สวัสดีครับชาว Blog

วันนี้ (13.8.58) ผมได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสถาบันเกษตราธิการเชิญให้บรรยายให้แก่ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวน 129 คน หัวข้อ “ทักษะการเป็นนักบริหารมืออาชีพ” ยินดีมากครับ ขอขอบผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธันวา จิตต์สงวน หัวหน้าโครงการฯ ซึ่งท่านเป็นนักวิชาการคุณภาพอีกท่านหนึ่งที่ผมรู้จักและร่วมงานด้วยมานาน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการบรรยายของผมในวันนี้จะเป็นส่วนช่วยจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกท่านมีพลังในการทำงานเพื่อขับเคลื่อนผลงานที่มีคุณภาพสู่สังคมของเราครับ

จีระ หงส์ลดารมภ์

....................................................................................

ติดตามอ่านเอกสารการบรรยายได้ที่

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.11073458...

.....................................................................................

ความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรม (ช่วงแรก)

1. วันนี้เรามาทั้งหมด 13 กรม 129 คน อยากจะขอคำแนะนำจากอาจารย์ว่า..การเกษตรในประเทศไทยควรจะมีแนวทางการส่งเสริมอย่างไรจึงจะไม่ติดปัญหาต่าง ๆ ที่ดักอยู่ข้างหน้า

2.รู้สึกว่าปัญหาของกระทรวงเกษตรฯ สะสมมานาน ในฐานะของตนเองคิดว่าลำพังข้าราชการระดับกลางวันนี้คงจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ถ้าผู้นำไม่เห็นด้วย เพราะแม้ในยุคก่อน ๆ ซึ่งมีคนที่บอกว่ามีความสามารถกันมากมายก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ได้

3.ปัญหาของกระทรวงฯ คือ เงินงบประมาณ เยอะ แต่ปัญหา คือ นโยบายระดับบนส่วนใหญ่เป็นแบบสั่งการลงมาซึ่งอาจจะทำให้คนในระดับ C7 ทำอะไรไม่ค่อยได้

4.ชอบแนวคิด 8 K+5K และที่อาจารย์เน้นเรื่องคุณธรรมจริยธรรม อยากเรียนรู้เรื่องนี้เชิงลึกมากขึ้น

5.สนใจว่า Idol ของอาจารย์จีระ คือ ใคร?

อาจารย์จีระตอบว่า ในฐานะที่เกิดจากการทำงานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชื่นชมการทำงานของผู้ใหญ่ 4 ท่าน คือ อาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ อาจารย์ ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ และอาจารย์ ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี

6.ชื่นชมในความเป็นคนดีของอาจารย์ที่มีความหวังดีต่อสังคม ขอมองในประเด็นเรื่องนักการเมืองที่ต่างก็พูดว่าทำเพื่อประโยชน์ของสังคมและประชาชน ซึ่งนักการเมืองน้ำเน่ามีมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีนักการเมืองน้ำดีอยู่บ้าง เพราะฉะนั้น ข้าราชการในอนาคตก็ต้องพยายามมองให้ออก

7.ชอบที่อาจารย์นำแนวคิดของปีเตอร์ดรักเกอร์หลาย ๆ ข้อ และคิดว่าสามารถนำมาปรับใช้ได้เลย และคิดว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นแก้ได้โดยเริ่มจากที่ตัวเราเอง

8.อยากให้อาจารย์ช่วยแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการมองปัญหาและวิธีการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพ

ตอบ คนในห้องนี้ถ้าจะจัดการกับปัญหาต้องมีแนวดิ่งและแนวนอน ต้องมีความรู้ทั้งเชิงกว้างและลึก และใช้ความรู้เหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหา

แล้ว..การคาดการณ์กับปัญหาจะต้องทำอย่างไร?

......................................................................................

ข้อ 1 วิเคราะห์ปัจจัยท้าทายต่อการทำงานในอนาคตของกระทรวงเกษตรฯ 3 เรื่อง พร้อมอธิบายเหตุผล

กลุ่มที่ 1

  • ปัญหาแรงงาน – แก้ไขโดยใช้การศึกษา
  • บุคลากรควรมีการพัฒนาให้มากกว่าปัจจุบัน
  • มาตรฐานสินค้าเกษตร ต้องแข่งขันได้

กลุ่มที่ 2

  • การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก – น้ำไหลลงทะเลหมด น้ำใต้ดินหายไป อนาคตเกิดความเสี่ยงต่อเกษตรกรที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิด ต้องช่วยกันแก้
  • เรื่องคน – การเรียนรู้เป็นเรื่องใหญ่ แต่วันนี้เรียนเป็นเรื่อง ๆ แบ่งการทำงานขององค์กรชัดเจน แบ่งแยกมากเกินไป ไม่บูรณาการ

กลุ่มที่ 3

  • สภาพภูมิอากาศ – เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่เราจะบริหารความเสี่ยงอย่างไร
  • การเมืองกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมหางชาติ ที่มักบอกว่าเราต้องพัฒนาคน แต่นักการเมืองหรือผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงยังไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ยังคงให้ความสำคัญกับการก่อสร้างมากกว่า
  • การปรับตัวของข้าราชการกระทรวงเกษตร+เกษตรกร จะปรับตัวทันหรือไม่? และเกษตรกรตามเราทันหรือไม่

ข้อ 2 ถ้าจะปรับตัวสู่การเป็นผู้บริหารมืออาชีพจะต้องทำอย่างไร และจะพัฒนาอย่างไร วิเคราะห์โดยใช้ 4 แนวทางที่ได้เรียนรู้ในวันนี้

กลุ่ม 5

- ผู้บริหารต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นต่าง ๆ ที่ต้องทำงานร่วมกันเพื่อความเป็นเลิศ การเชื่อมต่อขององค์กร เรื่อง Gen ต่าง ๆ จะทำอย่างไร? อ.จีระ เสริมว่า ผู้บริหารในอนาคตต้องสามารถบริหารความหลากหลายให้ได้

- ต้องสร้างคนรุ่นใหม่ในองค์กรให้มีทัศนคติที่ทำงานเพื่อสังคม เพื่อประชาชน

- ล้างวัฒนธรรมองค์กรเรื่องทุจริตคอรัปชั่นใหม่หมดไป

กลุ่ม 6

- ปรับทัศนคติ

- ทำอย่างไรให้ผู้บริหารเป็นมืออาชีพ

คิดว่าควรนำแนวคิดที่อาจารย์จีระสอน คือ ปลูก เก็บเกี่ยว ทำให้สำเร็จ สร้างให้เกิดคุณค่า มาใช้ในการทำงานจึงจะครบถ้วน เพราะการทำให้เกิดความสำเร็จและสร้างให้เกิดคุณค่าแก่องค์กรได้จริง คือ หัวใจที่สำคัญ

ข้อ 3 วิเคราะห์ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดในการนำไปสู่การเป็นนักบริหารมืออาชีพ 3 เรื่อง เพราะเหตุใด และควรมีวิธีการแก้ไขอย่างไร

กลุ่มที่ 7

  • ผู้บริหารขาดองค์ความรู้ในเรื่องการบริหารงาน บริหารคน การฝึกอบรมอย่างเดียวไม่สามารถพัฒนาได้มากนัก ต้องเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
  • คนที่ทำงานร่วมกันไม่สามารถเลือกผู้ร่วมปฏิบัติงานได้ ผู้บริหารควรต้องมีการเรียนรู้ร่วมกับผู้ปฏิบัติงาน
  • กรอบโครงสร้างขององค์กรมี แต่ผู้บริหารต้องเข้าใจวิธีการปรับวิสัยทัศน์ และวิธีการทำงานไปสู่ความมีประสิทธิภาพมากขึ้น

กลุ่มที่ 8

  • การเมืองเปลี่ยนบ่อย นโยบายไม่ต่อเนื่อง – ผู้บริหารต้องไม่มีผลประโยชน์ มีคุณธรรมจริยธรรมของผู้บริหาร
  • วิชาการ – ผู้บริหารของกระทรวงต้องให้ความสำคัญกับวิชาการของกระทรวง ผู้บริหารต้องมีความรู้

กลุ่มที่ 9

  • ผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน
  • ผู้บริหารต้องเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป ทั้งในเรื่องของผลงาน ความสำเร็จ และการสร้างเครือข่าย