่วนภาพขาวดำข้อดีคือ เมื่อเวลาเรามองจะสังเกตุสีหน้าสะท้อนอารมณ์ของใบหน้าได้ชัดกว่า เพราะตาเราไม่ไปให้ความสำคัญหรือสังเกตุสีสรรต่างๆ ทำให้การมองภาพถูกเพ่งเล็งไปที่ลักษณะการแสดงอารมณ์ของใบหน้า เหมือนคนตาบอดร้องเพลงเพราะ เพราะการปิดตาทำให้หูทำงานเต็มที่ โดยไม่มีการรบกวนอารมณ์อันเกิดจากการที่ตามองเห็นครับ การมองภาพขาวดำจึงไม่ถูก อารมณือันเกิดจากการมองเห็นสี มากระทบครับ เพราะสีสรร ทำให้เกิดอารมณ์ต่างๆกันไงครับ

ดังนั้น การลดผัสสะ ทำให้อารมณ์เราอยู่ที่ผัสสะเดียว สติก็เกิดได้ดี การสังเกตุก็จะสังเกตุพุ่งไป ณ จุดเดียวได้ดี

เช่นขณะเรียนถ้าสายตาเราไปดูนอกหน้าต่าง การเข้าใจก็ไม่ดี การเพ่งไปที่เนื้อหาวิชาก็ไม่เต็มที่ ฉนั้นการลดผัสสะอื่นๆที่มากระทบ อารมณ์ ออกทำให้เราเข้าใจสิ่งต่างๆด้วย เหตุผล

สีทำให้เกิดอารมณ์ปรุงแต่ง การลดสีลงไป อารมณ์ปรุงแต่งก็ไม่เกิด ทำให้การมองเพ่งไปที่ ลักษณะของใบหน้าได้ชัดขึ้น

ดูนานๆแล้วไม่จืด ภาพสีดูนานๆแล้วมันจืด เพราะปรุงแต่งสี ปรุงอารมณ์จนติด เห็นสีก็มีอารณ์ว่า หน้าคล้ำไป ขาวไป ด่างไป ไม่ได้มองที่ ใบหน้าจริงๆ พอเอาสีออก สีขาวดำ เราก็ไม่คิดเรื่องด่าง ดำ ขาว เรามองที่ใบหน้าอารมณืที่แสดงออกที่แท้จริงเป็นหลัก


ทำไม คนชอบรถสีขาว ดำ มากกว่าสีอื่น

เพราะเห็นสีเทาๆ บรอนเทา บรอนทองจนเบื่อ เบื่อก็เข้ายุค สีขาว ดำ ผ่านสีขาวดำก็เป็นสีที่ไม่ค่อยเหมือนใคร สีอิฐแดง

สีเขียวอมฟ้า สีแดงเฟอรรารี่ แดงดำเลือดนก เวลาผ่านไปนานๆ ภาพสีดำดูดีกว่า เพราะความหมายเป็นอดีตอันเลือนลาง

รถสีขาว White Greek ขาวฮอนด้า (สีขาว = ขาว+เหลือง+น้ำเงิน)

และ ขาวซุปเปอร์ Super White ขาวแบบโตโยต้า

ขาวแบบเคสไอโฟน ขาวดูผิวแข็งๆ ขาวดูมีเนื้อสีแข็งๆ ดูแข็งแรง Solid White ขาวฉ่ำ แบบเคลือบแล็คเกอร์หนาๆ ดูปิวแข็งแรง solid white เคสไอโฟนมีกระจกปิดทับเนื้อสี จึงดูแข็งแรง

ศาสตร์แห่งโหงวเฮ้ง

สรุปตามภาพ หน้าตาจะเปลี่นตามอายุ อายุต่างๆจะทำให้หน้าเปลี่ยนตามตำแหน่งต่างๆกันบนใบหน้า ส่วนทางธรรมมะ เชื่อเรื่อง จิตใจ วิธีคิด ทำให้ลักษณะอวัยวะบนหน้าเปลี่ยน

ตอบโจทย์ที่ว่า ทำไมเราหน้าเปลี่ยนตอนโต ทำไมทหารคำรวจ ดูดุ เข้ม เพราะวิธีคิดแบบ มั่นใจในตัวเอง กล้า เชื่อมั่น ทำให้หน้าดูเข้ม

เช่น ถ้าอยากจมูกโด่ง ก็ให้คิดงานการมากๆ ใช้การคิดแบบลึกซึ้งวิเคราะห์เจาะลึก เชื่อมโยงศาสตร์ต่างๆอย่างเพียรพยายาม การคิดแบบนี้จะทำให้สติ เพ่งอยู่ที่ จมูก จะรู้สึกตึงๆที่จมูก เวลาเราเกิดปัญญา ขนลุก กล้ามเนื้อจะเกร็งตรงใบหู ผัสสะเปิด อวัยวะส่วนนั้นได้รับเลือดลมไปหล่อเลี้ยงดี เกิดการขยายตัว จมูกโด่ง ใบหูยาว เพราะคิดแบบนี้มากๆ ภาวนากำหนดสติระลึกรู้ไม่ว่าเรื่องอะไร จะต้องพิจารณาศึกษาให้ถ่องแท้ ปัญญาฉลาดหลักแหลมคิดออกปรู้ดปร๊าดจะเกิด ทำอะไรก็รู้แจ้งเห็นจริงไปหมด ค่อยๆทำไป แล้วจะรู้เองอย่าเพิ่งเชื่อ แต่ต้องนำไปพิสูจน์ ซตพ.ด้วยตนเองจนเห็นจริง

ทำไมฝรั่งมีจมูกโด่ง

เพราะฝรั่ง เลือดกรุ๊ป A B แยะและส่วนใหญ่ของคนเลือดกรุ๊ปนี้จะชอบคิดวิเคราะห์แยะ ไม่หยุดคิด ไม่ท้อแท้ ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย เพราะต้องการเอาชนะ จนทำอะไรได้สำเร็จ จมูกเรยโ่ด่ง ฝรั่งโดดร่มได้สูงกว่าเราหลายพันฟิต เพราะร่างกายถูกพัฒนาให้อวัยวะใหญ่และแข็งแรง มาตั้งแต่ต้นตระกูลแล้ว

ทางจีน รู้เรื่องโหงวเฮ้งดี แต่จีนรู้ไม่ลึกเท่าพระพุทธเจ้า ๆ รู้ว่าการกระทำใดๆ ทำให้อวัยวะใดพัฒนา ไม่พัฒนา จนรู้ว่าทำกรรมอะไร ไปเกิดเป็นอะไร จีนรู้แค่ปัจจุบัน พระพุทธเจ้ารู้ปัจจุบันไปถึงอดีตและอนาคต


เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เจอคนๆหนึ่ง เวลาเพียงไม่ถึง 10 นาที แล้วก็คลาดการเจอกันอีก 2-3 ครั้ง มีการเจอโดยมีเหตุผลให้เจอโดยบังเอิญ และเพียงเวลาไม่มากนัก แต่เราจำเขาห้ามเดือนข้ามหลายๆปีได้ ...นั่นหมายถึงการเจอกันเพียง ครั้งเดียว ...ผ่านมาจนวันนี้ 5 ปีแล้ว ถ้าใจว่าง หรือบางทีเผลอคิด ถึงบ้าง รู้สึกเสียเวลา

อาจเป็นความหลง หลงเสน่ห์แรกพบคนๆหนึ่ง แต่ถ้าหลง...นั้น...คิดแล้วจะแอบอมยิ้ม ฟังเพลงเคลิ้ม เห็นหน้าลอยมาเคลิ้มใจ กระหยิ่มใจ เขิล หน้าแดง เลือดสูบฉีด หัวใจเต้าระส่ำระสาย แบบนี้หลงรูป หลงสัมผัส หลงเสียงหล่อ หลงมาดแมน แบบนี้หลง เรียกว่าปลื้ม ก้อได้นะ

ศัลยกรรมกายด้วยใจ(วิธีคิดและการกระทำเป็นตัวตกแต่งอวัยวะ)

ถ้าคิดถึง อุดมการณ์วิธีคิด แบบอย่างการดำเนินชีวิต คิดถึงความดี คิดถึงว่าเขามีศีล แบบนี้คือ ไม่หลง คิดกุศล คิดแล้วมีกำลังใจ

ถ้าคิดถึงหน้าตาการกระทำอันอ่อนโยน คือหลง เราเคยผูกพันธ์กันมาแต่ชาติก่อนเคยมีเวรกรรมร่วมกันมา เคยทำดีช่วยเหลือกันมาแต่อาจไม่มากพอที่จะให้เจอกันนานๆ ต้องมีเหตุให้แยกกันไปเราก็ทำดีกับเขาไป ชาติหน้าอาจได้เจอกันนานขึ้นถ้าทำมากพอ อาจได้ใช้ชีวิตด้วยกันนาน 40 -60 ปีแล้วแต่กรรมที่ทำ จิตที่นึกถึงความดีของกันและกันบ่อยๆ เค้าเรียกว่า ถูกชะตา คือวิธีคิดในเรื่องต่างๆคล้ายกันไปหมด

นี่คือเพื่อนเรา คนรอบๆตัวเรา การดำเนินชีวิตเรา เราจะอยู่ใกล้ หรือทำงานกับคนที่คิดคล้ายๆกันได้นานที่สุด และอดทนทำงานกับคนที่ มีวธีคิดต่างๆ ได้นานน้อยที่สุด เรียกได้ว่า คุยกันยังไม่อยากคุย มองหน้ายังไม่อยากมอง

ชาติที่แล้วเราอาจ เคยคบกับเขา แล้วเราอาจไม่สบายตายจากเขาไป ทำให้เขาทรมานคิดถึงน้อง อยู่ฝ่ายเดียวอยู่นาน 5 ปี ชาตินี้น้องต้องมาคิดถึงเขาข้างเดียว


ถ้าไม่อยากทำศัลกรรมตา ทำตาสองชั้น ศัลกรรมแก้ไขหนังตาบนที่ตก ให้ฝึกบริหารตา ไม่เกิน 2 - 5 ปี เคยหนังตาตก แล้วการเลิกคิ้วบ่อยๆ เวลามองอะไรก็พยายามเลิกคิ้วมอง จนติดเป็นนิสัย เวลาเราเลิกคิ้วมอง หนังตาบนจะเลื่อนขึ้น ทำบ่อยๆตั้งสตืมอง เลิกคิ้ว เพ่ง ถลึงตานิดน่อย ทำแบบนี้บ่อยๆ ร่างกายเราจะค่อยๆปรับวิสันทัศน์ ปรับบุคคลิกการมอง มองอะไรเต็มต่า คล้ายถลึงตาตา แต่ทำแป้ปเดียว แต่ทำทุกครั้งชนชิน วิบากการกระทำแบบนี้ น้องจะมีตาโตตาสวย แบบธรรมชาติ ในอนาคต เสริมโหงวเฮ้ง แบบธรรมชาติ ได้แน่ๆที่ผู้เล่าผู้เขียนเคยได้พิสูจน์มาแล้ว

ในรูปสมัยก่อน หนังตาบนมันจะห้อยลงมา แต่ถ้าเราทำได้ น้องจะเป็นคนจีนที่ถูกพัฒนาด้านสายพันธ์แล้ว ด้วยวิธีธรรมชาติที่พระพุทธเจ้าบอกมา ว่าหน้าตาอวัยวะที่เป็นล้วนเกิดจากกรรมและวิธีคิด

การพยายามเชื่อมโยงหลักโหงวเฮ้ง และพระพุทธเจ้า ให้เข้าใจง่ายๆไม่มีตำราไหนบอก ก็ไม่ยอมนำไปพิสูจน์ ก็แล้วไป แต่นี่พิสูน์แล้วว่าทำได้ จากการที่ฟังธรรมมะทุกคิน สองปีถึงจะคิดสิ่งนี้ออก เป็นความรู้ที่ตกผลึกแล้ว ไม่มีตำราไหนสอน แต่ต้องเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรมอยู่บ้างถึงจะเข้าใจ ไปเล่าให้ฝรั่งฟังก็ไม่เข้าใจ ต้องคนที่นับถือพุทธเท่านั้นที่จะเชื่อ

สรุป วิธีคิด พฤติกรรม หรือการศัลยกรรม เป็นตัวตกแต่งอวัยวะ

การกระทำอะไรบ่อยๆจนเรียกว่านิสัย นิสัยถ้าทำบ่อยๆคือพฤติกรรม การที่กายภาพคนเขาอยุ่ในสภาพแบบนั่นบ่อยๆ จะทำให้ลักษณะทางกายภาพเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่ทำแบบนี้ สามารถผ่าตัด หรือศัลยกรรมได้ ก็นับเป้นวิธีที่เร็ว เช่น ถ้านั้งหลังโค้งเป้นประจำ ก็จะทำให้หลังค่อม วิธีแก้คือ ทุกครั้งที่นั่งพยายามนั่งหลังตรง เพื่อดัดหลัง นานเข้ากระดูกจะยืดตัวตรงเอง แต่ถ้าค่อมมากจนผิดรูป ถึงค่อยเลือกการผ่าตัดหรือศัลยกรรม เป็นวิธีรองนั่นเอง

ในเมื่อเราเชื่อว่าการที่หนังตาตกเพราะกรรมเก่าที่ทำไว้อาจเป็นเพราะในอดีตชาติ บรรพบุรุษได้มีวิธีคิดแบบคิดเร็วทำเร็ว กระทั่งมองเร็วหรือมองผ่านๆไป เพราะต้องรีบเร่งขวนขวายขยันทำมาหากิน การกระทำแบบนี้มานานอาจเป็นพฤติกรรม หรือตัวแปรหนึ่งซึ่งมากระทบ ทำให้ร่างกายถูกสร้างอวัยวะส่วนนี้มาไม่เต็มที่แบบนี้ พอเรารู้ว่าในอดีตร่างกายเราด้วยตรงนี้เพราะวิธีคิดแบบนี้ เราก็เลยปรับมุมมอง ปรับวิธีคิดให้มองแบบเพ่งพินิจน์ มองตรงๆ มองเลิกคิ้ว ทำจนติดเป็นนิสัย อีกสองปีห้าปี กายภาพกล้ามเนื้อตาเราจะเปลี่ยน เปลี่ยนโดยธรรมชาติ สวยออกมาจากภายใน เพราะวิธีการมองตรง มองเต็มตา มองถลึงตาเล็กน้อย

....ถ้าสำเร็จช่วยบอกวิธีนี้ ต่อๆกันไปเป็นวิทยาทาน.....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การจัดการความรู้ KM Knowleage Management



ความเห็น (0)