ฌ กะเชอบนเส้นทางบ้านในสวน(2)

วันสารทไทย แรม ๑๕ ค่ำเดือนสิบ วันส่งตายายของคนภาคใต้ประเพณีที่มีความหมาย

วันที่ในกระเชอของแม่มีข้าวปลาอาหารที่แม่ตั้งใจทำอย่างประณีต จะเป็นวันสำคัญทางศาสนา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วันมาฆบูชา แต่วันที่แม่ตั้งใจจัดเตรียมวัสดุอาหารและจงใจปรุงอาหารอย่างมีคุณภาพสุดฝีมือ คือวันรับ-ส่งตายาย แรม ๑ ค่ำ และแรมสิบห้าค่ำเดือนสิบ

ประเพณีทำบุญรับส่งตายาย คือญาติที่ล่วงลับไปแล้วกลับมาเยี่ยมลูกหลาน ปีละครั้ง ช่วงกลางพรรษา เป็นเวลา ๑๕ วันลูกหลานมีการทำบุญรับตายาย และส่งตายายกลับ ดังนั้นเมื่อถึงเวลารับตายาย ส่งตายาย อาหารที่ตายายเคยชื่นชอบ จะถูกนำมาปรุง มาจัดเตรียมกันอย่างเต็มที่ และเช่นเดียวกันลูกหลานตายายก็จะรับอานิสงค์ได้รับประทานอาหารอร่อยที่ไม่มีช่วงใหน อร่อยและรสชาติดีเท่ากับอาหารรับตายายส่งตายาย

ผลไม้แม่จะเลือกสรรที่ลูกโตลูกสวยงามเก็บไว้ล่วงหน้า ขนมพิมพ์ ขนมลา ขนมมด ขนมไข่ปลา ข้าวหมาก ล้วนถูกจัดเตรียมไว้อย่างพร้อมสรรพ โดยช่วยกันทำช่วยกันปรุงในระหว่างหมู่ญาติ แน่นอนว่าอาหารของคนเกาะพะงันย่อมมีความแปลกในรสชาดและประเภทของอาหารเพราะชาวเกาะมีแหล่งอาหารทะเล ดังนั้นอาหารจากท้องทะเลที่สื่อถึงความหมายของการดำรงชีวิตของบรรพบุรุษในอดีต จะถูกนำมาปรุงอย่างครบถ้วน เช่นเนื้อหอยหลากหลายชนิด ตั้งแต่หอยใหญ่ยันหอยเล็ก เช่น หอยมือเสือ หอยโนราห์ หอยนางช้อย หอยเม่น แต่ที่มีรสชาติฝังใจลูกหลานคงไมมีอะไรจะกลมกล่อมมีเอกลักษณ์เฉพาะเท่าแกงคั่วหอยมือเสือ และหมึกวายตากแห้งผัดกะทิ ส่วนแกงอื่นๆก็จงใจปรุงกันอย่างประณีตเพื่อให้ไกล้เคียงกับฝีมือที่ได้รับถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ

พิธีรับตายายของชาวเกาะพะงันจะจัดสำรับกับข้าวเป็นสองสำรับ สำรับที่หนึ่งเรียกว่าบิณฑ์เป็นสำรับที่นำไปไว้บนศาลาโรงธรรมที่จัดพิธี บางวัดก็ไปไว้ในโบสถ์ อีกสำรับเรียกที่เปรตจะนำไปยังที่ที่เตรียมไว้สำหรับเปรต นอกเขตวิสุงคามสีมา หรือนอกบริเวณวัด

พิธีทางศาสนาจะเป็นในโบสถ์หรือในโรงธรรมแล้วแต่ทางวัดจัดเตรียมให้ ในสมัยเดิจะจัดใน โบสถ์ ปัจจุบันจัดในศาลาหอฉัน เพราะกว้างขวาง และสะดวกกว่า ที่บิณฑ์ทั้งหมดจะนำมาวางเรียงกัน ภายในถาดจะมีธูปเทียน และธงบิณฑ์เขียนรายชื่อปู่ย่าตายายเท่าที่ลูกหลานพอจะจำได้ไว้ในธงกระดาษสามเหลี่ยม แล้ววงสายสิญห์ล้อมบิณฑ์ที่วางไว้ทั้งหมด นำสายสีญจ์ที่ยังเป็นม้วนใส่พานไปวางไว้หน้าพระผู้ใหญ่ซึ่งก็คือเจ้าอาวาสที่นั่งหัวแถว พิธีทางศาสนาก็เริ่มตามปกติคืออาราธนาศีล พระบอกศีล รับศีลแล้วอาราธนาพระปริตร พระสวดชัยมงคล จุดธูปเทียนในสำรับเมื่อถึงขั้นตอน โดยมีผู้ทำหน้าที่คอยจัดการ จนจบการสวด หลังจากนั้นถวายภัตตาหารถวายปัจจัย กรวดน้ำ รับพร ก็เป็นอันเสร็จพิธี เมื่อพิธีในโบสถ์เสร็จเรียบร้อย ด้านนอกคือที่เปรต ลูกหลานส่วนหนึ่งไปรออยู่แล้วก็จะหยิบฉวยอาหารในถาดรับประทานกันอย่างสนุกสนานมือใครยาวก็คว้าเอาของดีๆไปก่อน เช่น น้อยหน่า ทับทิม ลูกโตๆ ขนมดีๆ ส่วนถาดบิณฑ์ก็จะนำไปยังที่นั่งของแต่ละกลุ่มครอบครัว โดยมีภาชนะเช่นกระเชอหรือปิ่นโตวางไว้ถือว่าเป็นการจองเตรียมเอาไว้ บางกลุ่มก็หลายครอบครัวบางกลุ่มก็ไม่กี่ครอบครัวเพราะลูกหลานน้อย ถ้ากลุ่มใหญ่แสดงว่าลูกหลานมาก แลกเปลี่ยนเวียนกันชิม แกงเดียวอาจจะหลายฝีมือปรุงรส ขนมก็เช่นเดียวกัน ความอร่อยจะวัดถึงระดับฝีมือ อาจจะถ่ายทอดจากพ่อแม่เหมือนกัน แต่ลูกหลายคนปรุงแล้วรสชาติแตกต่างกัน หลังจากอิ่มหมีพีมันแล้ว ก็จะมีการบังสุกุลบริเวณบัวเก็บกระดูก โดยนิมนต์พระไปทำพิธีสวดบังสุกุล บางกลุ่มอาจจะนัดกันไปบังสุกุลในวันหลังก็ได้ ในช่วงก่อนส่งตายาย

ปีนี้วันที่ 28 กันยายน เป็นวันแรม 1ค่ำ เดือน 10 วันรับตายาย ส่วนวันส่งตายาย คือวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม เป็นวันส่งตายาย ใครมีโอกาสก็ร่วมฟื้นความหลังกันครับ ฉบับหน้าเรามาค้นหาแก่นสาร และสาระที่เป็นเนื้อแท้ของประเพณีรับส่งตายายกันน่ะครับ

ถาดบิณฑ์พร้อมรายชื่อปู่ย่าตายายที่ลูกหลานเขียนไว้ในธงสามเหลี่ยมและปักไว้กลางถาด

ที่ตั้งสำรับสำหรับเปรตก็มีลูกหลานไปเฝ้ารอ เมื่อเสร็จพิธีทางศาสนาก็จะหยิบอาหารหวานคาวกินกันอย่างสนุกสนาน

ปลาหมึกวาย ที่ชาวเกาะพะงันนิยมหามาตากแห้งเพื่อเตรียมปรุงเป็นอาหารจานเด็ดรับส่งตายาย


ช่วยกันจัดเตรียมอาหารใส่ถาดที่บิณฑ์ และถาดที่เปรต

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เหลียวหลังแลหน้า



ความเห็น (0)