​แม่ - ลูก : ซักซ้อมความเข้าใจในวันแม่

การกำเนิด

ไม่ปรากฏว่าในระบบกฎหมายไทยได้อนุญาตให้มีการแท้งลูกได้ เพียงแต่มีบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๕ ว่าถ้าเป็นการกระทำของนายแพทย์ และจำเป็นต้องกระทำเนื่องจากสุขภาพของหญิงนั้น หรือ หญิงมีครรภ์เนื่องจากการกระทำความผิดอาญาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๘๒ มาตรา ๒๘๓ หรือมาตรา ๒๘๔ ผู้กระทำไม่มีความผิด

ทั้งนี้ สำทับด้วยข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ตามมาตรา ๓๐๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๔๘


การแทรกแซง

การปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ พนักงานเจ้าหน้าที่มักใช้คำผิดพลาดระหว่างการ "ส่งเด็ก" กับ "แยกเด็ก" - หรือเหมารวมเรียกเป็นการ "แยกเด็ก" เสียทั้งหมด

การ "ส่งเด็ก" ปรากฏถ้อยคำในพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ จำนวน ๑๓ คำค้น โดยทั่วไปหมายถึงการส่งเด็กเข้ารับอุปการะในครอบครัวอุปถัมภ์ สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ หรือเข้าศึกษาหรือฝึกอาชีพ

ขณะที่การ "แยกเด็ก" ปรากฏถ้อยคำเพียง ๑ คำค้น - เฉพาะในมาตรา ๔๑ เท่านั้น - ย้ำว่า ๑ คำค้น เท่านั้น !!!

การใช้วาทกรรม จาก "ส่งเด็ก" เป็น "แยกเด็ก" ในการปฏิบัติงานตามมาตราอื่น ทำให้การรับรู้ของผู้เกี่ยวข้อง ท่าทีของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท้ั้งมวล มีแนวโน้มที่จะเกิดความสัมพันธ์เชิงอำนาจจัดการ ควบคุม (เช่นเดียวกับที่พระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. ๒๔๘๔ ก็ใช้คำว่า "ส่งตัว" ผู้ทำการขอทานไปยัง...)


(ขยายความและสืบค้นเพิ่มเติม จากการบรรยาย "กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖" โดย นายณัฐวุฒิ บัวประทุม มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก)


**************************

ขยายความสมบูรณ์

พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖

มาตรา ๔๑ ผู้ใดพบเห็นหรือประสบพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่ามีการกระทำทารุณกรรมต่อเด็กให้รีบแจ้งหรือรายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ได้รับแจ้งเหตุตามวรรคหนึ่ง หรือเป็นผู้พบเห็นหรือประสบพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่ามีการกระทำทารุณกรรมต่อเด็กในสถานที่ใด ให้มีอำนาจเข้าตรวจค้นและมีอำนาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวของเด็กเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กโดยเร็วที่สุด

การแจ้งหรือการรายงานตามมาตรานี้ เมื่อได้กระทำโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองและไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญาหรือทางปกครอง

-----------------------------

ประมวลกฎหมายอาญา

ลักษณะ ๑๐ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย

หมวด ๓ ความผิดฐานทำให้แท้งลูก (มาตรา ๓๐๑-๓๐๕)

มาตรา ๓๐๑ หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูก หรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๓๐๒ ผู้ใดทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นยินยอม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงรับอันตรายสาหัสอย่างอื่นด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

มาตรา ๓๐๓ ผู้ใดทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นไม่ยินยอม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงรับอันตรายสาหัสอย่างอื่นด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท

ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท

มาตรา ๓๐๔ ผู้ใดเพียงแต่พยายามกระทำความผิดตามมาตรา ๓๐๑ หรือมาตรา ๓๐๒ วรรคแรก ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

มาตรา ๓๐๕ ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในมาตรา ๓๐๑ และมาตรา ๓๐๒ นั้น เป็นการกระทำของนายแพทย์ และ

(๑) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากสุขภาพของหญิงนั้น หรือ

(๒) หญิงมีครรภ์เนื่องจากการกระทำความผิดอาญา ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๘๒ มาตรา ๒๘๓ หรือมาตรา ๒๘๔

ผู้กระทำไม่มีความผิด

------------------------------------------

ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ ตามมาตรา ๓๐๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๔๘

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2548/00...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ



ความเห็น (0)