อาทิตย์ที่ผ่านมามีคนถามผมว่าเล่นกล้ามแล้วทำไมดูแล้วรู้สึกไม่เปลี่ยนไปเลย
เริ่มต้นขอสารภาพก่อนว่า
- สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์ที่เละเทะที่สุดเท่าที่เคยออกกำลังมาเลยครับ
- กล่าวคือ ตอนเช้าแทบไม่ได้ออกกำลังครับจะมาออกที่ทำงานตามช่วงเวลาอำนวย+ตอนเย็นถ้ายังไม่น็อคไปซะก่อน
- แต่อาหารกลับกินเหมือนเดิม (บางมื้ออาจมากกว่าด้วยครับเพราะมีคนบริจาค เอิ้กๆ) โดยเฉพาะศุกร์-อาทิตย์นี้ กินไก่ย่างห้าดาว+ไก่บ้านรวม 2 ตัวเต็ม เอื้อก
ตัวแรก..ซื้อเอง
ตัวสอง..มีคนให้ครับ
- แต่ผลกลับทำให้ผมอึ้งครับ...น้ำหนักไม่ขึ้นเลยคงที่ 63 กิโลกรัม
- ส่วนผลวัดรอบตัวเดี๋ยวขอกลับไปวัดก่อนนะครับ แต่ไม่ได้หวังมากเพราะผมยกแต่น้ำหนักเบาๆ 5 กิโล
สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ความรู้ใหม่ (ผมยังไม่พิสูจน์นะครับ อย่าเพิ่งเชื่อ) ครับ คือ
- การใช้น้ำหนักน้อยๆ แต่ออกแบบเข้มข้น จะได้ผลเท่ากับการยกน้ำหนักมากๆ
VS
- ทฤษฎีนี้คิดจากแนวคิดว่า การสร้างกล้าม คือ การทำร้ายกล้ามน้อยๆ ของเรา ที่ว่าทำร้าย คือ การเพิ่มความเครียดหรือแรงกดดันให้กล้ามมากที่สุด (ไม่ถึงขั้นฉีกขาดหมดนะครับ)
- ให้ออกน้ำหนักเบากว่าที่เรายกเต็มที่สัก 80 % แล้วให้ยกถี่ เร็ว และให้พักน้อยลง
- ข้อดีวิธีนี้เจ้าของกล่าวว่า ทำให้เราได้ออกแรงมากกว่าการใช้น้ำหนักมากๆ ในเวลาที่เท่ากัน และทำให้เราออกแรงส่วนที่เหลือจนหมดก็อกอีกด้วย เช่น ถ้าเรายก 20 กิโลครั้งสุดท้ายไม่ไหว แต่ถ้าเราใช้ 15 กิโลอาจยกไหวอีก 2-3 ครั้งสุดท้าย
- ทฤษฎีฟังดูดีมากเลยสำหรับผมเพราะ ผมไม่ต้องเพิ่มน้ำหนักแต่ลดน้ำหนักลงด้วยซ้ำ (ประหยัดๆ ดีๆ) และใช้เวลาน้อยลงด้วย เหลือเวลาได้พักนานขึ้น ได้ยกมากขึ้น(มั้ง)
- อาทิตย์นี้ผมจะลองดูครับ แต่ด้วยไม่รู้ว่าไอ้เร็วนี้มันควรเร็วแค่ไหน ถี่นี่ควรถี่แค่ไหน ผมก็ยึดหนักเดิมครับ เอาแค่หมดแรง ยกไม่ขึ้นแล้วก็พอ ตอนนี้เลยได้ไอเดียเต้น เอ้ย ยกน้ำหนักประกอบเพลงหนุกดีครับ โดยเฉพาะ เพลงโอ้ละหนอ ของพี่เบิร์ด ที่ยกมันส์มาก (ไม่ช้า-เร็วเกินไป)
หมายเหตุ อาทิตย์ที่ผ่านมามีคนถามผมว่าเล่นกล้ามแล้วทำไมดูแล้วรู้สึกไม่เปลี่ยนไปเลย โชว์หน่อยได้ไหม
- แหม...บอกตรงๆ ว่าอายครับ จะถอดเสื้อโชว์ก็กระไรอยู๋
0
1
2
3
1
2
3- หุ่นผมเองใช่ว่าจะสู้พวกนายแบบได้ 35/28/37
- แต่ถ้าบอกว่าเปลี่ยนไปไหม ดูง่ายสุด คือ ท้องแขนครับ จากเดิมที่ผมลดน้ำหนักเสร็จใหม่ๆ จะห้อยย้อยแม้จะเกร็งแขนแล้วก็ตาม ดูน่ากลัวมาก (ในสายตาผม) ผมจำได้แม่นเลยครับเพราะเหมือนท้องแขนแม่ผมเด๊ะเลย พระเจ้าช่วย แสดงว่าช่วงน้ำหนักลดนั้นมันได้ดึงโปรตีน(กล้าม)ผมไปด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้ผมหันมาเล่นกล้ามครับ
- ตอนนี้เหรอครับ ที่ห้อยๆ กลายเป็นกล้ามหมดเยย เย้ๆ
- ส่วนที่ภูมิใจอีกส่วนคือพุงครับที่งโดนรีดหายไปหลายนิ้วจนต้องเปลี่ยนไซส์อีกครั้งหลังจากที่มันลดอยู่แล้วตอนลดน้ำหนัก (การลดน้ำหนักมีผลต่อพุงน้อยกว่าที่ผมคิดครับ) แต่การเล่นน้ำหนักทำให้องผมลงไปเองโดยที่ไม่ได้เน้นพุงแต่อย่างใดแสดงว่าการออกท่าท้องไม่ค่อยเกี่ยวกับการเผาไขมันที่พุงครับ อย่างที่ผมเคยอธิบายก่อนนี้ว่า ไขมันมีหลายแบบ คือ ไขมันในกล้าม,ไขมันที่ผิวหนัง, ไขมันที่อวัยวะภายใน อันหลังนี้การลดทำได้ยากแต่การเล่นกล้ามคงไปลดส่วนนี้ทำให้มันลดลง
- แต่มันทำให้ผมเปลืองกะตังพอดูเพราะต้องเปลี่ยไซส์กางเกง 2 รอบ 32->30->29 เท่ากับกางเกงน้องชายผม มิหนำซ้ำทำให้ผมหยิบกางเกงน้องมาใส่ด้วยเพราะเข้าใจผิดว่าของตัวเอง (ดันซื้อสีเดียวกันอีก)
บันทึกนี้เขียนด้วยเวลา 45 นาทีครับ
ปล. เปลี่ยนรูปหน้าผม เผยโฉมซ้าทีหลังลืมเปลี่ยนมานาน เป็นรูปช่วงที่ลดน้ำหนักครับ เลยอาจดูเซียวๆ หน่อย
ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพดีๆ นะคร้าบ จ้ำฮึด
สวัสดีค่ะ คุณจันทร์เมามาย
ส่วนหน้าตารูปร่างเป็นอนิจจังค่ะ อิอิ ยิ้มยิ้ม
เอามาให้ดูชัดๆ เป็นการทิ้งทวนรูปเก่า
VS
ครูอ้อยรู้แล้วทำไมครูอ้อยชอบรูปเก่า …ก็เพราะ น้ำหนักใกล้เคียงครูอ้อย พร้อมทั้งเอว ก็มีรอบเอวใกล้ครูอ้อยด้วย อิอิ IC
กบว คืออะไรคะ
รูปเดิมเป็นปริศนาดีค่ะ รูปใหม่เลยเป็นชายกลางไปเลย...
สิริพร กุ่ยกระโทก
จันทรรัตน์
ศุภลักษณ์ หิริวัฒนวงศ์