เขาหินเทิน....มหัศจรรย์แห่งศิลา


๑๒ สิงหา วันแม่ ... สำหรับคุณมะเดื่อ ที่เป็นทั้งแม่ ทั้งยาย มีวันแม่ในชีวิต

ทุกวัน นับแต่จำความได้แล้ว วันนี้เป็นวันหยุด จึงถือโอกาสทำภารกิจส่วนตัว

โดยการไปเปลี่ยนระบบซิมมือถือจากสองจี เป็นสามจี แล้วเปลี่ยนเครื่องใหม่

(แต่ใช้เบอร์เดิมนะจ๊ะ..) เพราะเครื่องเก่า มันอยู่ในยุคจัดตั้งบริษัทตอนต้น ๆ น่ะ

เวลามีใครโทรเข้า เครื่องจะมีเสียงโครมคราม ๆ แข่ง กับเสียงเรียกเข้าแล้ว

เสร็จจากภารกิจ ก็บอกพ่อบ้านให้ขับรถไปที่ " เขาหินเทิน" ที่จัดว่าเป็น

แหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ กับด่านสิงขร แต่คุณมะเดื่อยังไม่เคย

ไปเที่ยวชมเลยแม้ครั้งเดียว ดูเหมือนว่า จะเป็นสถานที่เพียงแห่งเดียว

ของเมืองสามอ่าว ที่ตกสำรวจสำหรับคุณมะเดื่อก็ว่าได้จ้ะ อิ อิ !

แบบว่า " ใกล้เกลือกินด่าง " อ่ะนะ



เขาหินเทิน อยู่ระหว่างทางจากถนนเพชรเกษม กับด่านสิงขร

อยู่หลังค่าย ( ตชด.ด่านสิงขร ) แต่เดิมเป็นที่ตั้งของ สำนักสงฆ์

แต่ ปัจจุบันเป็นวัดแล้ว และต่อมาได้รับการจัดตั้งเป็น

" วนอุทยานเขาหินเทิน" เมื่อคุณมะเดื่อไปถึงก็เห็นเพียงก้อนหินมหึมา

ต้นไม้ กับบันไดที่วนขึ้นไปบนสิ่งก่อสร้างคล้ายอาคารใหญ่

ที่อยู่บนก้อนหินใหญ่นั้น (ซึ่งทราบภายหลังว่า เป็นแท้งค์น้ำ

ของวัดนี้ ) และมีป้ายติดไว้ว่า เป็นจุดชมวิวที่ ๑ นั่นหมายถึง

หากขึ้นไปบนก้อนหินใหญ่นั้นก็คงจะได้มองเห็นทิวทัศน์

ด้านล่างไปได้ไกล ๆ แต่คุณมะเดื่อไม่ได้ขึ้นไปถึง

ด้านบนนั้น



มองไปด้านขวามือ ซึ่งมีลักษณะก้อนหินใหญ่มหึมา

จนเป็นภูเขาที่ยกขอบสูง มีบันไดเป็นทางขึ้นไปด้านบน

ก็เห็นพระภิกษุรูปหนึ่งเดินมาและคล้ายกับท่านพูดว่า

" ทางนี้โยม" คุณมะเดื่อกับลูกสาวและเจ้าตัวเล็กจึงเดิน

ขึ้นบันไดไปด้านบน จึงพบว่า ด้านบนนั้นเป็น " วัด "

แต่เป็นวัดที่แปลก.....เพราะมีฝาผนังซ้าย ...ขวาและ

เพดาน ...เป็นก้อนหินยํกษ์ ฝาผนังด้านหลัง (เดิมเป็น

ช่องโล่งระหว่าก้อนหิน ก่อเป็นกำแพงฉาบปูน

(ดูภาพประกอบด้านล่างนี้จ้ะ)



พระรูปนั้น (คุณมะเดื่อขอเรียกว่า " หลวงพ่อ" ละกัน) ท่านชื่อเรียงเสียงไร

คุณมะเดื่อก็ไม่ได้ถามท่าน หลวงพ่อบอกว่าใช้พื้นที่ ที่เป็นเพียงพื้นที่ว่าง ๆ

ระหว่างก้อนหินสามก้อน ทำเป็นเหมือนกับแท่น ปูด้วยหินขัด

ใช้เป็นทั้งกุฏิ หอฉัน และเป็นที่รับแขก รวมไปถึง

ที่พักของอุบาสกอุบาสิกาที่มาปฏิบัติธรรม ในวันพระด้วย

ที่วัดเขาหินเทินนี้มีพระรูปเดียวคือหลวงพ่อรูปนี้



จากการได้สนทนาธรรมกับหลวงพ่อ ได้ความว่า ท่านมาอยู่ที่นี่

สามสิบกว่าปีมาแล้ว เดิมท่านอยู่ที่โคราช แล้วเดินธุดงค์มาถึงที่นี่

ท่านบวชมาแล้วสี่สิบกว่าพรรษา และตั้งใจจะสร้างวัดนี้เป็น

"วัดป่า" คุณมะเดื่อจึงขออนุโมทนากับกุศลจิตกับท่านด้วย

จากที่สังเกตเห็น " สบง" และ " จีวร" ของท่าน แปลกตา

จากที่เคยเห็นทั่วไป เพราะ ทั้งสบงและจีวรของท่านเป็น

"สีเหลืองที่แตกต่าง" กันมาก ทั้งเหลืองอ่อน เหลืองขมิ้น

เหลืองกลัก เหลืองส้ม....เพราะการ " ปะชุน" และ " เย็บต่อ"

จากเศษผ้าเหลืองชิ้นเล็ก ๆ คุณมะเดื่อคิดในใจว่า

คงเพราะของเดิมเก่า และขาด แต่ท่านก็ไม่ได้ทิ้งไป

นำมาเย็บชุน ซ่อมแซมนั่นเอง




สนทนากับหลวงพ่อสักครู ก็มีญาติธรรมอีกคณะหนึ่งขึ้นมาบนกุฏิ

คาดว่า น่าจะเป็น ลูก ๆ หลาน ๆ พาคุณแม่มาไหว้พระในวันแม่

ได้ความว่า ผู้ชายที่นำทีมมาเคยหลงทางมาพบวัดนี้เมื่อสัก

สิบกว่าปีมาแล้ว วันนีีได้ย้อนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง คุณมะเดื่อ

กับลูกสาวจึงขอตัวแยกไปสำรวจเส้นทางที่ไปยังจุดชมวิวที่ ๒

ซึ่งอยู่ด้านหลังของวัด



มีทางเดินเล็ก ๆ แยกจากตัวกุฏิทางซ้าย มีลูกศรบอกทิศทาง

ให้ไปยังจุดชมวิวที่ ๒ สองข้างทางเดินเล็ก ๆ ก็พบกับ

ต้นไม้หลากหลายชนิด โดยเฉพาะพวกสมุนไพร เช่น

สังกรณี ฟ้าทลายโจร โสมไทย ไม้ยืนต้นก็มากมาย

รวมทั้งต้น " หมากเล็กหมากน้อย" (ภาษาพื้นบ้านของคุณมะเดื่อ

นะจ๊ะ ที่อื่นอ่าจจะเรียกชื่ออื่น) ซึ่งสมัยก่อนแถว ๆ บ้านคุณมะเดื่อ

มีมากมาย เดี๋ยวนี้แทบไม่เห็นเลย แต่ที่นี่มีเยอะมาก

ลูกของมันหล่นเกลื่อนพื้น ทำให้เวลาเดืนลงจากทางชั้น

ไปเหยียบเข้า เกือบจะลื่นล้ม ต้องถอดรองเท้าเดิน



ลูกหมากเล็กหมากน้อย ที่หล่นเกลื่อนกลาดตลอดทางเดิน



แต่...บางแห่งก็เจอลูกศรแบบภาพข้างล่างนี้...

.เอ.! ต้องปีนขึ้นไปไหมเนี่ยะ....อิ อิ



และที่น่าตื่นเต้น ตื่นตา สำหรับคุณมะเดื่อก็คือ เจ้าต้นไม้ที่

คุณมะเดื่อไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย กำลังออกดอก

ลักษณะของต้นน่าจะเป็นญาติ ๆ ของ " ต้นดอกเข้าพรรษา"

ของสระบุรี คล้ายกันมาก แต่ดอกจะออกที่ปลายต้น สีส้ม ๆ

เป็นช่อเล็ก ๆ ขึ้นเป็นดง น่ารักมาก ดังในภาพด้านล่าง



กับต้นอะไรก็ไม่รู้จัก ออกผลสุกสีแดง สีดำ ไม่รู้กินได้ไหม

...ถึงกินได้ก็ไม่กล้าหรอก...อิ อิ


ต้นบุก..(.น่าแกงคั่ว ) ต้นมะกอกป่า ต้นพุดป่า มันป่า

ต้นกะเรกะร่อน (พวกเดียวกับพลูน้ำ)

แล้วก็อีกสาพัด รู้จักก็มี ไม่รู้จักก็มาก มีให้ชม ให้ดู ให้ศึกษาทั่วไป



คราวนี้มาดูที่มาของชื่อ " เขาหินเทิน" นะจ๊ะ เมื่อคุณมะเดื่อ

ขึ้นไปถึงจุดชมวิวที่ ๒ ก็พบกับคำตอบ มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ

แปลกปนระคนประหลาดใจจริง ๆ ดูจากภาพด้านล่างนี้นะจ๊ะ

มิตรรักแฟนเพลงก็คงได้คำตอบเช่นกัน....



ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีก แต่คุณมะเดื่อไม่มีเวลาพอจะเดินชมให้ทั่วบริเวณ

จึงต้องฝากไว้โอกาสหน้า



วันหน้า ..มิตรรักแฟนเพลงของตุณมะเดื่อ

ที่มีโอกาสไปเมืองสามอ่าว คุณมะเดื่อคงได้พาไปชม " มหัศจรรย์แห่งศิลา"

ณ เขาหินเทินแห่งนี้เพิ่มอีกที่หนึ่ง จ้ะ